<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>iCar Free Online Magazine &#187; Car Reviews</title>
	<atom:link href="http://www.icarmagazine.com/category/car-reviews/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.icarmagazine.com</link>
	<description>Free Car Magazine Online - นิตยสาร รถยนต์ ออนไลน์ ฟรี! ที่รวบรวมข้อมูลเรื่อง ยานยนต์ และ สาระอื่นๆที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไว้อย่างหลากหลาย</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Dec 2011 17:12:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>2011 TOYOTA NEW HILUX VIGO CHAMP</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/31/07/2011/2011-toyota-new-hilux-vigo-champ/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/31/07/2011/2011-toyota-new-hilux-vigo-champ/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 30 Jul 2011 17:10:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[2011]]></category>
		<category><![CDATA[Diamond Tech]]></category>
		<category><![CDATA[hilux]]></category>
		<category><![CDATA[Prerunner]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Cab]]></category>
		<category><![CDATA[Top Platform]]></category>
		<category><![CDATA[toyota]]></category>
		<category><![CDATA[VIGO CHAMP]]></category>
		<category><![CDATA[คอมมอนเรล]]></category>
		<category><![CDATA[ดับเบิ้ลแค็บ]]></category>
		<category><![CDATA[รถกระบะ]]></category>
		<category><![CDATA[วีโก้ แชมป์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทแค็บ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์ ดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็กซ์ตร้าแค็บ]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮลักซ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=296</guid>
		<description><![CDATA[ไฮลักซ์ วีโก้ “แชมป์” รถกระบะประหยัดน้ำมัน คุณภาพระดับโลก เครื่องยนต์อัจฉริยะ “Diamond Tech” เอกสิทธิ์แห่งเทคโนโลยีโตโยต้า สมบูรณ์แบบ เปี่ยมด้วยสมรรถนะ ทุกสภาวะการขับขี่ ประหยัดน้ำมันสูงสุด ทั้งเครื่องยนต์ ดีเซล คอมมอนเรล และ เบนซิน VVT-i รุ่นมาตรฐาน และ เอ็กซ์ตร้าแค็บ (รุ่น J) สมรรถนะโดดเด่นในงานบรรทุก ทนทาน ช่วงล่างแข็งแกร่ง รูปลักษณ์ภายนอกดีไซน์ใหม่ สวยงาม บึกบึน ทรงพลัง ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ โคมไฟคู่หน้าแบบฮาโลเจน มัลติรีเฟลกเตอร์ ส่องสว่าง ชัดเจน ดูมีพลัง พร้อมไฟหลังดีไซน์ใหม่ สวยงาม โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ฝากระโปรงลงตัวกับช่องดักลมใหม่ ขนาดใหญ่ขึ้น สวยงาม รับกับแบบด้านหน้า กระจังหน้า และกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ โดดเด่น ทันสมัย เสาวิทยุใหม่ แบบพับเก็บได้ (เฉพาะรุ่นเอ็กซ์ตร้า แค็บ) สมรรถนะขับขี่ที่ดี ด้วยล้อกระทะเหล็กพร้อมฝาครอบลายใหม่ (ยกเว้นรุ่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/HILUX-VIGO-CHAMP-1.jpg" alt="" /></p>
<p>ไฮลักซ์ วีโก้ “แชมป์” รถกระบะประหยัดน้ำมัน คุณภาพระดับโลก เครื่องยนต์อัจฉริยะ “Diamond Tech” เอกสิทธิ์แห่งเทคโนโลยีโตโยต้า สมบูรณ์แบบ เปี่ยมด้วยสมรรถนะ ทุกสภาวะการขับขี่ ประหยัดน้ำมันสูงสุด ทั้งเครื่องยนต์ ดีเซล คอมมอนเรล และ เบนซิน VVT-i</p>
<p><strong>รุ่นมาตรฐาน และ เอ็กซ์ตร้าแค็บ (รุ่น J)</strong><br />
สมรรถนะโดดเด่นในงานบรรทุก ทนทาน ช่วงล่างแข็งแกร่ง รูปลักษณ์ภายนอกดีไซน์ใหม่ สวยงาม บึกบึน ทรงพลัง<br />
ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ โคมไฟคู่หน้าแบบฮาโลเจน มัลติรีเฟลกเตอร์ ส่องสว่าง ชัดเจน ดูมีพลัง พร้อมไฟหลังดีไซน์ใหม่ สวยงาม โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น<br />
ฝากระโปรงลงตัวกับช่องดักลมใหม่ ขนาดใหญ่ขึ้น สวยงาม รับกับแบบด้านหน้า<br />
กระจังหน้า และกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ โดดเด่น ทันสมัย<br />
เสาวิทยุใหม่ แบบพับเก็บได้ (เฉพาะรุ่นเอ็กซ์ตร้า แค็บ)<br />
สมรรถนะขับขี่ที่ดี ด้วยล้อกระทะเหล็กพร้อมฝาครอบลายใหม่ (ยกเว้นรุ่น 2.5J) และยางขนาด 205/70R15C เพื่อความทนทานเหมาะสมกับการบรรทุก</p>
<p><strong>ภายในดีไซน์โดดเด่น ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น</strong><br />
แผงคอนโซลหน้า มาตรวัด และ ลูกบิดปรับอุณหภูมแอร์ ดีไซน์ใหม่ โดดเด่น ทันสมัยยิ่งขึ้น<br />
เบาะนั่ง / แผงประตูข้าง / คอนโซลกลาง โทนสีเทาเข้มขึ้น ดูสวยงามและรักษาง่ายขึ้น นั่งสบายด้วยเบาะแบบ 60:40 ซึ่งนั่งได้มากถึง 3คน (รุ่นมาตรฐาน)<br />
เพิ่มช่องทางความบันเทิงให้มากขึ้นด้วยช่องต่ออุปกรณ์ USB/AUX (เฉพาะรุ่นเอ็กซ์ตร้า แค็บ) ที่มาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงขนาด 2Din เล่น CD 1แผ่น รองรับ MP3 และ WMA</p>
<p><strong>ประสิทธิภาพการบรรทุกและทรงตัวที่เหนือชั้น ด้วยระบบช่วงล่างแบบ Top Platform ที่ได้รับการปรับปรุงให้นุ่มนวลยิ่งขึ้น</strong><br />
ระบบช่วงล่าง TOP Platform… โครงสร้างเฟรมชิ้นเดียวยาวตลอดคันไร้รอยต่อ มีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อแรงดึง และการบิดตัวสูง ให้การยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่ดีขณะขับขี่<br />
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า แบบอิสระปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบนและคอยล์สปริง รองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ดี และมีความนุ่มนวลในการขับขี่<br />
ระบบกันสะเทือนหลัง แบบแหนบซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการบรรทุก<br />
พื้นที่กระบะท้าย กว้างขวาง เปี่ยมความจุ บรรทุกของได้มาก</p>
<p><strong>ปลอดภัย มั่นใจ ในทุกการขับขี่</strong><br />
ดิสก์เบรกหน้า พร้อมครีบระบายความร้อน / ดรัมเบรกหลังพร้อมวาล์วปรับแรงดันน้ำมันเบรกอัตโนมัติ LTS and Super LSPV<br />
โครงสร้างนิรภัย GOA (Global Outstanding Assessment) &#8211; คานกันกระแทกด้านข้าง &#8211; พวงมาลัยแบบยุบตัวได้– เข็มขัด ELR 3 จุด ปรับระดับสูงต่ำได้ &#8211; แป้นเหยียบเบรคแบบยุบตัวได้ – วาล์วตัดน้ำมันอัตโนมัติ – โครงสร้างขอบประตูดูดซับแรงกระแทก ได้รับการออกแบบให้มีความอ่อนนุ่มเป็นพิเศษ ช่วยผ่อนแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ลดการบาดเจ็บรุนแรง บริเวณศีรษะของผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/HILUX-VIGO-CHAMP-2.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>รุ่น สมาร์ทแค็บ</strong><br />
ตอบสนองอรรถประโยชน์สูงสุด พร้อมบานประตูพิเศษ สะดวกสบายทุกการเข้า-ออก พื้นที่กว้างขวาง สำหรับการบรรทุกสิ่งของ</p>
<p><strong>รูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่ โดดเด่นทั้งภายใน และภายนอก</strong><br />
สะดวกสบายทุกการเข้าออกและการใช้งานด้วยประตูและบานเปิด Smart Cab ที่เปิดกว้างได้มากถึง 92 องศา เพิ่มความกว้างของทางเข้า-ออกห้องโดยสารอีก 51 เซนติเมตร เสริมด้วยเทคโนโลยีระบบล็อค 2 ชั้น เพิ่มอรรถประโยชน์ของการใช้งาน ปลอดภัยด้วยระบบป้องกันการหนีบขณะปิด พร้อมสัญญาณเตือนเมื่อบานเปิดปิดไม่สนิท พื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารกว้างขวาง<br />
รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว ด้วยกระจังหน้า และกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ ให้ความรู้สึกถึงพลังและความแข็งแกร่งที่ ผสมผสานความหรูหราของรถเก๋งอย่างลงตัว<br />
ฝากระโปรงลงตัวกับช่องดักลมใหม่ ขนาดใหญ่ขึ้น สวยงาม รับกับแบบด้านหน้า<br />
โคมไฟคู่หน้าดีไซน์ใหม่ แบบฮาโลเจน มัลติรีเฟลกเตอร์ ส่องสว่าง ชัดเจน / ไฟหลังดีไซน์ใหม่ ดูสวยงาม หรูหรา โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น / ไฟเบรกดวงที่3 สีใหม่ เพิ่มเอกลักษณ์ด้านท้าย           ดูสวยงาม<br />
ไฟตัดหมอกหน้าทรงใหม่ รับกับกันชนหน้า เพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ (เฉพาะเกรด G และ Prerunner 2.5E ABS)<br />
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวดีไซน์ใหม่ สวยเด่น มีสไตล์ยิ่งขึ้น<br />
เสาวิทยุใหม่ แบบพับเก็บได้ ขับขี่ได้แม้ในพื้นที่หลังคาเตี้ย<br />
โป่งล้อ (Over Fender) ดีไซน์ใหม่ (เฉพาะรุ่น Prerunner และ 4&#215;4)<br />
ล้ออัลลอยใหม่ ขนาด 16นิ้ว ทั้งรุ่น 4&#215;2, 2&#215;4, 4&#215;4 สวยงามมีเอกลักษณ์มากขึ้น<br />
ล้อกระทะเหล็กพร้อมฝาครอบลายใหม่ (เฉพาะ เกรด J)<br />
สติกเกอร์ข้างกระบะดีไซน์ใหม่ – เสริมเอกลักษณ์โดดเด่นในแต่ละรุ่น</p>
<p><strong>ภายในดีไซน์โดดเด่น ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น</strong><br />
พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ หรูหรา สวยงาม พร้อม ระบบ Multi-function (เฉพาะเกรด G) สะดวกสบาย ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส<br />
แผงคอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น<br />
มาตรวัดดีไซน์ใหม่ ทั้งแบบเรืองแสงOptitron (เกรด G) และแบบมาตรฐาน (เกรด J,E)<br />
ลูกบิดปรับอุณหภูมิแอร์ ดีไซน์ใหม่ โดดเด่นทันสมัย ตอบรับกับคอนโซลดีไซน์ใหม่<br />
ที่เก็บแว่นตา / ไฟส่องแผนที่ดีไซน์ใหม่ แบนเรียบกับเพดานหลังคา ดูสบายตา ใช้งานสะดวก<br />
เพิ่มช่องทางความบันเทิงให้มากขึ้นด้วยช่องต่ออุปกรณ์ USB / AUX) ที่มาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงขนาด 2Din เล่น CD 1แผ่น รองรับ MP3 และ WMA</p>
<p><strong>ประสิทธิภาพการบรรทุกและทรงตัวที่เหนือชั้น ด้วยระบบช่วงล่างแบบ Top Platform ที่ได้รับการปรับปรุงให้นุ่มนวลยิ่งขึ้น</strong><br />
ระบบช่วงล่าง TOP Platform… โครงสร้างเฟรมชิ้นเดียวยาวตลอดคันไร้รอยต่อ มีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อแรงดึง และการบิดตัวสูง ให้การยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่ดีขณะขับขี่<br />
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า แบบอิสระปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบนและคอยล์สปริง รองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ดี และมีความนุ่มนวลในการขับขี่<br />
ระบบกันสะเทือนหลัง แบบแหนบซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการบรรทุก</p>
<p><strong>ปลอดภัย มั่นใจ ในทุกการขับขี่ </strong><br />
ดิสก์เบรกหน้า พร้อมครีบระบายความร้อน / ดรัมเบรกหลังพร้อมวาล์วปรับแรงดันน้ำมันเบรกอัตโนมัติ LTS and Super LSPV<br />
ถุงลมลมเสริมความปลอดภัย แบบ Dual SRS Airbag คู่ด้านหน้า ปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารจากแรงกระแทกด้านหน้า (เฉพาะ เกรด G)<br />
ระบบเบรก ABS (Anti-lock Braking System) ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรกเพื่อความปลอดภัย เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางและหักหลบสิ่งกีดขวางได้ในขณะเบรก (เฉพาะ เกรด G และ E ABS)<br />
โครงสร้างนิรภัย GOA (Global Outstanding Assessment) พร้อมคานประตู คานกันกระแทกด้านข้าง &#8211; พวงมาลัยแบบยุบตัวได้– เข็มขัด ELR 3 จุด ปรับระดับสูงต่ำได้ &#8211; แป้นเหยียบเบรกแบบยุบตัวได้ – ไฟเบรกดวงที่สาม – แผงไล่ฝ้ากระจกหลัง – กระจกบังลมหน้าแบบอัดซ้อนนิรภัยพร้อมแถบกรองแสง &#8211; วาล์วตัดน้ำมันอัตโนมัติ &#8211; โครงเสาหลังคา และหลังคารถด้านในได้รับการออกแบบให้มีความอ่อนนุ่มเป็นพิเศษ ช่วยผ่อนแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ลดการบาดเจ็บรุนแรง บริเวณศีรษะของผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/HILUX-VIGO-CHAMP-3.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>รุ่น ดับเบิ้ลแค็บ </strong><br />
อเนกประสงค์ทุกการใช้งาน ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ในระดับเดียวกับรถยนต์นั่ง ให้ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่เหนือระดับ</p>
<p><strong>รูปลักษณ์ภายนอกดีไซน์ใหม่ สะท้อนภาพลักษณ์หรูหรา ในแบบรถยนต์นั่ง</strong><br />
รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว ด้วยกระจังหน้า และกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ ให้ความรู้สึกถึงพลังและความแข็งแกร่งที่ ผสมผสานความหรูหราของรถเก๋งอย่างลงตัว<br />
ฝากระโปรงลงตัวกับช่องดักลมใหม่ ขนาดใหญ่ขึ้น สวยงาม รับกับแบบด้านหน้า<br />
โคมไฟคู่หน้าดีไซน์ใหม่ แบบฮาโลเจน มัลติรีเฟลกเตอร์ ส่องสว่าง ชัดเจน / ไฟหลังดีไซน์ใหม่ ดูสวยงาม หรูหรามากยิ่งขึ้น / ไฟเบรกดวงที่3 สีใหม่ เพิ่มเอกลักษณ์ด้านท้าย ดูสวยงาม<br />
ไฟตัดหมอกหน้าทรงใหม่ รับกับกันชนหน้า เพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ (เฉพาะในรุ่นเกรด G และ Prerunner 2.5E ABS)<br />
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวดีไซน์ใหม่ สวยเด่น มีสไตล์ยิ่งขึ้น<br />
เสาวิทยุใหม่ แบบพับเก็บได้ ขับขี่ได้แม้ในพื้นที่หลังคาเตี้ย<br />
กล้องมองหลัง ทำงานสัมพันธ์กับเกียร์ถอยหลัง (เฉพาะ Prerunner และ4&#215;4 3.0G)<br />
โป่งล้อ (Over Fender) ดีไซน์ใหม่ (เฉพาะรุ่น Prerunner และ  4&#215;4)<br />
ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ – ขนาด 17 นิ้ว สำหรับรุ่นPrerunner และรุ่น 4&#215;4 – สวยงาม มีเอกลักษณ์<br />
ล้อกระทะเหล็กพร้อมฝาครอบลายใหม่ (เฉพาะ เกรด J)<br />
สติกเกอร์ข้างกระบะดีไซน์ใหม่ – เสริมเอกลักษณ์โดดเด่นในแต่ละรุ่น</p>
<p><strong>ภายในดีไซน์โดดเด่น ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น</strong><br />
พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ หรูหรา สวยงาม พร้อม ระบบ Multi-function (เฉพาะเกรด G) สะดวกสบาย ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส<br />
แผงคอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น<br />
แผงประตูข้างสีเทาเข้มใหม่ ดูสวยงาม เหมือนรถเก๋ง<br />
มาตรวัดดีไซน์ใหม่ ทั้งแบบเรืองแสงOptitron (เกรด G) และแบบมาตรฐาน (เกรด J,E)<br />
ลูกบิดปรับอุณหภูมแอร์ ดีไซน์ใหม่ โดดเด่นทันสมัย ตอบรับกับคอนโซลดีไซน์ใหม่<br />
เบาะที่นั่งไฟฟ้าด้านคนขับ (Power Driver Seat) เบาะนั่งปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เพื่อความสบายในการปรับเบาะ (เฉพาะรุ่น 3.0G 4&#215;4)<br />
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ “Cruise Control”  รักษาระดับความเร็วรถให้คงที่พร้อมเพิ่มลดระดับความเร็วได้โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง ช่วงแบ่งเบาความเหนื่อยล้า ให้ทุกการเดินทางสะดวกสบาย (เฉพาะรุ่น 3.0 G 4&#215;4 เกียร์อัตโนมัติ)<br />
ชุดเครื่องเสียงใหม่ ขนาด 2Din พร้อมจอสัมผัสขนาด 6.1 และเครื่องเล่น DVD 1แผ่น (Prerunner และ 3.0G 4&#215;4) หรือ แบบเครื่องเล่น CD 1 แผ่น รองรับ MP3 และ WMA และเพิ่มช่องทางความบันเทิงให้มากขึ้นด้วยช่องต่ออุปกรณ์ USB/AUX </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/HILUX-VIGO-CHAMP-Interior.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ประสิทธิภาพการบรรทุกและทรงตัวที่เหนือชั้น ด้วยระบบช่วงล่างแบบ Top Platform ที่ได้รับการปรับปรุงให้นุ่มนวลยิ่งขึ้น</strong><br />
