<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>iCar Free Online Magazine &#187; Special Feature</title>
	<atom:link href="http://www.icarmagazine.com/category/special-feature/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.icarmagazine.com</link>
	<description>Free Car Magazine Online - นิตยสาร รถยนต์ ออนไลน์ ฟรี! ที่รวบรวมข้อมูลเรื่อง ยานยนต์ และ สาระอื่นๆที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไว้อย่างหลากหลาย</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Dec 2011 17:12:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>ผลการศึกษาวิจัยสมรรถนะ ระบบปฎิบัติการ และการออกแบบรูปลักษณ์ของรถยนต์</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/24/12/2011/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/24/12/2011/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Dec 2011 17:12:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Special Feature]]></category>
		<category><![CDATA[APEAL]]></category>
		<category><![CDATA[Automotive Performance]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[รถกระบะ]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์นั่งส่วนบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์อเนกประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฮบริด]]></category>
		<category><![CDATA[รูปลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกษาวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[สมรรถนะ]]></category>
		<category><![CDATA[อีโคร์คาร์]]></category>
		<category><![CDATA[เจ.ดี.พาวเวอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=309</guid>
		<description><![CDATA[รูปลักษณ์ความสวยโดนใจของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลโดยรวมในประเทศไทยได้รับการปรับปรุงให้โดดเด่นขึ้น ในขณะที่รูปลักษณ์ความดึงดูดใจของรถกระบะกลับลดต่ำลง ในการออกแบบรูปลักษณ์และสมรรถนะของรถยนต์ใหม่ ความประหยัดน้ำมันถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความพึงพอใจเพิ่มขึ้นมาก กรุงเทพฯ วันที่ 23 ธันวาคม 2554 – เจ.ดี.พาวเวอร์ เอเซีย แปซิฟิค เปิดเผยผลการศึกษาวิจัยสมรรถนะ ระบบปฎิบัติการ และการออกแบบรูปลักษณ์ของรถยนต์ (Automotive Performance, Execution and Layout &#8211; APEAL) ประจำปี 2554 ในวันนี้ พบว่า รูปลักษณ์ดึงดูดใจโดยรวมของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์อเนกประสงค์เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ในขณะที่รูปลักษณ์ดึงดูดใจของรถกระบะกลับลดลง ปีนี้นับเป็นปีที่ 9 ของการศึกษาสมรรถนะ ระบบการทำงาน และรูปลักษณ์ หรือ APEAL ซึ่งใช้คำตอบของผู้บริโภคในประเทศไทยเป็นเกณฑ์วัดถึงปัจจัยที่สร้างความพอใจที่เจ้าของรถมีต่อสมรรถนะและการออกแบบรถยนต์คันใหม่ของพวกเขาในช่วง 2-6 เดือนแรกของการเป็นเจ้าของ โดยการศึกษาได้พิจารณาคุณลักษณะของรถยนต์เกือบ 100 คุณลักษณะซึ่งครอบคลุมระบบการทำงานของรถยนต์ 10 หมวดหมู่ ได้แก่ ภายนอกตัวรถ, ภายในตัวรถ, พื้นที่เก็บของและพื้นที่ว่าง, เครื่องเสียง ความบันเทิง และระบบนำทาง, ระบบที่นั่ง, ระบบฮีทเตอร์ ระบบระบายอากาศ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/Picture3_Chart.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>รูปลักษณ์ความสวยโดนใจของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลโดยรวมในประเทศไทยได้รับการปรับปรุงให้โดดเด่นขึ้น ในขณะที่รูปลักษณ์ความดึงดูดใจของรถกระบะกลับลดต่ำลง ในการออกแบบรูปลักษณ์และสมรรถนะของรถยนต์ใหม่ ความประหยัดน้ำมันถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความพึงพอใจเพิ่มขึ้นมาก</strong></p>
<p>กรุงเทพฯ วันที่ 23 ธันวาคม 2554 – เจ.ดี.พาวเวอร์ เอเซีย แปซิฟิค เปิดเผยผลการศึกษาวิจัยสมรรถนะ ระบบปฎิบัติการ และการออกแบบรูปลักษณ์ของรถยนต์ (Automotive Performance, Execution and Layout &#8211; APEAL) ประจำปี 2554 ในวันนี้ พบว่า รูปลักษณ์ดึงดูดใจโดยรวมของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์อเนกประสงค์เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ในขณะที่รูปลักษณ์ดึงดูดใจของรถกระบะกลับลดลง</p>