ระบบช่วงล่าง TOP Platform… โครงสร้างเฟรมชิ้นเดียวยาวตลอดคันไร้รอยต่อ มีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อแรงดึง และการบิดตัวสูง ให้การยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่ดีขณะขับขี่<br />
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า แบบอิสระปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบนและคอยล์สปริง รองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ดี และมีความนุ่มนวลในการขับขี่<br />
ระบบกันสะเทือนหลัง แบบแหนบซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการบรรทุก</p>
<p><strong>เทคโนโลยีความปลอดภัยสูงสุด มั่นใจในทุกการเดินทาง</strong><br />
ดิสก์เบรกหน้า พร้อมครีบระบายความร้อน / ดรัมเบรกหลังพร้อมวาล์วปรับแรงดันน้ำมันเบรกอัตโนมัติ LTS and Super LSPV<br />
ถุงลมเสริมความปลอดภัย แบบ Dual SRS Airbag คู่ด้านหน้า ปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารจากแรงกระแทกด้านหน้า (เฉพาะ เกรด G)<br />
ระบบเบรก ABS (Anti-lock Braking System) ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรกเพื่อความปลอดภัย เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางและหักหลบสิ่งกีดขวางได้ในขณะเบรก (เฉพาะ เกรด G และ E ABS)<br />
โครงสร้างนิรภัย GOA (Global Outstanding Assessment) พร้อมคานประตูใหญ่ และหนา คานกันกระแทกด้านข้าง &#8211; พวงมาลัยแบบยุบตัวได้– เข็มขัด ELR 3 จุด ปรับระดับสูงต่ำได้ &#8211; แป้นเหยียบเบรกแบบยุบตัวได้ – ไฟเบรกดวงที่สาม – กล้องมองหลัง (เฉพาะ Prerunner และ 4&#215;4 3.0G) &#8211;  แผงไล่ฝ้ากระจกหลัง – กระจกบังลมหน้าแบบอัดซ้อนนิรภัยพร้อมแถบกรองแสง &#8211; วาล์วตัดน้ำมันอัตโนมัติ &#8211; โครงเสาหลังคา และหลังคารถด้านในได้รับการออกแบบให้มีความอ่อนนุ่มเป็นพิเศษ ช่วยผ่อนแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ลดการบาดเจ็บรุนแรง บริเวณศีรษะของผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/HILUX-VIGO-CHAMP-4.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>พร้อมให้เลือกเป็นเจ้าของ &#8230;. ด้วย 6 เฉดสี </strong><br />
Dark Steel Mica (สีใหม่)<br />
Silky Gold Mica Metallic* (สีใหม่)<br />
Black Mica<br />
Dark Grey Mica Metallic<br />
Super White II*<br />
Silver Metallic*<br />
 (*เฉพาะรุ่นเอ็กซ์ตร้าแค็บ และรุ่นมาตรฐาน มีให้เลือก 3 สี)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/31/07/2011/2011-toyota-new-hilux-vigo-champ/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>2011 TOYOTA New Fortuner The Luxurious SUV</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/26/07/2011/2011-toyota-new-fortuner-the-luxurious-suv/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/26/07/2011/2011-toyota-new-fortuner-the-luxurious-suv/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Jul 2011 23:41:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[2011]]></category>
		<category><![CDATA[Active Safety]]></category>
		<category><![CDATA[Diamond Tech]]></category>
		<category><![CDATA[Luxurious SUV]]></category>
		<category><![CDATA[New Fortuner]]></category>
		<category><![CDATA[Passive Safety]]></category>
		<category><![CDATA[toyota]]></category>
		<category><![CDATA[Traction Control]]></category>
		<category><![CDATA[Vehicle Stability Control]]></category>
		<category><![CDATA[VN เทอร์โบ]]></category>
		<category><![CDATA[คอมมอนเรล]]></category>
		<category><![CDATA[คอยล์สปริง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอร์จูนเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[รถอเนกประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบควบคุมการทรงตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนำทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบเบรก ABS]]></category>
		<category><![CDATA[อินเตอร์คูลเลอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์ดีเซล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=294</guid>
		<description><![CDATA[ฟอร์จูนเนอร์ ใหม่…Above and Beyond รถอเนกประสงค์ระดับหรู สะท้อนภาพลักษณ์ระดับผู้นำ สมรรถนะโดดเด่น ตอบสนองอัตราเร่งยอดเยี่ยม ประหยัดน้ำมันสูงสุด ทั้งเครื่องยนต์ ดีเซล คอมมอนเรล “Diamond Tech” และ เบนซิน “VVT-I” เครื่องยนต์ 1 KD-FTV (I/C) 3000 ซีซี ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจคชั่น 16 วาล์ว VN เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ แรงม้าสูงสุด 163 แรงม้า (120 กิโลวัตต์) ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400-3,200 รอบ/นาที เครื่องยนต์ 2 KD-FTV (I/C) 2500 ซีซี ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจคชั่น 16 วาล์ว VN [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/New-Fortuner-1.jpg" alt="" /></p>
<p>ฟอร์จูนเนอร์ ใหม่…Above and Beyond รถอเนกประสงค์ระดับหรู สะท้อนภาพลักษณ์ระดับผู้นำ สมรรถนะโดดเด่น ตอบสนองอัตราเร่งยอดเยี่ยม ประหยัดน้ำมันสูงสุด ทั้งเครื่องยนต์ ดีเซล คอมมอนเรล “Diamond Tech” และ เบนซิน “VVT-I”</p>
<p>เครื่องยนต์ 1 KD-FTV (I/C) 3000 ซีซี ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจคชั่น 16 วาล์ว VN เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ แรงม้าสูงสุด 163 แรงม้า (120 กิโลวัตต์) ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400-3,200 รอบ/นาที</p>
<p>เครื่องยนต์ 2 KD-FTV (I/C) 2500 ซีซี ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจคชั่น 16 วาล์ว VN เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า (106 กิโลวัตต์) ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที</p>
<p>เครื่องยนต์ 2 TR-FE 2700 ซีซี VVT-i DOHC 16 วาล์ว เครื่องยนต์เบนซิน ตอบสนองนุ่มนวล&#8230;ด้วยเทคโนโลยีระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-i แรงม้าสูงสุด  160 แรงม้า (118 กิโลวัตต์) ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 241 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบต่อนาที</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/New-Fortuner-2.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>สะดวกสบายเหนือระดับ&#8230;ด้วยห้องโดยสารที่เงียบ และช่วงล่างอันเหนือชั้น</strong><br />
ระบบช่วงล่าง TOP Platform…แข็งแกร่ง เพื่อการขับขี่ที่ทุกสภาพถนน โครงสร้างแชสซีส์แข็งแกร่ง ระบบกันสะเทือนแบบคอยล์สปริง ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง – โครงสร้างตัวถังด้านข้างแบบชิ้นเดียว<br />
ระบบกันสะเทือนด้านหน้า แบบอิสระดับเบิ้ลวิชโบน พร้อมคอยล์สปริง ช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ดี และมีความนุ่มนวลในการขับขี่ – คอยล์สปริงช่วยให้การขับขี่ที่นุ่มนวล พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วยลดการโคลงตัวขณะเข้าโค้ง และเพิ่มความสะดวกสบายขณะขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น<br />
ระบบกันสะเทือนด้านหลัง แบบโฟร์ลิงค์ พร้อมคอยล์สปริง แข็งแรง มั่นคง ให้ความรู้สึกนุ่มนวลในการขับขี่ – เหล็กกันโคลงหลัง ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และมั่นคงในการขับขี่ ทั้งบนเส้นทางปกติ และเส้นทางขรุขระ  – แขนยึดด้านล่าง ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแข็งแรง มั่นคง ในการขับขี่</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/New-Fortuner-Interior.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>รูปลักษณ์ภายนอก ดีไซน์ใหม่ โดดเด่น หรูหรา ตั้งแต่หัวจรดท้าย เหนือรถระดับเดียวกัน</strong><br />
กระจังหน้าโครเมียม กันชนหน้า และกันชนหลัง ดีไซน์ใหม่ ให้ความรู้สึกหรูหรา สวยงาม แข็งแกร่ง<br />
ฝากระโปรงลงตัวกับช่องดักลมใหม่ ขนาดใหญ่ขึ้น สวยงาม รับกับแบบด้านหน้า<br />
โคมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ดีไซน์ใหม่ เพิ่มทัศนวิสัยให้ส่องสว่าง คมชัดยิ่งขึ้น<br />
โคมไฟท้ายแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ ดีไซน์ใหม่ โดดเด่น ชัดเจนเพิ่มความปลอดภัย<br />
ไฟตัดหมอกหน้าทรงใหม่ รับกับกันชนหน้าอย่างลงตัว<br />
ที่ฉีดล้างไฟหน้าใหม่ เพิ่มทัศนวิสัยให้ชัดเจนทุกสภาวะการขับขี่ (เฉพาะในรุ่น3.0V 4&#215;4)<br />
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวแบบปรับด้วยไฟฟ้า ดีไซน์ใหม่ สวยเด่นมีสไตล์<br />
กล้องมองหลัง เพิ่มปลอดภัยทุกครั้ง เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง (ยกเว้นในรุ่น 2.5G)<br />
โป่งล้อ (Over Fender) ดีไซน์ใหม่ ดูหรูหราและสวยงาม<br />
ล้อแม็กอัลลอยลายใหม่ ขนาด 17” และยางขนาดใหญ่ 265/65 R 17</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/New-Fortuner-Max.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ภายในดีไซน์โดดเด่น หรูหรา มีระดับ สะดวกสบายสูงสุด</strong><br />
พวงมาลัยดีไซน์ใหม่  แบบ Multi-function หรูหรา สะดวกสบาย ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส<br />
แผงคอนโซลหน้าและกลาง ดีไซน์ใหม่ พร้อมลายไม้ (ในรุ่น3.0V และ 2.7V) และเมทัลลิก (ในรุ่น2.5G)<br />
เบาะผ้าลายใหม่สี 2 โทน (เฉพาะรุ่น2.5G) ให้ความรู้สึกนุ่มสบาย<br />
แผงประตูข้างแบบ 2 โทน ดูสวยงาม ให้อารมณ์หรู<br />
แผงลายไม้ (ในรุ่น3.0V และ 2.7 V) และลายเมทัลลิก (ในรุ่น2.5 G) ข้างประตูใหม่ หรูหราและสวยงาม รับกับวัสดุหนังแผงข้างประตู<br />
หัวเกียร์ลายไม้ใหม่ ให้ความหรูหรา สวยงาม (ในรุ่น3.0V และ 2.7V)<br />
ลูกบิดปรับอุณหภูมิแอร์ ดีไซน์ใหม่ โดดเด่นทันสมัย ตอบรับกับคอนโซลดีไซน์ใหม่ (เฉพาะรุ่น2.5 G)<br />
ที่เก็บแว่นตา / ไฟส่องแผนที่ดีไซน์ใหม่ แบนเรียบกับเพดานหลังคา ดูสบายตา ใช้งานสะดวก<br />
ระบบเครื่องเสียงชั้นเลิศ ขนาด 2 Din* สามารถเล่นวิทยุ ซีดี ดีวีดี พร้อมระบบ MP3 / WMA และลำโพง 6 ทิศทาง พร้อมระบบ ASL ปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถ เพิ่มช่องทางความบันเทิงให้มากขึ้นด้วย ช่องต่อ USB / AUX (ยกเว้นในรุ่น 3.0V Navi)<br />
* (ในรุ่น 3.0V Navigator เป็นเครื่องเล่นแบบ 1DVD พร้อมจอสัมผัสขนาด 6.5”)<br />
* (ในรุ่น 3.0V และ 2.7V เป็นเครื่องเล่นแบบ 1DVD พร้อมจอสัมผัสขนาด 6.1”)<br />
* (ในรุ่น 2.5G เป็นเครื่องเล่นแบบ 1CD)<br />
ระบบนำทาง Navigator สะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นการค้นหาสถานที่ – แนะนำเส้นทาง – ที่ตั้งของสถานที่ต่างๆ พร้อมเมนูบนจอแสดงภาพแบบ Touch-screen (เฉพาะในรุ่น 3.0V Navigator)<br />
ระบบเชื่อมต่อแบบ Bluetooth&#8230;สะดวกสบาย และปลอดภัยในการขับขี่ยิ่งขึ้น เชื่อมต่อระบบ Hand free ของโทรศัพท์แบบไร้สาย ช่วยให้การสนทนา และควบคุมโทรศัพท์เป็นไปอย่างง่ายดาย และปลอดภัยในการขับขี่ ผ่านเครื่องเสียงได้แบบ Hand-free  (เฉพาะในรุ่น3.0V และ2.7V )</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/New-Fortuner-Lamp.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ระบบความปลอดภัยครบครัน&#8230;ทั้งแบบป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ (Active Safety) และปกป้องหลังการเกิดอุบัติเหตุ (Passive Safety)</strong><br />
Active Safety เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ระบบควบคุมการทรงตัวVSC (Vehicle Stability Control / ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control) / ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution) และ ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist) (ในรุ่น 3.0 V) &#8211; ระบบเบรก ABS (Anti-lock Braking System) ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรก &#8211; วาล์วตัดน้ำมันเชื้อเพลิงอัตโนมัติ &#8211; ไล่ฝ้ากระจกหลัง – เซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง (เฉพาะรุ่น 2.5G)- กุญแจรีโมท Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS<br />
Passive Safety เพื่อช่วยลดการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA – คานรับแรงกระแทกในประตูทุกบาน – วัสดุช่วยกระจายแรงกระแทก – ถุงลมเสริมความปลอดภัยคู่หน้า ด้านคนขับและผู้โดยสาร Dual SRS Airbag (ในรุ่น3.0V และ 2.7V) และ เฉพาะด้านคนขับ (ในรุ่น2.5G) &#8211; เข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด ทั้ง 3 แถวที่นั่ง ปรับระดับสูง-ต่ำได้ &#8211; แป้นเบรกนิรภัย – พวงมาลัยยุบตัวได้ </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/New-Fortuner-Gear.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>พร้อมให้เลือกเป็นเจ้าของ &#8230;. ด้วย 7 เฉดสี</strong><br />
White Pearl (สีใหม่ เฉพาะรุ่น 3.0V)<br />
Dark Steel (สีใหม่)<br />
Silky Gold Mica Metallic (สีใหม่)<br />
Dark Grey Mica Metallic<br />
Super White II (เฉพาะรุ่น 2.7V และ 2.5G)<br />
Silver Metallic<br />
Black Metallic</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/New-Fortuner-Engine.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/26/07/2011/2011-toyota-new-fortuner-the-luxurious-suv/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นิสสัน มาร์ช ใหม่ รถยนต์ ECO Car คันแรกของไทย</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/16/03/2010/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%8a-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-eco-car/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/16/03/2010/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%8a-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-eco-car/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Mar 2010 10:02:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[ECO Car]]></category>
		<category><![CDATA[March]]></category>
		<category><![CDATA[Nissan]]></category>
		<category><![CDATA[V-platform]]></category>
		<category><![CDATA[XTRONIC CVT]]></category>
		<category><![CDATA[นิสสัน]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์ช]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาจำหน่าย]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=205</guid>
		<description><![CDATA[เปิดตัวเป็นรายแรกในโครงการ ECO Car ที่ดูเหมือนภาครัฐจะไม่ได้ช่วยอะไรผู้ผลิตรถยนต์เลย กับนิสสัน มาร์ช ใหม่ ที่ค่อนข้างดูดีเกินตัว เหมาะสำหรับผู้ที่รักความเรียบง่าย ได้รับการออกแบบมาให้เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่เชื่อถือได้ มีสไตล์ โฉบเฉี่ยว ในด้านวิศวกรรมนิสสัน มาร์ช ปราดเปรียวคล่องตัว มาพร้อมระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ โดยเครื่องยนต์มีขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ รหัส HR12DE ระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และเกียร์ระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะ XTRONIC CVT บนโครงสร้างวี แพลทฟอร์ม (V-platform) ใหม่ล่าสุด การออกแบบ มร. มาโกโตะ ยามาเน รองหัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ความเห็นว่า “รถยนต์รุ่นนี้ต้องมีสไตล์และกลิ่นไอของความพิถีพิถัน” การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้คือ – มีกระจังหน้าสองชั้น—ตอบสนองความมีสไตล์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามรูปทรงที่สวยงามคลาสสิกยังคงเป็นสิ่งสำคัญ และนี่คือเหตุผลที่มาร์ชยังคงมีเส้นโค้งบริเวณขอบหน้าต่าง (Arched side window)ที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาร์ช ดึงดูดใจผู้พบเห็น ด้วยความพยายามที่จะรักษาขนาดที่พอเหมาะไว้ นิสสัน มาร์ช ใหม่นี้ มีขนาดยาวขึ้นและความสูงลดลงเพียงเล็กน้อย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March-1.jpg" alt="" /></p>
<p>เปิดตัวเป็นรายแรกในโครงการ ECO Car ที่ดูเหมือนภาครัฐจะไม่ได้ช่วยอะไรผู้ผลิตรถยนต์เลย กับนิสสัน มาร์ช ใหม่ ที่ค่อนข้างดูดีเกินตัว เหมาะสำหรับผู้ที่รักความเรียบง่าย ได้รับการออกแบบมาให้เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่เชื่อถือได้ มีสไตล์ โฉบเฉี่ยว ในด้านวิศวกรรมนิสสัน มาร์ช ปราดเปรียวคล่องตัว มาพร้อมระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ โดยเครื่องยนต์มีขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ รหัส HR12DE ระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และเกียร์ระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะ XTRONIC CVT บนโครงสร้างวี แพลทฟอร์ม (V-platform) ใหม่ล่าสุด</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March-2.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>การออกแบบ</strong></p>
<p>มร. มาโกโตะ ยามาเน รองหัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ความเห็นว่า “รถยนต์รุ่นนี้ต้องมีสไตล์และกลิ่นไอของความพิถีพิถัน” การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้คือ – มีกระจังหน้าสองชั้น—ตอบสนองความมีสไตล์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามรูปทรงที่สวยงามคลาสสิกยังคงเป็นสิ่งสำคัญ และนี่คือเหตุผลที่มาร์ชยังคงมีเส้นโค้งบริเวณขอบหน้าต่าง (Arched side window)ที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาร์ช ดึงดูดใจผู้พบเห็น</p>
<p>ด้วยความพยายามที่จะรักษาขนาดที่พอเหมาะไว้ นิสสัน มาร์ช ใหม่นี้ มีขนาดยาวขึ้นและความสูงลดลงเพียงเล็กน้อย ในขณะที่ฐานล้อซึ่งยาวขึ้นนั้น ทำให้นิสสัน มาร์ชมีพื้นที่ภายในกว้างขวางขึ้น นอกจากนี้ ร่องรูปทรงบูมเมอแรงบนหลังคารถช่วยลดการสั่นสะเทือน ลดเสียงภายในห้องโดยสาร ยามาเนกล่าว ด้วยเจตนาในการออกแบบที่จะสร้างความรู้สึกเดียวกันทั้งรูปลักษณ์ภายในและภายนอก ภายในห้องโดยสาร นิสสันจึงได้ใช้แนวคิด ‘Connected Cocoon’ การออกแบบแผงหน้าปัดที่ยึดตามแนวคิดของ ‘ทวิน บับเบิ้ล’ ที่หมายถึงที่ตั้งเข็มอุปกรณ์รูปกลมและตู้เก็บของรูปร่างคล้ายกันทางด้านผู้โดยสาร</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March_engine.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตรพัฒนาใหม่และระบบส่งกำลังแบบ XTRONIC CVT</strong></p>
<p>นิสสัน มาร์ช ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ใหม่รหัส HR12DE 1.2 ลิตร 3 สูบ โดยได้ประยุกต์ใช้เครื่องยนต์แบบ HR16 4 สูบ ซึ่งใช้ในรถยนต์นิสสัน ทีด้า (Tiida) โน้ต (Note) และแคชคาย (Qashqai) เครื่องยนต์ใหม่นี้จึงใช้ระบบควบคุมการเปิดปิดของวาล์ว ( continuously valve-timing control -CVTC) ด้วยความแรง 59 กิโลวัตต์ (79 ps ในขณะที่มีแรงบิด 108 นิวตันเมตร) นอกจากนี้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ในปริมาณเพียง 120 กรัม/ กิโลเมตร สำหรับรถยนต์รุ่นนี้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ถือว่าอยู่ในระดับต้นๆของโลก</p>
<p>นิสสัน มาร์ช มีให้เลือกทั้งในรูปแบบของเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือในรูปแบบของเกียร์แบบ XTRONIC CVT (Continuously Variable Transmission) รุ่นใหม่ของนิสสัน และด้วยอัตราการทดเกียร์ที่กว้างขึ้นนี้ ทำให้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร สามารถประหยัดน้ำมัน และช่วยให้อัตราเร่งเครื่องดีเยี่ยม</p>
<p>นอกจากนี้ วิศวกรของนิสสันได้พัฒนาลักษณะของการขับขี่และการควบคุมยานยนต์ซึ่งได้รวบรวมความแคล่วคล่องว่องไว ความประณีต และความแม่นยำไว้ด้วยกัน บนโครงสร้างวี แพลทฟอร์ม V-platform รุ่นใหม่ที่โดดเด่นของนิสสันนั้น โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มีความกะทัดรัด ลดการใช้เนื้อที่ด้านหลังเพื่อให้มีพื้นที่บริเวณเก็บของสูงสุด โดยที่ไม่เสียพลวัติในการขับขี่รถยนต์บนท้องถนน และยังได้ให้ความใส่ใจเป็นพิเศษต่อการดูดซับแรงกระแทก ซึ่งหมายความว่า นิสสัน มาร์ช ใหม่ สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างราบเรียบไม่ว่าสภาพพื้นผิวถนนราบหรือขรุขระ ไม่มีปัญหาเมื่อต้องวิ่งผ่านโคลนหรือน้ำ สามารถแล่นผ่านไปอย่างง่ายดายด้วยความเร็ว</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March_Interior.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>อุปกรณ์อำนวยความสะดวก</strong></p>
<p>แม้ว่านิสสัน มาร์ช จะมีสมรรถนะด้านความเร็วที่ดีเยี่ยม แต่รถยนต์รุ่นนี้ก็ยังมอบทัศนวิสัยที่เหนือกว่า และรัศมีวงเลี้ยวซึ่งถือว่าเหนือชั้น เพียง 4.5 เมตร รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆหลายประการ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์และประหยัดน้ำมัน ในขณะเดียวกับที่ช่วยให้สามารถจอดรถได้ง่ายดายยิ่งขึ้น</p>
<p>นิสสัน มาร์ช ใหม่ มาพร้อมกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่โดดเด่น ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำให้ผู้ขับขี่ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และยังมีอุปกรณ์เสริมพิเศษ อาทิ กุญแจอัจฉริยะ ระบบป้องการโจรกรรม Immobilizer Push Start Button กระจกข้างพับอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ถอยหลัง 4 จุด (Reverse Sensor) แผงหน้าปัดอัจฉริยะแสดงค่าเฉลี่ยน้ำมันที่ใช้จริง แสดงค่าระยะทางการใช้งาน (cruising range) และอุณหภูมิภายนอก</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March_air-bag.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ความปลอดภัย</strong></p>
<p>การใช้โครงสร้าง V-platform เป็นปัจจัยหลักประการหนึ่ง ที่ช่วยให้รถมีความปลอดภัยจากแรงกระแทกมากยิ่งขึ้น รถยนต์รุ่นนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้รองรับการชนด้านหน้า อันเนื่องมาจากบริเวณส่วนรับแรงกระแทกที่ถูกออกแบบให้ตอบรับการใช้งานได้ดี และยังคงรักษาความแข็งแรงของห้องโดยสารด้วยตัวถังรถยนต์ที่แข็งแกร่ง นิสสัน มาร์ชใช้ระดับมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย UNECE 94 และ 95 (การกระแทกด้านหน้าและด้านข้าง) และยังมีถุงลม SRS ในทุกรุ่น ระบบเบรคป้องกันล้อล็อค (ABS) ระบบควบคุมและกระจายแรงเบรคด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) และ ระบบเสริมแรงเบรค (BA)</p>
<p>รถยนต์นิสสัน มาร์ช จะเปิดตัวและนำออกจำหน่ายประกอบด้วย 4 รุ่นมาตรฐาน และ 2 รุ่นออปชั่น โดยมีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March-3.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ราคาจำหน่ายของนิสสัน มาร์ช</strong></p>
<p>รุ่น 1.2 S MT ราคา 375,000 บาท<br />
รุ่น 1.2 E MT ราคา  425,000 บาท<br />
รุ่น 1.2 E CVT ราคา  459,000 บาท<br />
รุ่น 1.2 EL CVT ราคา  489,000 บาท<br />
รุ่น 1.2 V CVT ราคา  507,000 บาท<br />
รุ่น 1.2 VL CVT ราคา  537,000 บาท</p>
<p>ท่านที่รอโครงการ ECO Car อยู่ เตรียมตัวและเงินในกระเป๋ารอจับจองเจ้า นิสสัน มาร์ช ได้เลยครับ คิดว่าน่าจะเปิดให้จองในงาน Motor Show ปลายเดือนนี้ และหลังจากนั้นจึงจะลงโชว์รูมนิสสันครับ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March_back-door.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/16/03/2010/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%8a-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-eco-car/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>2010 Toyota New VIOS &#8211; make it happen</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/14/03/2010/2010-toyota-new-vios-make-it-happen/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/14/03/2010/2010-toyota-new-vios-make-it-happen/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Mar 2010 16:50:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[2010]]></category>
		<category><![CDATA[New VIOS]]></category>
		<category><![CDATA[toyota]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ภายนอก]]></category>
		<category><![CDATA[ภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์นั่งขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกันสะเทือน]]></category>
		<category><![CDATA[วีออส]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า มอเตอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=203</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบัน รถยนต์นั่งขนาดเล็ก กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากราคาน้ำมันได้ถีบตัวสูงขึ้นอย่างมากจนไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปถูกเหมือนในอดีตที่ผ่านมาได้เลย ผู้ผลิตรถยนต์ทุกค่ายจึงให้ความสำคัญกับตลาดนี้ค่อนข้างมาก และหนึ่งในรถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดนิยม ต้องมีชื่อ โตโยต้า วีออส อยู่ในลำดับต้นๆแน่นอน หลังจากทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2007 ก็ได้เวลาปรับโฉมใหม่ ถึงแม้จะเป็นการปรับเล็กหรือที่เรียกกันว่า Minor Change แต่ก็น่าสนใจไม่น้อยเลย มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย มร.มิจิฮิโกะ ซาโต้ หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าวแนะนำ “วีออส” ใหม่ ทำทุกสิ่งให้เป็นจริง เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2553 ที่ โรงแรมเรเนสซอง กรุงเทพฯ เส้นทางสู่ความเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดนิยม บริษัท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/2010-Toyota-New-VIOS-1.jpg" alt="" /></p>
<p>ปัจจุบัน รถยนต์นั่งขนาดเล็ก กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากราคาน้ำมันได้ถีบตัวสูงขึ้นอย่างมากจนไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปถูกเหมือนในอดีตที่ผ่านมาได้เลย ผู้ผลิตรถยนต์ทุกค่ายจึงให้ความสำคัญกับตลาดนี้ค่อนข้างมาก และหนึ่งในรถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดนิยม ต้องมีชื่อ โตโยต้า วีออส อยู่ในลำดับต้นๆแน่นอน หลังจากทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2007 ก็ได้เวลาปรับโฉมใหม่ ถึงแม้จะเป็นการปรับเล็กหรือที่เรียกกันว่า Minor Change แต่ก็น่าสนใจไม่น้อยเลย</p>
<p>มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  พร้อมด้วย มร.มิจิฮิโกะ ซาโต้ หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  ร่วมแถลงข่าวแนะนำ “วีออส” ใหม่  ทำทุกสิ่งให้เป็นจริง เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2553 ที่ โรงแรมเรเนสซอง กรุงเทพฯ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/2010-Toyota-New-VIOS-2.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>เส้นทางสู่ความเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดนิยม</strong></p>
<p>บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับตลาดรถยนต์เมืองไทยอีกครั้ง ด้วยการแนะนำ วีออส สุดยอดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก รถยนต์ยอดนิยมของคนไทยและเอเชียแปซิฟิก  จากการร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาของวิศวกรชาวไทยและชาวญี่ปุ่น จนกระทั่งได้รถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มีความประหยัด คุ้มค่าสูงสุดในการเป็นเจ้าของ ภายใต้โครงการ AFC : “Affordable Family Car”  โดยใช้ชื่อรุ่น “โซลูน่า”  ได้รับการแนะนำเข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ ประสบความสำเร็จอย่าง     ล้นหลามภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว สามารถสร้างยอดขายสะสมมากกว่า 81,000 คัน หลังจากนั้นเพียง 5 ปี โตโยต้า ก็กลับมาสร้างปรากฏการณ์ให้กับตลาดรถยนต์เมืองไทยอีกครั้ง ด้วยการแนะนำเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของ “โซลูน่า” ที่ปรับปรุงใหม่หมดรอบคัน ให้เป็นรถยนต์สปอร์ตซีดาน โดยใช้ชื่อรุ่น “โซลูน่า วีออส” สามารถตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของลูกค้า และได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทย ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 180,000 คัน นับว่าเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญ ที่ผลักดันให้ โตโยต้า ครองอันดับ 1 ทั้งในตลาดรถยนต์นั่ง และตลาดรถยนต์รวมของไทย และยังขยายความนิยมด้วยการส่งออกจำหน่ายยังตลาดในแถบอาเซียน</p>
<p>ล่าสุดกับการพัฒนารถยนต์นั่งขนาดเล็ก ด้วยการแนะนำเจนเนอเรชั่นที่ 3 ของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยในชื่อรุ่น “วีออส” ซึ่งกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ภายใต้สโลแกน “My Design,My Pride”  ที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้น ภายใต้แนวคิดที่รวบรวมคุณสมบัติของความคุ้มค่านั่นคือ ดีไซน์ที่ก้าวล้ำ ความประหยัดน้ำมัน การขับขี่ที่คล่องแคล่ว ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ความปลอดภัยระดับโลก และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทำให้ วีออส เป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กใหม่ล่าสุด ที่ก้าวล้ำเหนือชั้นกว่ารถระดับเดียวกัน และหลังจากรุ่นปัจจุบันที่แนะนำเข้าสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2550 นั้นได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างสูงด้วยยอดจำหน่ายกว่า 144,000 คัน (ตั้งแต่มีนาคม 2550 ถึง กุมภาพันธ์ 2553)</p>
<p>วีออสเป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กและตลาดรถยนต์นั่งของประเทศไทย จากการประสบความสำเร็จทางด้านการขายมากมายเช่นนี้ โตโยต้าจึงได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนา วีออส ใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “Make It Happen” ที่เป็นความท้าทายในการสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริง ทั้งการออกแบบ และพัฒนาคุณภาพให้มีมาตรฐานระดับโลก ดีไซน์ที่ โดดเด่น สปอร์ตหรูหราทั้งภายนอกและภายใน เทคโนโลยีล้ำสมัยระดับโลก สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเหนือระดับ และมั่นใจในการขับขี่ด้วยอุปกรณ์อันทันสมัยทางด้านความปลอดภัย เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า วีออส ใหม่ จะได้รับการยอมรับ และสามารถครองใจลูกค้าทั้งชาวไทย และต่างประเทศได้อย่างภาคภูมิ</p>
<p><strong>ภายนอก&#8230;สะท้อนความโดดเด่นทุกองศา เพิ่มความหรูหราในทุกมุมมอง</strong></p>
<p>• กระจังหน้าใหม่พร้อมแถบโครเมี่ยม ดีไซน์ใหม่ สไตล์สปอร์ตหรู<br />
• ไฟท้ายแบบมัลติรีเฟลกเตอร์ดีไซน์ใหม่ ลงตัวอย่างมีเอกลักษณ์ สว่าง ปลอดภัย<br />
• คิ้วฝากระโปรงท้ายใหม่ โฉบเฉี่ยวด้วยคิ้วโครเมี่ยม หรูหราทุกมุมมอง<br />
• ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ พร้อมยางขนาด 185/60R15<br />
• ไฟตัดหมอกหน้า ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ในขณะฝนตกหรือหมอกจัด<br />
• กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว หรูหรา ชัดเจน เพิ่มความปลอดภัย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/2010-Toyota-New-VIOS-interior.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ภายใน&#8230;เพลิดเพลินไปกับห้องโดยสารสไตล์สปอร์ตหรู</strong></p>
<p>• แผงคอนโซลกลางและประตูตกแต่งแบบเมทัลลิกใหม่ เท่ห์ลงตัว<br />
• หัวเกียร์หุ้มหนัง พร้อมฐานเกียร์โครเมียมใหม่ หรูหรา ภูมิฐาน<br />
• พวงมาลัยหุ้มหนังสไตล์สปอร์ตพร้อมสวิทซ์ควบคุมเครื่องเสียง เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยขณะขับขี่<br />
• จอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID (Multi-information Display) แสดงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการขับขี่ อาทิ ระยะทางรวม อัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย และความเร็วเฉลี่ยเป็นต้น<br />
• ช่องเสียบ AUX สำหรับเครื่องเล่น MP3 ตอบสนองชีวิตทันสมัย ตลอดการเดินทาง </p>
<p><strong>เครื่องยนต์ และระบบกันสะเทือน</strong></p>
<p>• พลังขับเคลื่อนที่ลงตัว จากพลังของเครื่องยนต์ ที่ให้อัตราเร่งโดดเด่น และประหยัดน้ำมัน<br />
• เครื่องยนต์ 1NZ-FE DOHC 16 วาล์ว VVT-i ความจุกระบอกสูบ 1,497 ซีซี แรงม้าสูงสุด 80 กิโลวัตต์ (109ps) ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที<br />
• ควบคุมได้ดั่งใจ ให้ทุกการเดินทางราบรื่น นุ่มนวล ด้วยระบบกันสะเทือนหน้า แม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และระบบกันสะเทือนหลังแบบ ทอร์ชั่นบีม </p>
<p><strong>ความปลอดภัยแบบป้องกัน</strong></p>
<p>• ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกระทันหันหรือเบรกบนถนนลื่น<br />
• ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ช่วยกระจายแรงเบรกในแต่ละล้อให้ทำงานได้อย่างสมดุล เพื่อ ให้ควบคุมรถได้ดีแม้เบรกในขณะเข้าโค้ง<br />
• ระบบเสริมแรงเบรก (BA) จะช่วยเพิ่มแรงเบรกมากขึ้น ในกรณีเบรกกระทันหัน เพื่อให้หยุดรถได้ในระยะที่สั้นกว่า </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/2010-Toyota-New-VIOS-3.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ความปลอดภัยแบบปกป้อง</strong></p>
<p>• โครงสร้างนิรภัย GOA โครงสร้างห้องโดยสารที่แข็งแกร่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับแรงกระแทกจากการชน<br />
• ระบบดูดซับแรงกระแทก โครงสร้างตัวถังนิรภัยที่สามารถดูดซับแรงกระแทก ลดความรุนแรงจากการชนด้วยการกระจายแรงสู่ตัวถัง พร้อมคานนิรภัยด้านหน้าและด้านข้าง<br />
• ระบบลดแรงกระแทกศีรษะด้านข้าง ออกแบบเพื่อช่วยลดแรงกระแทกที่ศีรษะของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเมื่อเกิดการชน<br />
• ถุงลมเสริมความปลอดภัยคู่หน้า  SRS ปกป้องทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร<br />
• โครงสร้างเบาะนั่งแบบ WIL (Whiplash Injury Lessening) ติดตั้งที่เบาะนั่งด้านหน้า เพื่อลดการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอ เมื่อเกิดการชนจากด้านหลัง<br />
• เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าพร้อมระบบกลไกดึงกลับและผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ ช่วยรั้งร่างกายผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้แนบกับเบาะเมื่อเกิดการชนและลดการบาดเจ็บจากการรัดดึง ของระบบเข็มขัดนิรภัย </p>
<p><strong>วีออส ใหม่ มีสีให้เลือก 7 สี รวม 2 สีใหม่</strong></p>
<p>• สีแดง.. Blackish Red Mica ใหม่<br />
• สีฟ้า..Light Blue Mica Metallic ใหม่<br />
• สีขาว..Super white<br />
• สีเงิน..Silver Metallic<br />
• สีเทา..Medium Silver Metallic<br />
• สีดำ..Black Mica<br />
• สีทอง..Beige Metallic </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/2010-Toyota-New-VIOS-4.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>8 รุ่น ให้ครอบครอง</strong></p>
<p>• 1.5G Limited &#8211; เกียร์อัตโนมัติ<br />
• 1.5G &#8211; เกียร์อัตโนมัติ<br />
• 1.5ES &#8211; เกียร์อัตโนมัติ<br />
• 1.5E &#8211; เกียร์อัตโนมัติ<br />
• 1.5E &#8211; เกียร์ธรรมดา<br />
• 1.5J &#8211; เกียร์อัตโนมัติ<br />
• 1.5J มาตรฐาน &#8211; เกียร์อัตโนมัติ<br />
• 1.5J มาตรฐาน &#8211; เกียร์ธรรมดา</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/14/03/2010/2010-toyota-new-vios-make-it-happen/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Toyota Corolla Altis TRD Sportivo ใหม่</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/09/03/2010/toyota-corolla-altis-trd-sportivo-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/09/03/2010/toyota-corolla-altis-trd-sportivo-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Mar 2010 19:54:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[1.6]]></category>
		<category><![CDATA[1.8]]></category>
		<category><![CDATA[Altis]]></category>
		<category><![CDATA[corolla]]></category>
		<category><![CDATA[Sportivo]]></category>
		<category><![CDATA[Super ECT]]></category>
		<category><![CDATA[toyota]]></category>
		<category><![CDATA[TRD]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดแต่งรอบคัน]]></category>
		<category><![CDATA[ทีอาร์ดี]]></category>
		<category><![CDATA[ภายนอก]]></category>
		<category><![CDATA[ภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์นั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์สปอร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[สปอร์ติโว]]></category>
		<category><![CDATA[อัลติส]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างนิรภัย]]></category>
		<category><![CDATA[โคโรลล่า]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=200</guid>
		<description><![CDATA[นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และนายนิกร ประเสริฐสม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์ซีดานยอดนิยมรุ่นล่าสุด โคโรลล่า อัลติส ทีอาร์ดี สปอร์ติโว ใหม่ สำหรับคนรุ่นใหม่ นักขับหัวใจสปอร์ต เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ เดโม ทองหล่อ ซอย 10 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์นั่ง โคโรลล่า อัลติส รุ่นปัจจุบัน ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่น ที่ 10 เข้าสู่ตลาดเมืองไทยตั้งแต่เมื่อต้นปี 2551 ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีในฐานะ “รถยนต์นั่งยอดนิยม” ต่อมาในช่วงกลางปี 2552 ได้แนะนำ โคโรลล่า อัลติส 2.0L โดยนำเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ และมองหาสิ่งที่แสดงถึงตัวตนที่แตกต่าง และล่าสุดปลายปีที่ผ่านมากับรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โคโรลล่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Corolla-Altis-TRD-Sportivo-1.jpg" alt="" /></p>
<p>นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และนายนิกร  ประเสริฐสม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์ซีดานยอดนิยมรุ่นล่าสุด    โคโรลล่า อัลติส ทีอาร์ดี สปอร์ติโว ใหม่ สำหรับคนรุ่นใหม่ นักขับหัวใจสปอร์ต เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ เดโม ทองหล่อ ซอย 10</p>
<p>         บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  แนะนำรถยนต์นั่ง โคโรลล่า อัลติส  รุ่นปัจจุบัน ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่น ที่ 10 เข้าสู่ตลาดเมืองไทยตั้งแต่เมื่อต้นปี 2551 ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีในฐานะ “รถยนต์นั่งยอดนิยม” ต่อมาในช่วงกลางปี 2552 ได้แนะนำ โคโรลล่า อัลติส 2.0L โดยนำเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ และมองหาสิ่งที่แสดงถึงตัวตนที่แตกต่าง และล่าสุดปลายปีที่ผ่านมากับรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โคโรลล่า อัลติส Advanced CNG เกียร์อัตโนมัติ ที่สามารถใช้เชื้อเพลิงได้ทั้งก๊าซธรรมชาติอัด(CNG) และน้ำมันแก็สโซฮอลล์อี20 ทั้งยังสะดวกสบายไปกับเกียร์อัตโนมัติ ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี นับตั้งแต่เปิดตัว โคโรลล่า อัลติส ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า จนสามารถครองความเป็นรถยนต์นั่งยอดนิยม ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 58,000 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2553)” </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Corolla-Altis-TRD-Sportivo-2.jpg" alt="" /></p>
<p>          สำหรับ โคโรลล่า อัลติส ทีอาร์ดี สปอร์ติโว   ใหม่นี้       ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่มีความชื่นชอบในดีไซน์เฉพาะตัว สะท้อนภาพลักษณ์โดดเด่น ของรถยนต์สปอร์ต ทั้งรูปลักษณ์ภายนอก และการออกแบบภายในห้องโดยสาร ซึ่ง โคโรลล่า อัลติส ทีอาร์ดี สปอร์ติโว มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ คือรุ่นเครื่องยนต์ 1800 ซีซี และ 1600 ซีซี โดยจะผลิตในจำนวนจำกัด เพียง 2,000 คันเท่านั้น</p>
<p><strong>Corolla Altis TRD Sportivo ใหม่</strong><br />
<strong>ภายนอก ปลุกเร้าทุกสายตา ด้วยชุดแต่งสุดล้ำดีไซน์สปอร์ต</strong></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Corolla-Altis-TRD-Sportivo-3.jpg" alt="" /></p>
<p>•โฉบเฉี่ยว เร้าใจด้วยชุดแต่งรอบคัน สเกิร์ตกันชนหน้า ด้านข้าง กันชนหลัง และสปอยเลอร์หลัง ที่ได้รับการออกแบบอย่างมีสไตล์<br />
•บ่งบอกเอกสิทธิ์เฉพาะรุ่น ด้วยป้ายสัญญลักษณ์ “TRD Sportivo” ที่กระจังหน้า และฝาท้าย<br />
•เข้มกับ โคมไฟหน้า แบบ Smoke Chrome<br />
•เร้าใจทุกการโลดแล่น ล้อแม็กซ์ TRD ขนาด 16 นิ้ว  สีเทาดำ พร้อมยางขนาด 205/55/R16<br />
•เท่ห์ไม่ซ้ำใครกับ โคมไฟท้าย LED แบบเลนส์ใส และปลายท่อไอเสียสเตนเลส </p>
<p><strong>ภายในหรู เข้ม เต็มความแรงทุกองศา กระตุ้นทุกหัวใจให้สูบฉีด</strong><br />
•ภายในสปอร์ต เต็มพิกัด ด้วยโทนสีดำทั้งเบาะนั่ง แผงประตู พวงมาลัย และหัวเกียร์หุ้มหนัง<br />
•แผงคอนโซลหน้าสีเมทัลลิก พร้อมลายหินอ่อนสีดำ  </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Corolla-Altis-TRD-Sportivo-4.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>เครื่องยนต์ทั้ง 2 รุ่น พร้อมระบบกันสะเทือน</strong><br />
•พลังขับเคลื่อนที่ลงตัว จากพลังของเครื่องยนต์ ที่ให้อัตราเร่งโดดเด่น และประหยัดน้ำมัน </p>
<p><strong>เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร</strong><br />
     1ZZ-FE            1,794 ซีซี 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC VVT-i<br />
               แรงม้าสูงสุด      97 กิโลวัตต์ (132 แรงม้า) / 6,000 รอบต่อนาที<br />
               แรงบิดสูงสุด     170 นิวตัน &#8211; เมตร / 4,200 รอบต่อนาที</p>
<p><strong>เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร</strong><br />
               3ZZ-FE            1,598 ซีซี 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC VVT-i<br />
               แรงม้าสูงสุด     80 กิโลวัตต์ (109 แรงม้า) / 6,000 รอบต่อนาที<br />
               แรงบิดสูงสุด    145 นิวตัน &#8211; เมตร / 4,400 รอบต่อนาที</p>
<p>•ระบบส่งกำลังอัจฉริยะ Super ECT ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล ด้วยระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 4 สปีด ที่ควบคุมด้วยไฟฟ้าแบบ Super ECT (Electronic Controlled Transmission) พร้อม Sequential shift สำหรับรุ่น 1.8 ลิตร ซึ่งปรับเปลี่ยนการทำงานตามสภาพของถนน และการ  ขับขี่ โดยจะเลือกการเปลี่ยนเกียร์ที่เหมาะสมด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีที่สุด •ควบคุมได้ดั่งใจ ให้ทุกการเดินทางราบรื่น นุ่มนวล ด้วยระบบช่วงล่างหน้า แม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และระบบช่วงล่างหลังแบบ ทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง<br />
•โครงสร้างนิรภัย GOA ช่วยกระจายแรงกระแทกจากการชนไปยังโครงสร้างส่วนต่างๆ ของตัวรถ เพื่อลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดกับผู้โดยสาร </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Corolla-Altis-TRD-Sportivo-5.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ระบบความปลอดภัย เต็มพิกัด </strong><br />
•ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS สำหรับคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า (เฉพาะรุ่น 1.8 TRD SPortivo)<br />
•โครงสร้างเบาะนั่งแบบ WIL (Whiplash Injury Lessening) ช่วยลดการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นบริเวณกระดูกต้นคอเมื่อเกิดการชนจากด้านหลัง เบาะนั่งจะช่วยรองรับศรีษะและแผ่นหลัง เพื่อลดแรงกระแทกที่อาจเกิดขึ้นกับกระดูกต้นคอ<br />
•ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)<br />
•ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)<br />
•ระบบเสริมแรงเบรก (BA) </p>
<p><strong>โดดเด่น ด้วย 2 สี ที่สะกดทุกสายตา</strong><br />
•สีขาว (Super White)<br />
•สีดำ (Black Mica ) </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Corolla-Altis-TRD-Sportivo-6.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ)</strong><br />
•รุ่น 1.8 TRD Sportivo  894,000 บาท<br />
•รุ่น 1.6 TRD Sportivo  839,000 บาท </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/09/03/2010/toyota-corolla-altis-trd-sportivo-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร เหนือกว่าด้วยขุมพลังขับเคลื่อนใหม่</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/22/02/2010/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad-16-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/22/02/2010/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad-16-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Feb 2010 18:07:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[1.6 ลิตร]]></category>
		<category><![CDATA[ขับเคลื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ขุมพลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[ช็อคอัพแก๊ส]]></category>
		<category><![CDATA[ซับคอมแพกต์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีดาน]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[อาวีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[เกียร์อัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เชฟโรเลต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=198</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว อาวีโอ สู่สาธารณชนครั้งแรกในประเทศไทย ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี โดยเชฟโรเลต ไม่หยุดนิ่ง มีการพัฒนาเพิ่มรุ่นต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการให้แก่ลูกค้าอย่างหลากหลายมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด อาวีโอ รถรุ่นเล็กจากเชฟโรเลต กลับมาอีกครั้ง พร้อมด้วยขุมพลังขับเคลื่อนใหม่ใหญ่กว่าเดิม ขนาด 1.6 ลิตร ความจุกระบอกสูบ 1,598 ซีซี ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ที่ตอบโจทย์ในด้านความปราดเปรียว เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ใช้งานในเมืองมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ขุมพลังที่ใหญ่ขึ้น ช่วยให้อาวีโอสามารถใช้งานทางไกลได้สะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร จะทำให้ผู้ขับขี่ เชฟโรเลต อาวีโอ รถยนต์ซับคอมแพกต์ซีดาน ดีไซน์หรู ได้รับประสบการณ์ใหม่ ซึ่งมีทั้งความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว ขณะใช้งานในเมือง ให้ความประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น และยังได้รับความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งจากพวงมาลัยน้ำหนักเหมาะมือที่ตอบสนองตามสั่งได้อย่างรวดเร็ว และระบบช่วงล่างอันโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเชฟโรเลต ให้ความยึดเกาะ มีความปลอดภัยมาตรฐานระดับยุโรป จุดเด่นของเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/Chevrolet-AVEO-1.6-Liter-1.jpg" alt="" /></p>
<p>หลังจากบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว อาวีโอ สู่สาธารณชนครั้งแรกในประเทศไทย ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี โดยเชฟโรเลต ไม่หยุดนิ่ง มีการพัฒนาเพิ่มรุ่นต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการให้แก่ลูกค้าอย่างหลากหลายมาอย่างต่อเนื่อง </p>
<p>ล่าสุด อาวีโอ รถรุ่นเล็กจากเชฟโรเลต กลับมาอีกครั้ง พร้อมด้วยขุมพลังขับเคลื่อนใหม่ใหญ่กว่าเดิม ขนาด 1.6 ลิตร ความจุกระบอกสูบ 1,598 ซีซี ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ที่ตอบโจทย์ในด้านความปราดเปรียว เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ใช้งานในเมืองมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ขุมพลังที่ใหญ่ขึ้น ช่วยให้อาวีโอสามารถใช้งานทางไกลได้สะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย  </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/Chevrolet-AVEO-1.6-Liter-2.jpg" alt="" /></p>
<p>ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร จะทำให้ผู้ขับขี่ เชฟโรเลต อาวีโอ รถยนต์ซับคอมแพกต์ซีดาน ดีไซน์หรู ได้รับประสบการณ์ใหม่ ซึ่งมีทั้งความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว ขณะใช้งานในเมือง ให้ความประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น และยังได้รับความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งจากพวงมาลัยน้ำหนักเหมาะมือที่ตอบสนองตามสั่งได้อย่างรวดเร็ว และระบบช่วงล่างอันโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเชฟโรเลต ให้ความยึดเกาะ มีความปลอดภัยมาตรฐานระดับยุโรป</p>
<p>จุดเด่นของเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว หัวฉีดมัลติพอยท์ รหัส F16D3 ขนาด 1.6 ลิตร ขับเคลื่อนล้อหน้าที่เป็นหัวใจขับเคลื่อนของอาวีโอ ใหม่นี้ อยู่ที่แรงบิดสูงสุด 145 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ด้วยแรงบิดที่เพิ่มมากขึ้นอีก 15 นิวตันเมตร นี้ทำให้อาวีโอ มีสปีดต้นที่ดีขึ้น เพิ่มความคล่องตัว และขับสนุกมากขึ้นยามใช้งานในเมือง ขณะที่พละกำลังสูงสุด 102 แรงม้าที่ 5,800 รอบ/นาที ซึ่งมีกำลังมากขึ้นอีก 8 แรงม้า ทำให้อาวีโอ มีการสามารถตอบสนองการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น มีความมั่นใจในการใช้งานทางไกลอีกด้วย ขณะเดียวกัน อาวีโอ 1.6 ลิตร จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญเชื้อเพลิงดีขึ้น เนื่องจากกำลังเครื่องยนต์ ทั้งแรงม้าและแรงบิดที่สูงขึ้น ทำให้ลดการสูญเสียกำลังในการฉุดลากตัวรถ</p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/Chevrolet-AVEO-1.6-Liter-3.jpg" alt="" /></p>
<p>อาวีโอ ยังคงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของรถยนต์ เชฟโรเลต ทุกรุ่น ด้วยระบบช่วงล่างแบบ ยูโรไรด์ ซัสเพนชั่น ที่ให้ความยึดเกาะถนนและความปลอดภัยระดับมาตรฐานยุโรป ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สัน สตรัท คอยล์สปริง ช็อคอัพแก๊ส พร้อมเหล็กกันโคลง ขณะที่ด้านหลังเป็นแบบ ทอร์ชั่นบีม ยูโรปเปียนเฮลิคัล สปริง พร้อมช็อคอัพแก๊ส ซึ่งช่วงล่างของเชฟโรเลต ถูกคิดค้นพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการตอบสนองที่แน่นหนึบ แต่นุ่มนวล ลดเสียงรบกวนให้ได้มากที่สุด พร้อมมอบความมั่นคงและปลอดภัยในการขับขี่ </p>
<p>แม้ว่า อาวีโอจะเป็นรถขนาดกระทัดรัด ที่มีช่วงความยาวตัวถัง 4,310 มม. เท่านั้น แต่ทีมนักออกแบบของอาวีโอ ก็เน้นให้ช่วงฐานล้อมีความยาวถึง 2,480 มม. และมีความกว้างตัวรถ 1,710 มม. นั่นจึงทำให้ อาวีโอเป็นรถรุ่นเล็กที่มีความกว้างขวางนั่งสบายในทุกที่นั่ง เหนือกว่ารถรุ่นอื่นในระดับเดียวกัน รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป  </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/Chevrolet-AVEO-1.6-Liter-4.jpg" alt="" /></p>
<p>นอกจากสมรรถนะที่สูงขึ้นแล้ว เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร ยังคงอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ไว้อย่างครบครันเช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็น ระบบเบรค ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD ถุงลมนิรภัย กุญแจ Immobilizer สัญญาณกันขโมย ไฟตัดหมอก (เฉพาะรุ่น) ระบบเครื่องเสียงแบบ 2-Din (เครื่องเสียงทูดิน คือเครื่องเสียงที่มีฟรอนต์สองชั้น มีความหนาของเครื่องเสียง หน้าจอกว้างมากขึ้น) รองรับระบบ CD / MP3 ที่เพิ่มระบบ Bluetooth กระจกมองข้างปรับพับด้วยไฟฟ้า กระจกไฟฟ้า ฯลฯ</p>
<p>เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร มีให้เลือกใช้งานทั้งหมด 4 รุ่น เริ่มจากรุ่น LSX รุ่น LT รุ่นสปอร์ต SS และ รุ่น LUX โดยมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกแตกต่างกันออกไป สำหรับราคาของเชฟโรเลต อาวีโอ ใหม่ แบ่งออกเป็น<br />
•	เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร LSX 644,000 บาท<br />
•	เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร LT 674,000 บาท<br />
•	เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร SS 669,000 บาท<br />
•	เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร LUX 709,000 บาท </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/Chevrolet-AVEO-1.6-Liter.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ข้อมูลทางเทคนิค เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร</strong><br />
เครื่องยนต์ 				รหัส F16D3 บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว (VGIS)<br />
กระบอกสูบ x ช่วงชัก (มม.)		79.0 x 81.5<br />
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี)		1,598<br />
อัตราส่วนกำลังอัด			9.5:1<br />
แรงม้าสูงสุด				102 แรงม้าที่ 5,800 รอบ/นาที<br />
แรงบิดสูงสุด				145 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบ/นาที<br />
ระบบเกียร์				อัตโนมัติ 4 สปีด<br />
ล้อและยาง				รุ่น LSX, LT และ LUX ล้ออัลลอย 15 นิ้ว พร้อมยาง 185/55 R15<br />
					รุ่น SS ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง 195/45 R16<br />
ตัวถังกว้าง x ยาว x สูง (มม.) 		4,310 x 1,710 x 1,505<br />
ฐานล้อ (มม.)				2,480<br />
น้ำหนักรถเปล่า (กก.)			1,161<br />
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง		45 ลิตร</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/22/02/2010/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad-16-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Proton Exora MPV 7 ที่นั่ง</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/02/01/2010/proton-exora-mpv-7-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/02/01/2010/proton-exora-mpv-7-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Jan 2010 17:41:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[Exora]]></category>
		<category><![CDATA[MPV 7 ที่นั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[Proton]]></category>
		<category><![CDATA[ท่อไอดีแปรผัน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์อเนกประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[วาล์วแปรผัน]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์มาตรฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=191</guid>
		<description><![CDATA[บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Proton ในประเทศไทย นำเข้ารถยนต์ตัวใหม่ล่าสุด Proton Exora ยานยนต์เหนือระดับ สัมผัสประสบการณ์ความกว้างสบายใหม่กับ MPV 7 ที่นั่ง ซึ่งจะเปิดตัว อย่างเป็นทางการครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 26 ต้นเดือนธันวาคมนี้ Proton Exora จากค่ายโปรตอน นับเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย Exora เป็นผลิตผลของโปรตอนที่ได้จากการวิจัยและพัฒนาอย่างละเอียดรอบคอบเป็นเวลาหลายปี โดยได้รวมองค์ประกอบเรื่องพื้นที่ รูปแบบ สมรรถนะและความปลอดภัย จึงได้รับการออกแบบให้เป็นสุดยอดยานยนต์เหนือระดับ ผสานเทคโนโลยีช่วงล่างจากรถ Lotus ประเทศอังกฤษ Exora มีความเหมือนกับโปรตอน Gen 2 และ Neo คือ ใช้การทดลองและทดสอบกับเครื่องยนต์ที่ให้พละกำลัง 1.6 ลิตรเหมือนกัน แต่ Exora มีการเพิ่มเทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผัน (CPS : Cam Profile Switching) สำหรับในส่วนของเครื่องยนต์มีการใช้เทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมสองแบบ คือ เทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผัน (CPS or [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-1.jpg" alt="" /></p>
<p>บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Proton ในประเทศไทย นำเข้ารถยนต์ตัวใหม่ล่าสุด Proton Exora ยานยนต์เหนือระดับ สัมผัสประสบการณ์ความกว้างสบายใหม่กับ MPV 7 ที่นั่ง ซึ่งจะเปิดตัว อย่างเป็นทางการครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 26 ต้นเดือนธันวาคมนี้</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-2.jpg" alt="" /></p>
<p>Proton Exora จากค่ายโปรตอน นับเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย Exora เป็นผลิตผลของโปรตอนที่ได้จากการวิจัยและพัฒนาอย่างละเอียดรอบคอบเป็นเวลาหลายปี  โดยได้รวมองค์ประกอบเรื่องพื้นที่ รูปแบบ สมรรถนะและความปลอดภัย  จึงได้รับการออกแบบให้เป็นสุดยอดยานยนต์เหนือระดับ ผสานเทคโนโลยีช่วงล่างจากรถ Lotus ประเทศอังกฤษ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-3.jpg" alt="" /></p>
<p>Exora มีความเหมือนกับโปรตอน Gen 2 และ Neo  คือ ใช้การทดลองและทดสอบกับเครื่องยนต์ที่ให้พละกำลัง 1.6 ลิตรเหมือนกัน แต่ Exora มีการเพิ่มเทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผัน (CPS : Cam Profile Switching) สำหรับในส่วนของเครื่องยนต์มีการใช้เทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมสองแบบ คือ เทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผัน (CPS or Cam Profile Switching) และเทคโนโลยีท่อไอดีแปรผัน (Variable Intake Manifold technology) ทำให้กำลังและแรงบิดของเครื่องยนต์เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่สามารถดำรงประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงไว้ได้ เทคโนโลยีการรวมเครื่องยนต์ทั้งสองอย่างที่แตกต่างกันมาอยู่ในชุดเดียวกันนี้ ทำให้ Exora มีความโดดเด่นที่ได้จากการรวมเทคโนโลยีทั้งสอง กล่าวคือ สามารถใช้ช่องของท่อไอดีที่มีขนาดยาว ช่วยทดแทนแรงบิดที่ลดลงอันเกิดจากเพลาลูกเบี้ยวยกตัวสูงขึ้น ในขณะที่ช่องของท่อไอดีที่มีขนาดสั้น ช่วยให้เครื่องยนต์มีพลังขับเคลื่อนด้วยความเร็วที่สูงขึ้น</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-4.jpg" alt="" /></p>
<p>Exora  ได้รับการออกแบบสำหรับการเดินทางไกลของครอบครัว มีการปรับการขับขี่ที่ช่วยให้ผู้ขับมั่นใจและมีความสะดวกสบายในการขับขี่ทางไกลบนท้องถนน ในแง่ของความปลอดภัย ทั้งผู้ขับและผู้โดยสารที่นั่งส่วนหน้าจะสัมผัสถึงมาตรฐานความปลอดภัยของ Exora จากการมีถุงลมนิรภัยคู่ด้านหน้าพร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ (Pre-tensioner seat-belts)  ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่นมีเดียมไลน์ (Medium Line) และรุ่นไฮไลน์( High Line) ในส่วนของอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆ ได้แก่ ระบบเบรกทั้ง ABS  (Anti-lock Braking System)  และ EBD (Electronic Brake-force Distribution) ที่ช่วยให้รถยนต์ที่ขับขี่มาด้วยความเร็วสูงสามารถหยุดได้อย่างรวดเร็วด้วยความปลอดภัย และที่สำคัญที่สุด คือ ห้องโดยสารมีความแข็งแรงและใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบโครงสร้างป้องกันการชน ซึ่งช่วยให้รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นนี้มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดความปลอดภัยของ ยูโร เอ็นแคป (Euro-Ncap) ระดับ 4 ดาว สำหรับความโดดเด่นของเทคโนโลยีด้านอื่นๆ ได้แก่ การใช้ส่วนประกอบเหล็กกล้าที่เป็นการผสมผสานระหว่างไฮโดรฟอร์ม ( Hydro-formed) และ โครงสร้างเสริมแบบพิเศษด้านหน้า ที่มีความแข็งแกร่งสูง เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ Exora เป็นรถยนต์ที่มีน้ำหนักเบา แต่เพียบพร้อมด้วยความแข็งแกร่งและปลอดภัย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-5.jpg" alt="" /></p>
<p>สำหรับห้องโดยสารภายใน มีการใช้เทคโนโลยีอันทันสมัย ปรับปรุงทั้งในด้านการกันเสียงรบกวนจากภายนอก ซึ่งระบบเก็บเสียงที่มีคุณภาพสูงนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถสนทนากันด้วยระดับเสียงปกติ และสามารถรับฟังเพลงหรือชมภาพยนตร์ (เฉพาะรุ่น High Line) ที่ชื่นชอบได้อย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ ยังให้ความรู้สึกสบายในการขับขี่ระยะไกล Exora  จึงได้ติดตั้งที่วางเครื่องดื่มถึง 10 จุด เพื่อช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถวาง และหยิบขวดเครื่องดื่มได้สะดวกสบายมากขึ้น ในส่วนของสัมภาระ Exora  มีพื้นที่กว้าง โดยออกแบบให้เก้าอี้ทั้ง  6  ที่นั่งสามารถปรับพับได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้มากขึ้น กลไกการพับพนักที่นั่งนั้นช่วยให้การพับพนักที่นั่งแถวที่สองทำได้ง่ายขึ้น  เปิดช่องกว้างให้ผู้โดยสารเข้าไปยังแถวที่นั่งที่สามได้ ประตูหลังสามารถเปิดได้กว้างถึง 80 องศา  เอื้อต่อการขึ้นลงของผู้โดยสาร นอกจากนี้ Exora จัดให้มีช่องระบบปรับอากาศให้กับทุกแถวที่นั่ง ช่วยให้ผู้โดยสารได้รับความเย็นสบายทั่วถึงในวันที่มีอากาศร้อนอบอ้าว</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-6.jpg" alt="" /></p>
<p>จุดเด่นอีกจุดหนึ่งของ Exora คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แบบ BCM หรือ the Body Control Module  ซึ่งติดตั้งในรถยนต์ยุโรประดับสูง   Exora เป็นรถรุ่นแรกในค่ายโปรตอนที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ BCM พร้อมตัวเลือกและอุปกรณ์ใหม่อื่นๆ มากมายเพื่อเพิ่มการใช้งานและความปลอดภัย BCM  ทำหน้าที่ได้มากกว่า 20 ฟังก์ชั่น  อาทิ  ไฟนำทางเข้าบ้าน การตั้งโปรแกรมการล็อกประตู การควบคุมการทำงานที่ปัดน้ำฝน การทำงานของสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติระหว่างการหยุดโดยฉุกเฉินจากความเร็วที่ 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-7.jpg" alt="" /></p>
<p>Proton Exora ทุกรุ่น มีสีให้เลือก 4 สี ได้แก่<br />
•	สีเงิน (Genetic Silver)<br />
•	สีดำ (Tranquility Black)<br />
•	สีขาว (Solid White)<br />
•	สีฟ้า (Gaia Blue)</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-8.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/02/01/2010/proton-exora-mpv-7-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Toyota Camry Hybrid &#8211; Drive Intelligent Drive Hybrid</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/22/09/2009/toyota-camry-hybrid-drive-intelligent-drive-hybrid/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/22/09/2009/toyota-camry-hybrid-drive-intelligent-drive-hybrid/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Sep 2009 11:30:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[Blue-tinted Extension]]></category>
		<category><![CDATA[Camry Hybrid]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Brake Control]]></category>
		<category><![CDATA[nickel-metal hydride]]></category>
		<category><![CDATA[toyota]]></category>
		<category><![CDATA[กระแสไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[คัมรี ไฮบริด]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[มอเตอร์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยนตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ยนตรกรรมอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฮบริด]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรีไฮบริด]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=169</guid>
		<description><![CDATA[บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำเสนอรถยนต์ไฮบริดซีดานขนาดกลางรุ่นใหม่ล่าสุด คัมรี ไฮบริด ที่ประกอบขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชีย ยนตรกรรมอัจฉริยะ ที่เพียบพร้อมเทคโนโลยีใหม่อันทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด สมรรถนะดีเยี่ยม ตอบสนองการขับขี่ได้เร้าใจยิ่งกว่า ทั้งเป็นรถยนต์ที่ให้ความเงียบ และให้ความรู้สึกสบาย รื่นรมย์ ตลอดการขับขี่ พร้อมแนะนำ คัมรี ใหม่ รุ่นปรับปรุงโฉม ตอบสนองความต้องการลูกค้าให้เป็นยนตรกรรมเหนือระดับ สำหรับบุคคลเหนือระดับอย่างแท้จริง ยนตรกรรมแห่งเกียรติประวัติ คัมรี ได้รับการแนะนำเข้าสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ.2525 ซึ่งชื่อ คัมรี นั้นไม่ได้กำเนิดมาจากภาษาอังกฤษ แต่มาจากภาษาญี่ปุ่นในคำว่า “คัมมูริ” ซึ่งแปลว่า “มงกุฎ” ซึ่ง คัมรี ได้สะท้อนความหมายและภาพลักษณ์ของ “มงกุฎ” ได้อย่างชัดเจน โดยเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลาง ที่มีดีไซน์อันหรูหรา ภูมิฐาน ห้องโดยสาร โอ่อ่า กว้างขวาง พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังได้รับความนิยมจากลูกค้าในสหรัฐอเมริกา ด้วยการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ซีดานขนาดกลางในประเทศสหรัฐอเมริกาถึง 11 ปี นับตั้งแต่ปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Camry%20Hybrid-1.jpg" alt="" /></p>
<p>บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  นำเสนอรถยนต์ไฮบริดซีดานขนาดกลางรุ่นใหม่ล่าสุด   คัมรี ไฮบริด ที่ประกอบขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชีย ยนตรกรรมอัจฉริยะ ที่เพียบพร้อมเทคโนโลยีใหม่อันทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด สมรรถนะดีเยี่ยม ตอบสนองการขับขี่ได้เร้าใจยิ่งกว่า ทั้งเป็นรถยนต์ที่ให้ความเงียบ และให้ความรู้สึกสบาย รื่นรมย์ ตลอดการขับขี่  พร้อมแนะนำ คัมรี ใหม่ รุ่นปรับปรุงโฉม  ตอบสนองความต้องการลูกค้าให้เป็นยนตรกรรมเหนือระดับ สำหรับบุคคลเหนือระดับอย่างแท้จริง</p>
<p><strong>ยนตรกรรมแห่งเกียรติประวัติ</strong><br />
คัมรี ได้รับการแนะนำเข้าสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ.2525 ซึ่งชื่อ คัมรี นั้นไม่ได้กำเนิดมาจากภาษาอังกฤษ แต่มาจากภาษาญี่ปุ่นในคำว่า “คัมมูริ” ซึ่งแปลว่า “มงกุฎ” ซึ่ง คัมรี ได้สะท้อนความหมายและภาพลักษณ์ของ “มงกุฎ” ได้อย่างชัดเจน โดยเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลาง ที่มีดีไซน์อันหรูหรา ภูมิฐาน ห้องโดยสาร  โอ่อ่า กว้างขวาง พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังได้รับความนิยมจากลูกค้าในสหรัฐอเมริกา ด้วยการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ซีดานขนาดกลางในประเทศสหรัฐอเมริกาถึง 11 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 จนถึงปัจจุบัน  คัมรีได้รับการแนะนำเข้าสู่ตลาดรถยนต์เมืองไทย    ครั้งแรกในปลายปี พ.ศ.2536 ด้วยการเป็นรถยนต์นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ได้รับความนิยม    อย่างแพร่หลายตลอดมา ด้วยยอดจำหน่ายมากกว่า 100,000 คัน และเริ่มประกอบคัมรีในประเทศ ในเจนเนอเรชั่นที่ 4 และได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทยมากขึ้นตามลำดับ จนรุ่นปัจจุบันเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 6 แล้ว และสามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลางมากกว่า 50%</p>
<p>มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “โตโยต้ามีความมุ่งมั่นในการพัฒนาและริเริ่มโครงการต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ภายใต้พันธสัญญาที่จะร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม และประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกที่ผลิตรถยนต์คัมรี ไฮบริด ในทวีปเอเซีย นอกเหนือประเทศญี่ปุ่น”</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Camry%20Hybrid-2.jpg" alt="" /></p>
<p> “คัมรีไฮบริด เป็นรถยนต์ที่มีสมรรถนะอันยอดเยี่ยม มาพร้อมกับอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยระดับสูง ที่ทุกท่านพบได้จากรถยนต์ซีดานระดับหรูเท่านั้น และด้วยคุณสมบัติอันน่าประทับใจเหล่านี้ทำให้เรามั่นใจว่า  คัมรี ไฮบริด จะเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของเราที่จะกระตุ้นตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลาง นับจากนี้ไปจนถึงสิ้นปี โดยเรามีเป้าหมายการขายตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมจนถึงเดือนธันวาคมอยู่ที่ ประมาณ 4,000 คัน”</p>
<p>มร.ทานาดะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การส่งมอบรถยนต์ไฮบริดคันแรกจะเริ่มต้นในช่วงต้นสัปดาห์หน้า โดยเราเตรียมความพร้อมสำหรับการบริการหลังการขาย ด้วยการอบรมผู้ฝึกสอนและช่างเทคนิคที่มีความรู้และความชำนาญเรื่องเทคโนโลยี ไฮบริดโดยเฉพาะ ซึ่งจะประจำอยู่ในศูนย์บริการโตโยต้าทุกแห่ง ที่สำคัญเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า เราจึงรับประกันคุณภาพของรถยนต์ คัมรี ไฮบริด เป็นระยะเวลา 3 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร รวมถึงการรับประกันพิเศษในส่วนของ แบตเตอรี่ ไฮบริด เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง”</p>
<p>มร.ยูกิฮิโระ  โอกาเน หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “เราพัฒนาคัมรี ไฮบริด ใหม่ภายใต้หลักการ 4 ข้อ คือ การรักษาสิ่งแวดล้อมโดยลดการปล่อย   ไอเสีย การประหยัดน้ำมันด้วยพลังขับเคลื่อนจากมอเตอร์ไฟฟ้า อัตราเร่งอย่างต่อเนื่องจากพลังของเครื่องยนต์ผสานกับมอเตอร์ และความเงียบที่สัมผัสได้ขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำหรือในขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้า ทำงานเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ระบบจัดการรวมไดนามิคของตัวรถ (VDIM) จะผสานการทำงานของระบบบังคับเลี้ยว ระบบเบรก ระบบควบคุมการทรงตัว และระบบป้องกันการลื่นไถล เพื่อสมรรถนะที่ดีของรถยนต์ในทุกๆด้าน ทั้งการขับขี่ การเลี้ยว และการหยุดรถ พร้อมกับห้องโดยสารที่ได้รับการพัฒนาให้มีความสบายและเงียบมากขึ้น” </p>
<p>มร.โอกาเน กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากเราได้ทำการทดสอบคัมรี ไฮบริด ในเมืองไทย ซึ่งมีการขับขี่ใช้งานภายใต้อากาศที่ร้อน การจราจรที่ติดขัดซึ่งทำให้ระบบปรับอากาศต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลานั้น เราจึงมั่นใจว่าคัมรี ไฮบริด นั้นพร้อมสำหรับตลาดเมืองไทย”</p>
<p>นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “สำหรับกลุ่มลูกค้าของรถยนต์คัมรี ไฮบริดนั้นเป็นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความนำสมัย เน้นประโยชน์ใช้สอยของรถเป็นหลัก โดยเราได้วางกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดของคัมรี ไฮบริด ภายใต้แนวคิด “Intelligent Leader” ซึ่งจะบ่งบอกถึงความล้ำหน้าและความอัจฉริยะในเรื่องของเทคโนโลยีไฮบริดพร้อม กับความเป็นผู้นำของคัมรี โดยทำการสื่อสารเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงแรก เราได้สื่อสารเกี่ยวกับเทคโนโลยี HSD หรือ Hybrid Synergy Drive เพื่อที่จะให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายรับทราบและเข้าใจเกี่ยวกับระบบไฮบริด อย่างถูกต้อง จากนั้นเราจะทำการแนะนำรถคัมรี ไฮบริดอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างและรักษาความเป็นผู้นำด้านยอดขายในตลาดรถยนต์ นั่งขนาดกลาง” </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Camry%20Hybrid-3.jpg" alt="" /></p>
<p>นายวุฒิกรกล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นแล้ว เพื่อความมั่นใจของลูกค้า เราได้เตรียมความพร้อมด้านบริการหลังการขายด้วย เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับบริการรถยนต์ ไฮบริด ที่ศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ นอกจากนี้บริษัทมีนโยบายให้ส่งแบตเตอรีใช้แล้วนำกลับไปกำจัดที่บริษัท ผู้ผลิต ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อการกำจัดแบตเตอรีไฮบริดอย่างถูกวิธี โดยทางเราจะเป็นผู้ดำเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด”</p>
<p><strong>คัมรี ไฮบริด : ยนตรกรรมอัจฉริยะ อัจฉริยะแห่งการผสานพลัง &#8230;.ด้วย ระบบไฮบริด THSII ตอบสนองการขับขี่ เร้าใจ</strong></p>
<p>ตอบสนองทุกการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson-Cycle  รหัส 2AZ-FXE ขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ที่ 6000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 187 นิวตันเมตร ผสานการทำงานอย่างอัจฉริยะ กับชุดมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร โดยพลังจากทั้งสองระบบที่สามารถให้แรงม้าสูงสุดได้ 140 กิโลวัตต์ ที่ 6500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดจากเครื่องยนต์ 187 นิวตันเมตรที่ 4400 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 270 นิวตันเมตรที่ 0-1500 รอบต่อนาที </p>
<p><strong>ชุดมอเตอร์ ประกอบด้วย </strong><br />
- มอเตอร์ เจนเนเรเตอร์ MG  1 สร้างกระแสไฟฟ้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรีไฮบริด และส่งกระแสไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ขับเคลื่อน  MG2  และยังทำหน้าที่เป็นมอเตอร์สตารท์เครื่องยนต์<br />
- มอเตอร์ ขับเคลื่อน MG 2 ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนโดยใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากมอเตอร์ เจนเนเรเตอร์ MG 1 และชาร์จไฟจากการชะลอความเร็ว หรือ การเบรก เก็บไว้ใน  แบตเตอรีไฮบริด ลดการสูญเปล่าของพลังงาน<br />
- ออกตัวได้อย่างรวดเร็วด้วยแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่สูงถึง 270 นิวตันเมตรตั้งแต่เริ่มออกตัว<br />
- ในขณะขับขี่ การทำงานประสานกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะส่งผลให้รถมีอัตราเร่งแซงฉับไว<br />
- ระบบ ตัดต่อกำลัง Power Split Device ทำหน้าที่ตัดต่อและผสมผสานกำลังจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อส่งต่อไปที่เฟืองท้ายเพื่อการขับเคลื่อน อีกส่วนหนึ่งจะใช้สำหรับการสร้างกระแสไฟฟ้าเก็บไว้ในแบตเตอรีไฮบริด<br />
- ชุด อินเวอร์เตอร์ แปลงกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรีไฮบริดเป็นกระแสสลับความดันสูง 650 โวลต์ เพื่อใช้ในการขับเคลื่อน และแปลงกระแสไฟฟ้าลงเพื่อนำกระแสไฟฟ้าที่ได้จากมอเตอร์ เจนเนอเรเตอร์ เก็บไว้ในแบตเตอรีไฮบริดเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนต่อไป<br />
- แบตเตอรีไฮบริด ชนิด nickel-metal hydride  แหล่งเก็บประจุไฟฟ้าสำหรับพลังงานขับเคลื่อน ออกแบบใช้งานยาวนานเทียบเท่าอายุรถยนต์ ปลอดภัยสูงสุดด้วยชุดควบคุมด้วย ECU ตัดกระแสไฟทันที เมื่อเกิดสิ่งผิดปกติ หุ้มฉนวนไฟฟ้าป้องกันไฟช๊อต พร้อม service plug ตัดกระแสไฟ ที่เก็บแบตเตอรีไฮบริดอยู่ในตำแหน่งปลอดภัยต่อการชนและไม่เปลืองพื้นที่เก็บ สัมภาระด้านหลังรถ พร้อมรับประกันคุณภาพ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Camry%20Hybrid-4.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>อัจฉริยะ &#8230;..สำหรับประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด&#8230; </strong><br />
- ประหยัดน้ำมันกว่าเครื่องยนต์ธรรมดา<br />
- ออกตัวด้วยระบบไฟฟ้า ไม่สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง<br />
- มีมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยการขับเคลื่อน และเครื่องยนต์หยุดทำงานบางขณะ ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง<br />
- ขณะขับขี่แบบปกติเครื่องยนต์ทำงานควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เครื่องยนต์ทำงานน้อยลง<br />
- ใน ขณะชะลอความเร็ว หรือเบรก ระบบเบรกไฟฟ้า จะมีส่วนช่วยชะลอความเร็วพร้อมชาร์จไฟกลับเข้ามาเก็บในแบตเตอรี ไฮบริด เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานในการขับเคลื่อน ลดการสูญเปล่าของพลังงาน<br />
- คอมเพรสเซอร์ แอร์แบบไฟฟ้า และพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ไม่ใช้กำลังจากเครื่องยนต์ ช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น<br />
- ค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานที่ 0.29 ตามหลักอากาศพลศาสตร์ของยานยนต์ชั้นสูง ช่วยลดภาระของเครื่องยนต์<br />
- ติดตั้งแผ่นปิดเครื่องยนต์ด้านล่าง เพื่อความไหลลื่นของอากาศใต้ตัวรถ พร้อมแผ่นปิดด้านล่าง ด้านหลัง และแผ่นปิดพร้อมครีบบริเวณจุดต่ำสุดของถังน้ำมัน </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Camry%20Hybrid-5.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>อัจฉริยะ &#8230;.. เพื่อความเงียบ&#8230;สบาย ตลอดการเดินทาง</strong><br />
- ระบบเครื่องปรับอากาศทำงานด้วยไฟฟ้า พร้อมพลาสม่า คลัสเตอร์ ให้อากาศภายในรถสะอาดสดชื่น<br />
- ขณะหยุดรถและออกตัว ระบบเครื่องยนต์จะยังไม่ทำงาน (ขึ้นอยู่กับปริมาณไฟในแบตเตอรีไฮบริด)  ซึ่งจะช่วยลดเสียงรบกวน<br />
- ห้องโดยสารที่เงียบ ด้วยระบบซับและป้องกันเสียง เพื่อความเงียบเฉกเช่นยานยนต์ระดับหรูตลอดจนกระจกบานหน้าออกแบบพิเศษ ป้องกันเสียงสะท้อนจากเครื่องยนต์ (Acoustic Glass)<br />
<strong><br />
อัจฉริยะ &#8230; ระบบเสริมความปลอดภัย </strong><br />
- ระบบจัดการรวมไดนามิคของตัวรถ (VDIM) ที่จะควบคุมการทำงานของระบบเสริมความปลอดภัยต่างๆในรถยนต์ที่เคยทำงานแยกกัน ให้มาทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)  ระบบป้องกันการลื่นไถล (TRC) ระบบควบคุมการทรงตัว (VSC) ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) เพื่อการทรงตัวที่ดีของรถและสมรรถนะที่ดีทุกๆด้านในการขับขี่ทั้งการขับ การเลี้ยว ตลอดจนการหยุดรถ<br />
- ติดตั้งระบบเบรก ECB II หรือ Electronic Brake Control เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการเบรก และจะมีการชาร์จไฟกลับ เข้ามาเก็บไว้ที่แบตเตอรีไฮบริด นำพลังงานที่สูญเปล่ากลับมาใช้ประโยชน์อีกทางหนึ่ง<br />
- ถุงลมเสริมความปลอดภัยคู่หน้า และด้านข้าง<br />
- ภายนอก&#8230;เอกลักษณ์โดดเด่น  ออกแบบเป็นพิเศษเฉพาะรุ่นไฮบริด<br />
- ล้ำสมัยสะท้อนความเป็นไฮบริดด้วย กระจังหน้า กันชน และโคมไฟหน้าที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ สะท้อนเอกลักษณ์<br />
- กันชนหน้าแบบพิเศษ พร้อมไฟตัดหมอกกรอบวงแหวนโครเมี่ยม<br />
- โดดเด่นกับสัญลักษณ์ ไฮบริด ที่ประตูคู่หน้าและฝากระโปรงหลัง<br />
- โคมไฟหน้าดีไซด์พิเศษ ดูสง่างามแบบ 3 มิติ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ HID สีพิเศษ Blue-tinted Extension ปรับมุมลำแสงอัตโนมัติ ตามมุมเลี้ยวของรถ (AFS)<br />
- โคมไฟหลังส่องสว่างด้วย หลอดไฟแบบ แอลอีดี สีพิเศษ Blue-tinted Extension ให้แสงสว่างชัดเจน ประหยัดพลังงานมากกว่า<br />
- ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ลายใหม่ 10 ก้าน พร้อมยางขนาด 215/60 R16<br />
- ภายนอกสดใสกับ สีฟ้าใหม่ Light  Blue Mica Metallic พิเศษเฉพาะ คัมรี ไฮบริด เท่านั้น<br />
- ภายใน&#8230;ล้ำสมัย เพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบายพร้อมสรรพ เพื่อสุนทรียภาพแห่งการขับขี่อย่างรื่นรมย์<br />
- ภายในสีเบจ ให้ความรู้สึกอ่อนโยน หรูหรา กว้างขวาง โอ่อ่า ในแบบบุคคลชั้นนำ<br />
- มาตรวัดเรืองแสงออพตริตรอน พร้อมเข็มวัดระดับการใช้น้ำมัน และหน้าจอแสดงการทำงานของระบบไฮบริด เพื่อให้ผู้ขับ ได้ทราบถึงสถานะของระบบขณะขับขี่<br />
- พื้นที่เก็บสัมภาระขนาด ใหญ่ ปริมาตรความจุเทียบเท่ารถยนต์คัมรีเครื่องยนต์เบนซิน&#8230;ช่องบรรจุแบตเตอรี ไฮบริดมีปริมาตรเพียง 0.389 ลูกบาศ์กเมตร พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระสามารถบรรจุกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ หรือถุงกอล์ฟได้ถึง 4 ใบ </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Camry%20Hybrid-6.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>อัจฉริยะ &#8230; เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม</strong><br />
จากการผสานการทำงานอย่างอัจฉริยะ คัมรี ไฮบริด ไม่เพียงแค่ผ่านค่ากำหนดมาตรฐาน    ยูโร4 ที่ประเทศไทยจะบังคับใช้สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ในปี พ.ศ. 2555 แต่ยังได้ได้พัฒนาเพื่อผ่านมาตรฐาน AT-PZEV แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุดในการกำหนดปริมาณมลพิษที่ปล่อยออกสู่อากาศ</p>
<p><strong>เลือกเป็นเจ้าของความเหนือระดับ&#8230;คัมรี ไฮบริด 3 รุ่น </strong><br />
  HV AVN DVD Navigator<br />
  HV AVX DVD<br />
  HV 6 CD</p>
<p><strong>นำคุณสู่ยุคไฮบริด เชิญสัมผัสความเหนือระดับของ “Camry Hybrid”  ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 310 แห่งทั่วประเทศ</strong></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Camry%20Hybrid-7.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/22/09/2009/toyota-camry-hybrid-drive-intelligent-drive-hybrid/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไฮลักซ์ วีโก้ VN Turbo ในรุ่นพรีรันเนอร์ และ รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/12/09/2009/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-vn-turbo-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/12/09/2009/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-vn-turbo-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Sep 2009 09:38:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[144 แรงม้า]]></category>
		<category><![CDATA[Top Platform]]></category>
		<category><![CDATA[VN Turbo]]></category>
		<category><![CDATA[ขับเคลื่อน 4 ล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[คอมมอนเรล]]></category>
		<category><![CDATA[ดับเบิ้ลแค็บ]]></category>
		<category><![CDATA[พรีรันเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[มัลติรีเฟลกเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[รถกระบะ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ท แค็บ]]></category>
		<category><![CDATA[อินเตอร์คูลเลอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์ดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[เทอร์โบแปรผัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไดเรคอินเจคชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮลักซ์ วีโก้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=167</guid>
		<description><![CDATA[ไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VN Turbo ใหม่ แรงจัดประหยัดกว่า สู่อีกขั้นแห่งเทคโนโลยีคอมมอนเรล - เครื่องยนต์ 2KD VN Turbo 2500 ซีซี ดีเซลคอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที เพิ่มขึ้น 20% จากรุ่น 2.5 I/C (106 กิโลวัตต์ ที่ 3,400 รอบ/นาที) แรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที เพิ่มขึ้น 6% จากรุ่น 2.5 I/C ผ่านมาตรฐานมลพิษจากไอเสียรถยนต์ ยูโร สเต็ป 3 - [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/ไฮลักซ์-วีโก้-VN-Turbo-1.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VN Turbo ใหม่ แรงจัดประหยัดกว่า สู่อีกขั้นแห่งเทคโนโลยีคอมมอนเรล</strong></p>
<p>- เครื่องยนต์ 2KD VN Turbo 2500 ซีซี ดีเซลคอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์</p>
<p>แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที  เพิ่มขึ้น 20% จากรุ่น 2.5 I/C<br />
  (106  กิโลวัตต์ ที่ 3,400 รอบ/นาที)<br />
 แรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที เพิ่มขึ้น  6% จากรุ่น 2.5 I/C<br />
 ผ่านมาตรฐานมลพิษจากไอเสียรถยนต์ ยูโร สเต็ป 3</p>
<p>- ระบบเทอร์โบแปรผัน (Variable Nozzle Turbo) ด้วยการทำงานของครีบที่สามารถปรับเปลี่ยนองศาการเปิด/ปิดได้ ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ ECU 32 บิท ช่วยให้กังหันลมของเทอร์โบชาร์จเจอร์สามารถปั๊มอากาศส่งไปยังเครื่องยนต์ได้ตลอดเวลา ส่งผลให้เครื่องยนต์มีกำลังแรงขึ้น ทั้งในรอบต่ำ และรอบสูง เพื่อตอบสนองกับสภาพการใช้งานจริง<br />
- ปั๊มจ่ายน้ำมันแรงดันสูง (Higher Pressure Supply Pump) จ่ายน้ำมันด้วยแรงดันสูง ฉีดน้ำมันเป็นละอองฝอยละเอียด ช่วยให้การเผาไหม้น้ำมันได้อย่างหมดจดและประหยัดน้ำมัน<br />
- ระบบอินเตอร์คูลเลอร์ (I/C) ช่วยลดอุณหภูมิของอากาศที่ส่งมาจากเทอร์โบชาร์จเจอร์ให้ต่ำลง ก่อนจะถูกส่งไปยังห้องเผาไหม้ ทำให้มวลอากาศมีความความหนาแน่นมากขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณอากาศและออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เครื่องยนต์มีกำลังแรงจัดยิ่งกว่าเดิม และมีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มมากขึ้นด้วย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/ไฮลักซ์-วีโก้-VN-Turbo-2.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>สมรรถนะการขับขี่และการทรงตัวที่เหนือชั้น ด้วยระบบช่วงล่างแบบ Top Platform</strong></p>
<p>- ระบบช่วงล่าง TOP Platform… โครงสร้างเฟรมชิ้นเดียวยาวตลอดคันไร้รอยต่อ มีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อแรงดึง และการบิดตัวสูง ให้การยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่ดีขณะขับขี่<br />
- ระบบกันสะเทือนด้านหน้า แบบอิสระปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบนและคอยล์สปริง รองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ดี และมีความนุ่มนวลในการขับขี่<br />
- ระบบกันสะเทือนหลัง แบบแหนบซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการบรรทุก</p>
<p><strong>รูปลักษณ์ โดดเด่นทั้งภายในและภายนอก</strong><br />
<strong><br />
ไฮลักซ์ วีโก้ สมาร์ท แค็บ&#8230;เทคโนโลยีเพื่อขีดสุดแห่งความสะดวกสบาย </strong><br />
รถกระบะอัจฉริยะ ออกแบบโดยวิศวกรคนไทย เพื่อตอบสนองการใช้งานของคนไทย เปิดชีวิตตอบรับทุกการใช้งาน ตอบสนองอรรถประโยชน์สูงสุด พร้อมบานเปิด สะดวกสบายทุกการเข้าออก พื้นที่กว้างขวางสำหรับการบรรทุกสิ่งของ<br />
• สะดวกสบายทุกการเข้าออกและการใช้งานด้วยประตูและบานเปิด Smart Cab ที่เปิดกว้างได้มากถึง 92 องศา เพิ่มความกว้างของทางเข้า-ออกห้องโดยสารอีก 51 เซนติเมตร เสริมด้วยเทคโนโลยีระบบล็อค 2 ชั้น เพิ่มอรรถประโยชน์ของการใช้งาน ปลอดภัยด้วยระบบป้องกันการหนีบขณะปิด พร้อมสัญญาณเตือนเมื่อบานเปิดปิดไม่สนิท พื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารกว้างขวาง<br />
• รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว ด้วยกระจังหน้าเสริมโครเมียม ดีไซน์สปอร์ตระดับหรู พร้อมกันชนหน้าแบบชิ้นเดียว สีเดียวกับตัวรถ และสัญลักษณ์พิเศษ VN Turbo<br />
• โคมไฟคู่หน้า แบบฮาโลเจน มัลติรีเฟลกเตอร์ ส่องสว่าง ชัดเจน<br />
• ไฟตัดหมอกหน้า แบบ Built-in ทรงกลมสไตล์สปอร์ต เพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ (ในรุ่นพรีรันเนอร์)<br />
• ล้ออัลลอยดีไซน์เฉียบและยางขนาดใหญ่ 255/70 R15C</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/ไฮลักซ์-วีโก้-VN-Turbo-3.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ไฮลักซ์ วีโก้ ดับเบิ้ลแค็บ&#8230;เทคโนโลยีเพื่อขีดสุดแห่งความปลอดภัย</strong><br />
กระบะเหนือระดับรายแรกของประเทศไทย ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีแห่งความปลอดภัย มั่นใจทุกการขับขี่ พร้อมเทคโนโลยี ล้ำสมัยเทียบเท่ารถยนต์นั่ง<br />
• รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว ด้วยกระจังหน้าเสริมโครเมียม ดีไซน์สปอร์ตระดับหรู พร้อมกันชนหน้าแบบชิ้นเดียว สีเดียวกับตัวรถ และสัญลักษณ์พิเศษ VN Turbo<br />
• โคมไฟคู่หน้า แบบฮาโลเจน มัลติรีเฟลกเตอร์ ส่องสว่าง ชัดเจน<br />
• ไฟตัดหมอกหน้า แบบ Built-in ทรงกลมสไตล์สปอร์ต เพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ (ในรุ่นพรีรันเนอร์)<br />
• ล้ออัลลอยดีไซน์เฉียบและยางขนาดใหญ่  265/65 R17 </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/ไฮลักซ์-วีโก้-VN-Turbo-4.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก</strong><br />
- ห้องโดยสารภายใน โทนสีครีมแบบ Sand-Beige สะท้อนความหรูหรา นุ่มนวล ดูสบายตา<br />
- แผงหน้าปัดและมาตรวัดระยะทาง แบบดิจิตอล อ่านง่าย ชัดเจน<br />
- พื้นที่ช่องเก็บของอเนกประสงค์ มากประโยชน์ใช้สอยทุกตารางนิ้ว  ตรงคอนโซลกลาง – ช่องเก็บของด้านบนและล่าง – ข้างแผงประตูและแค็บ – ที่วางแก้วน้ำ ตรงคอนโซลหน้าและด้านหลัง<br />
- ชุดเครื่องเสียง แบบ 4 ลำโพง 2 Din 1CD รองรับ MP3 และ WMA<br />
- กระจกหน้าต่างไฟฟ้า ปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ พร้อมระบบ Jam-Protection ด้านคนขับ<br />
- กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน ช่วยเหลือในการมอง มีวิสัยทัศน์ชัดเจนยิ่งขึ้น<br />
- กระจกมองข้างแบบปรับอัตโนมัติ&#8230;(Electrical Retraction) ปรับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า<br />
- ระบบปรับอากาศ พร้อมสวิตช์ควบคุมแบบหมุน<br />
- ไฟส่องแผนที่ พร้อมที่เก็บแว่นกันแดด สะดวกสบายต่อการหยิบใช้<br />
- กุญแจรีโมท พร้อมระบบหน่วงการโจรกรรม TDS (Theft Deterrent System)</p>
<p><strong>ปลอดภัย มั่นใจ ในทุกการขับขี่ </strong><br />
- ดิสก์เบรกหน้า พร้อมครีบระบายความร้อน / ดรัมเบรกหลังพร้อมวาล์วปรับแรงดันน้ำมันเบรกอัตโนมัติ LTS and Super LSPV<br />
- ระบบเบรก ABS (Anti-lock Braking System) ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรกโดยอัตโนมัติ จากการตรวจจับของเซ็นเซอร์จากล้อทั้ง 4 ล้อ ซึ่งควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางและหักหลบสิ่งกีดขวางได้ในขณะเบรก (ในรุ่นพรีรันเนอร์ 2.5E ABS)<br />
- โครงสร้างนิรภัย GOA พร้อมคานประตูใหญ่ขึ้น และหนากว่าเดิม คานกันกระแทกด้านข้าง &#8211; พวงมาลัยแบบยุบตัวได้– เข็มขัด ELR 3 จุด ปรับระดับสูงต่ำได้ &#8211; แป้นเหยียบเบรกแบบยุบตัวได้ – ไฟเบรกดวงที่สาม – แผงไล่ฝ้ากระจกหลัง – กระจกกระบังลมหน้าแบบอัดซ้อนนิรภัยพร้อมแถบกรองแสง &#8211; วาล์วตัดน้ำมันอัตโนมัติ &#8211; โครงเสาหลังคา และหลังคารถด้านในได้รับการออกแบบให้มีความอ่อนนุ่มเป็นพิเศษ ช่วยผ่อนแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ลดการบาดเจ็บรุนแรง บริเวณศีรษะของผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/ไฮลักซ์-วีโก้-VN-Turbo-5.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ไฮลักซ์ วีโก้ สมาร์ทแค็บ รุ่น 2.5 J-Plus พวงมาลัยเพาเวอร์ ใหม่</strong></p>
<p><strong>ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ เพิ่มประโยชน์ใช้สอย ในราคาที่คุ้มค่า</strong><br />
- เพิ่มความสะดวกสบายทุกการเข้าออกและการใช้งานด้วยประตูและบานเปิด Smart Cab ที่เปิดกว้างได้มากถึง 92 องศา เพิ่มความกว้างของทางเข้า-ออกห้องโดยสารอีก 51 เซนติเมตร เสริมด้วยเทคโนโลยีระบบล็อค 2 ชั้น เพิ่มอรรถประโยชน์ของการใช้งาน ปลอดภัยด้วยระบบป้องกันการหนีบขณะปิด พร้อมสัญญาณเตือนเมื่อบานเปิดปิดไม่สนิท พื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารกว้างขวาง </p>
<p>- เพิ่มกระจกมองข้างแบบปรับอัตโนมัติ&#8230;(Electrical Retraction) ปรับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า<br />
- เพิ่มกระจกหน้าต่างไฟฟ้า ปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ พร้อมระบบ Jam-Protection ด้านคนขับ<br />
- เสริมชุดโครเมียม เพิ่มความหรูหรา มีสไตล์  กระจังหน้า – กระจกมองข้างแบบปรับอัตโนมัติ – มือเปิดประตูแบบ Grip Type – มือเปิดกระบะท้าย<br />
- เพิ่มช่องเก็บของตรงคอนโซลกลางแบบมีฝาปิด สำหรับเก็บสิ่งของและสัมภาะต่างๆ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/ไฮลักซ์-วีโก้-VN-Turbo-6.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>เปี่ยมด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ให้ทั้งพลัง และประหยัดน้ำมัน</strong><br />
- เครื่องยนต์ 2KD-FTV 2500 ซีซี ดีเซลคอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น 16 วาล์ว เทอร์โบ</p>
<p>แรงม้าสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที<br />
  (75  กิโลวัตต์ ที่ 3,600 รอบ/นาที)<br />
 แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร ที่ 1,400 – 3,400 รอบ/นาที </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/12/09/2009/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-vn-turbo-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส 2.0 ใหม่</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/14/07/2009/%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%aa-20/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/14/07/2009/%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%aa-20/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Jul 2009 13:52:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[altis 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[corolla]]></category>
		<category><![CDATA[toyota]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์นั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[อัลติส 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[โคโรลล่า]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=150</guid>
		<description><![CDATA[นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส พร้อมด้วยนายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวแนะนำรถยนต์นั่งยอดนิยมรุ่นล่าสุด“โคโรลล่า อัลติส 2.0” ใหม่ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ณ อาคาร The Style by Toyota สยามสแควร์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์นั่ง “โคโรลล่า” เจนเนอเรชั่นล่าสุดสู่ตลาดเมืองไทยเมื่อเดือนมกราคม 2551 และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมียอดจำหน่ายตั้งแต่เปิดตัวจนถึงปัจจุบันทั้งสิ้นกว่า 37,000 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2552) และเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จึงได้แนะนำรถยนต์ โคโรลล่า อัลติส 2.0 ใหม่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Toyota_Corolla_Altis_2.0-1.jpg" alt="" /></p>
<p>นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส พร้อมด้วยนายวุฒิกร  สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวแนะนำรถยนต์นั่งยอดนิยมรุ่นล่าสุด“โคโรลล่า อัลติส 2.0” ใหม่ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ณ อาคาร The Style by Toyota สยามสแควร์</p>
<p>บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์นั่ง “โคโรลล่า” เจนเนอเรชั่นล่าสุดสู่ตลาดเมืองไทยเมื่อเดือนมกราคม 2551 และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมียอดจำหน่ายตั้งแต่เปิดตัวจนถึงปัจจุบันทั้งสิ้นกว่า 37,000 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2552) และเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จึงได้แนะนำรถยนต์ โคโรลล่า อัลติส 2.0 ใหม่ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2000 ซีซี Dual VVT-i ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทันสมัยครบครัน เทียบเท่ารถยนต์นั่งระดับหรู เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับลูกค้า</p>
<p>นายวิเชียรกล่าวว่า “สำหรับการแนะนำโคโรลล่า 2.0 ใหม่นั้นเรามีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์โคโรลล่า อัลติส ให้คงความสามารถในการแข่งขันและเป็นผู้นำตลาด พร้อมเพิ่มทางเลือกให้ตรงความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างแท้จริง” </p>
<p>“สิ่งที่เป็นจุดเด่นของรถยนต์โคโรลล่า อัลติส รุ่น 2.0 ลิตรใหม่ คือ รูปลักษณ์ภายนอกที่ได้รับการตกแต่งด้วยชุดแอโร่พาร์ทรอบคัน และเครื่องยนต์ใหม่รหัส 3ZR-FE ที่เราได้นำระบบDual VVT-i มาใช้ในโคโรลล่า อัลติสเป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้เคยแนะนำระบบนี้มาแล้วในรถยนต์คัมรี่ เครื่องยนต์ 3.5 ลิตร นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ล้ำสมัยอีกมากมาย อาทิ ระบบควบคุมการเปลื่ยนเกียร์แบบ Paddle Shift ที่พวงมาลัย โดยในรุ่น 2.0V Navigator ทางเราได้มีการเพิ่มปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์และปุ่มโทรออกด้วยเสียง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้นในการขับขี่ ระบบนำทาง (In-Car Navigator) กล้องมองหลังเพื่อเพิ่มความปลอดภัยขณะถอยจอด ระบบไฟหน้าแบบ HID พร้อมปรับระดับสูง-ต่ำแบบอัตโนมัติ ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start และระบบเปิดประตูอัจฉริยะ Smart Entry”</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Toyota_Corolla_Altis_2.0-2.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ความล้ำหน้าที่สมบูรณ์แบบ “โคโรลล่า อัลติส 2.0” ใหม่ ถึงจุดหมาย พร้อมความโดดเด่นรอบด้าน </strong></p>
<p><strong>เครื่องยนต์ใหม่ ทรงพลัง เร้าใจ</strong></p>
<p><strong>>> ขุมพลังใหม่เครื่องยนต์ขนาด 2000 ซีซี</strong> รหัส 3 ZR-FE Dual VVT-i 4 สูบ 16 วาล์ว  ที่ให้อัตราเร่งโดดเด่น และประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์ระบบวาล์วอัจฉริยะ Dual VVT-I (Variable Valve Timing-intelligent) ปรับจังหวะเปิด-ปิดลิ้นไอดีและไอเสียแบบแปรผัน โดยสอดคล้องกับการทำงานของเครื่องยนต์โดยการปรับจังหวะของลิ้นไอดี จะช่วยควบคุมปริมาณไอดีให้เหมาะสมต่อการจุดระเบิดในทุกจังหวะความเร็วรอบเครื่องยนต์ช่วยให้มีอัตราเร่งที่ดี และการปรับจังหวะของลิ้นไอเสียจะสัมพันธ์กับการปล่อยไอเสียของเครื่องยนต์   ช่วยให้การปล่อยไอเสียมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เครื่องยนต์จึงทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ และมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งอัตราเร่งดีขับขี่ได้ราบรื่น ช่วยลดมลพิษและประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีเยี่ยม</p>
<p>* กำลังสูงสุด 141 แรงม้า (104 กิโลวัตต์) ที่ 5,600 รอบต่อนาที<br />
* แรงบิดสูงสุด 189 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที</p>
<p><strong>>> สนุกสนานกับการขับขี่</strong> ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด Super ECT แบบ Gate-Type พร้อมระบบซีเควนเชี่ยล สร้างสรรค์อัตราเร่งดั่งใจ พร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift เพิ่มความสนุกสนาน ตอบสนองอารมณ์สปอร์ตขณะขับขี่</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Toyota_Corolla_Altis_2.0-3.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ภายนอก&#8230;สปอร์ตล้ำ</strong></p>
<p><strong>>> สเกิร์ตด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง และสปอยเลอร์หลัง</strong> ดีไซน์สปอร์ตทุกองศา ให้ทุกการเคลื่อนไหวเป็นที่จับตา ให้อารมณ์สปอร์ตตลอดการเดินทาง(เฉพาะรุ่น 2.0V Navi และ 2.0V)</p>
<p><strong>>> กระจังหน้าดีไซน์ใหม่เฉพาะรุ่</strong>น โฉบเฉี่ยว ไม่ซ้ำใคร(เฉพาะรุ่น 2.0V Navi และ 2.0V)</p>
<p><strong>>> โคมไฟหน้า HID</strong> พร้อมระบบปรับระดับอัตโนมัติ ให้แสงสว่างคมชัด กว้างไกลเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่  เพื่อความปลอดภัยยามค่ำคืน (เฉพาะรุ่น 2.0V Navi และ 2.0V)</p>
<p><strong>>> ล้ออัลลอยให</strong>ม่ ลาย 10 ก้านขนาด 16 นิ้ว</p>
<p><strong>>> ไฟตัดหมอกหน้</strong>า สวยงามแบบสปอร์ตเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ยามค่ำคืน</p>
<p><strong>>> ชุดไฟท้ายแบบ LED</strong> สะดุดตา มองเห็นได้ชัดในระยะไกล</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Toyota_Corolla_Altis_2.0-4.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ภายใน&#8230;เทคโนโลยีเต็มรูปแบบ เทียบเท่ารถยนต์นั่งระดับหรู</strong><br />
<strong><br />
>> ระบบนำทางภายในรถแบบหน้าจอสัมผัส</strong> ถึงทุกจุดหมายง่ายดายด้วยระบบประมวลผล GPS แสดงแผนที่ชัดเจน ผ่านจอ LCD พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (เฉพาะรุ่น 2.0V Navi)</p>
<p><strong>>> พวงมาลัย 3 ก้านพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์</strong> เพื่อความปลอดภัยขณะขับขี่ (เฉพาะรุ่น 2.0V Navi)</p>
<p><strong>>> ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control</strong>  รักษาระดับความเร็วคงที่ เพิ่มหรือลดความเร็วโดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง ช่วยลดอาการเมื่อยล้าจากการขับขี่ทางไกล (เฉพาะรุ่น 2.0V Navi และ 2.0V)</p>
<p><strong>>> ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ(Push Start)</strong> สะดวกสบาย เพียงกดปุ่ม เครื่องยนต์จะพร้อมทำงานโดยทันที (เฉพาะรุ่น 2.0V Navi และ 2.0V)</p>
<p><strong>>> ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry)</strong> เพื่อความสะดวกในการปลดล็อคประตู ด้วยเพียงปลายนิ้วสัมผัส(เฉพาะรุ่น 2.0V Navi และ 2.0V)</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Toyota_Corolla_Altis_2.0-5.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>พื้นที่กว้างสบาย ให้อิสระทุกการเดินทาง</strong></p>
<p><strong>>> พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง</strong> สูง-ต่ำ-ใกล้-ไกล เพื่อให้เหมาะสมกับสรีระของผู้ขับขี่</p>
<p><strong>>> เบาะหน้าด้านคนขับปรับไฟฟ้า</strong> 8 ทิศทาง เพื่อความสบายสูงสุดของผู้ขับขี่(เฉพาะรุ่น 2.0V Navi และ 2.0V)</p>
<p><strong>>> เบาะนั่งด้านหลังแยกพับ 60:40</strong> ตอบสนองได้ทุกรูปแบบของการบรรทุกสัมภาระพื้นที่บริเวณเบาะหลังแบบเรียบให้พื้นที่กว้างสบายขึ้นสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง</p>
<p><strong>>> กระจกไฟฟ้าทั้ง 4 บาน</strong> พร้อมระบบ Jam Protection ด้านคนขับ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/Toyota_Corolla_Altis_2.0-6.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>มาตรฐานความปลอดภัย เหนือชั้น ปกป้องทุกชีวิตอย่างมั่นใจ</strong></p>
<p><strong>>> โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA</strong> ดูดซับแรงกระแทก ลดความรุนแรงจากการชน ด้วยการกระจายแรงสู่ตัวถัง</p>
<p><strong>>> ระบบไฟหน้าเปิด-ปิดและปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติ</strong> มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ขณะขับเคลื่อนเข้าสู่บริเวณที่แสงไม่พอเพียง และปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติตามความลาดชันของถนน (เฉพาะรุ่น 2.0V Navi และ 2.0V)</p>
<p><strong>>> สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรค</strong> ดิสก์เบรก 4 ล้อ  หยุดรถได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ด้วยจานดิสก์เบรกขนาดใหญ่ทั้ง 4 ล้อ ระบบ VSC ควบคุมการทรงตัวอย่างมั่นคงทั้งในขณะเข้าโค้งหรือถนนเปียกลื่นเพื่อความปลอดภัย ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี  TRC ควบคุมและป้องกันอาการล้อหมุนฟรี ซึ่งเป็นสาเหตุของการลื่นไถลทำให้รถเสียการทรงตัว (เฉพาะรุ่น 2.0V Navi และ 2.0V) ระบบเบรก ABS / EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA เพื่อการเบรกที่ปลอดภัยในทุกสภาวะ คดวงที่ 3 แบบ LED เพิ่มความปลอดภัยแก่รถด้านหลัง(เฉพาะรุ่น 2.0V Navi และ 2.0V)</p>
<p><strong>>> ดิสก์เบรก 4 ล้อ</strong>  หยุดรถได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ด้วยจานดิสก์เบรกขนาดใหญ่ทั้ง 4 ล้อ<br />
ระบบ VSC ควบคุมการทรงตัวอย่างมั่นคงทั้งในขณะเข้าโค้งหรือถนนเปียกลื่นเพื่อความปลอดภัย ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี  TRC ควบคุมและป้องกันอาการล้อหมุนฟรี ซึ่งเป็นสาเหตุของการลื่นไถลทำให้รถเสียการทรงตัว (เฉพาะรุ่น 2.0V Navi และ 2.0V) ระบบเบรก ABS / EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA เพื่อการเบรกที่ปลอดภัยในทุกสภาวะ </p>
<p><strong>>> กุญแจรีโมท Immobilizer</strong> ป้องกันกุญแจเลียนแบบ ไม่ให้สามารถสตาร์ทเครื่องได้ โดยระบบจะตรวจสอบ ID Code ของกุญแจว่าตรงกับที่บันทึกไว้ใน ECU หรือไม่ </p>
<p><strong>>> ถุงลมเสริมความปลอดภัย</strong> SRS ที่พร้อมปกป้องคนขับ และผู้โดยสารด้านหน้า จากการชน</p>
<p><strong>>> เข็มขัดนิรภัยคู่หน้า</strong> พร้อมกลไกดึงกลับและผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ ช่วยรั้งร่างกายผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้แนบกับเบาะเมื่อเกิดการชน ลดการบาดเจ็บจากแรงกระแทก</p>
<p><strong>>> เข็มขัดนิรภัย ELR</strong> แบบ 3 จุด 5 ตำแหน่ง พร้อมระบบดึงรั้งกลับอัตโนมัติ</p>
<p><strong>>> กล้องมองหลัง Back Camera</strong> ให้การถอยรถเข้าจอดปลอดภัยและแม่นยำยิ่งขึ้น ด้วยกล้องด้านหลังรถที่จะแสดงภาพผ่านจอ LCD เมื่อเข้าเกียร์ถอย (เฉพาะรุ่น 2.0 Navi)</p>
<p><strong>>> เบาะนั่งแบบ WIL</strong> (Whiplash Injury Lessensing) ช่วยดูดซับแรงกระแทกจากการชนด้านหลัง ลดอาการบาดเจ็บบริเวณต้นคอ และแผ่นหลังตอนบน</p>
<p><strong>6 สี ล้ำนำเทรนด์ </strong></p>
<p><strong>>> White Pearl  สีใหม่ / Silver Metallic / Medium Silver Metallic / Beige Metallic / Black Mica / Greyish Blue Metallic</strong></p>
<p><strong>พบกับความหมายใหม่ของซีดานที่ล้ำหน้าสมบูรณ์แบบของ “โคโรลล่า อัลติส 2.0 ลิตรใหม่” ได้ที่ ผู้แทนจำหน่าย โตโยต้า 120 แห่ง 308 โชว์รูมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/14/07/2009/%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%aa-20/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