<p>ปีนี้นับเป็นปีที่ 9 ของการศึกษาสมรรถนะ ระบบการทำงาน และรูปลักษณ์ หรือ APEAL ซึ่งใช้คำตอบของผู้บริโภคในประเทศไทยเป็นเกณฑ์วัดถึงปัจจัยที่สร้างความพอใจที่เจ้าของรถมีต่อสมรรถนะและการออกแบบรถยนต์คันใหม่ของพวกเขาในช่วง 2-6 เดือนแรกของการเป็นเจ้าของ โดยการศึกษาได้พิจารณาคุณลักษณะของรถยนต์เกือบ 100 คุณลักษณะซึ่งครอบคลุมระบบการทำงานของรถยนต์ 10 หมวดหมู่ ได้แก่ ภายนอกตัวรถ, ภายในตัวรถ, พื้นที่เก็บของและพื้นที่ว่าง, เครื่องเสียง ความบันเทิง และระบบนำทาง, ระบบที่นั่ง, ระบบฮีทเตอร์ ระบบระบายอากาศ และระบบแอร์ (HVAC), สมรรถนะในการขับขี่, เครื่องยนต์/ระบบเกียร์, ทัศนวิสัยและความปลอดภัยในการขับขี่ และความประหยัดน้ำมัน</p>
<p>สำหรับคะแนนเฉลี่ยของภาพรวมจากการศึกษา APEAL ในปี 2554 อยู่ที่ 884 คะแนน ลดลง 2 คะแนน จากปี 2553 และความพึงพอใจลดลงในเกือบทั้ง 10 หมวดหมู่ มีเพียงระบบที่นั่ง (โดยเพิ่มขึ้น 1 คะแนน จากปี 2553) และระบบเครื่องเสียง ความบันเทิง และระบบนำทาง (โดยเพิ่มขึ้น 22 คะแนน) เท่านั้นที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ระบบเครื่องเสียง ความบันเทิง และระบบนำทาง เป็นเพียงหมวดเดียวเท่านั้นที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้นทั้งในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ และรถยนต์อเนกประสงค์</p>
<p>การศึกษายังพบว่าความสามารถในการประหยัดน้ำมันมีผลต่อความพึงพอใจโดยรวมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะต่อเจ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถยนต์อเนกประสงค์ อีกทั้งเจ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยังให้ความสำคัญต่อความสวยงามภายนอกรถยนต์เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หมวดหมู่ของทัศนวิสัยและความปลอดภัยในการขับขี่ยังคงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อความน่าสนใจของรถยนต์โดยรวม โดยให้น้ำหนักความสำคัญประมาณ 20%<br />
“รถยนต์นั่งส่วนบุคคลซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานทางเลือกหรือเทคโนโลยี่น้ำมันชนิดใหม่ อย่างเช่น รถอีโคร์คาร์ รถยนต์ไฮบริด หรือ รถยนต์ที่ใช้ก๊าซซีเอ็นจีเป็นเชื้อเพลิง เป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในประเทศไทย” โลอิค เปอ็อง ผู้จัดการอาวุโสของ เจ.ดี.พาวเวอร์ เอเซีย แปซิฟิค ประจำประเทศไทย กล่าว “แม้ว่ารถกระบะยังคงเป็นที่ต้องการอย่างกว้างขวาง แต่ช่องว่างระหว่างความพึงพอใจของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลกับรถกระบะ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมารถกระบะเคยได้รับความนิยมสูงกว่า กลับลดลง” การเปลี่ยนความนิยมมาสู่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยังสามารถเห็นได้จากยอดจำหน่ายของรถยนต์ใหม่ซึ่งสัดส่วนยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะในประเทศไทยมีจำนวนไล่เลี่ยกันในปี 2554 </p>
<p><strong>ผลการศึกษารุ่นรถในแต่ละส่วนตลาดรถยนต์</strong><br />
รุ่นรถยนต์จาก 5 ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ นิสสันและโตโยต้า ได้รับค่ายละ 2 รางวัล ในขณะที่ เชฟโรเลตมาสด้า และมิตซูบิชิ ได้รับค่ายละ 1 รางวัล</p>
<p>ในกลุ่มรถยนต์ขนาดกลางระดับต้น มาสด้า2 และนิสสัน ทีด้า ครองอันดับสูงสุด ด้วยคะแนนเสมอกัน (894 คะแนน) โดยที่นิสสัน ทีด้า ครองอันดับหนึ่งในกลุ่มนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 และ ฮอนด้า แจ๊ซ ครองอันดับสาม (888 คะแนน)</p>
<p>ในกลุ่มรถยนต์ขนาดกลาง โตโยต้า พริอุส ซึ่งเป็นรถยนต์ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ ครองตำแหน่งสูงสุด (904 คะแนน) ตามมาด้วยเชฟโรเลต  ครูซ ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่มาแทนรุ่นออพตร้า ครองอันดับสอง ด้วยคะแนน 897 คะแนน โดย ฮอนด้า    ซีวิค และมาสด้า3 ต่างครองอันดับสาม (890 คะแนน) ด้วยคะแนนเสมอกัน</p>
<p>ในกลุ่มรถยนต์ขนาดกลางระดับพรีเมียม โตโยต้าแคมรี่ ไฮบริด ครองอันดับสูงสุดติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ด้วยคะแนน 919 คะแนน ตามมาด้วย โตโยต้า แคมรี่ ครองอันดับสอง ด้วยคะแนน 908 คะแนน และฮอนด้า แอคคอร์ด ครองอันดับสาม (902 คะแนน)</p>
<p>ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์กึ่งสปอร์ต มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ครองอันดับสูงสุด (909 คะแนน) ตามติดมาด้วย ฮอนด้า ซีอาร์-วี และ อีซูซุ มิว 7 ครองอันดับสอง ด้วยคะแนนเสอกัน (904 คะแนนน)</p>
<p>ในส่วนของรถกระบะมีแค็บ เชฟโรเลต โคโลราโด ครองตำแหน่งสูงสุด (909 คะแนน) ตามติดมาด้วย มาสด้า บีที 50     ไฮเรเซอร์ (907 คะแนน) และนิสสัน ฟรอนเทียร์ นาวารา คาลิเบอร์ (891 คะแนน) ครองอันดับสาม</p>
<p>ในส่วนของรถปิคอัพ 4 ประตู นิสสัน ฟรอนเทียร์ นาวารา คาลิเบอร์ (895 คะแนน) ครองอันดับสูงสุด ส่วนมิตซูบิชิ ไทรทัน พลัส, โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ และ โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ พรีรันเนอร์  ทั้งสามมรุ่นรถยนต์ตามมาเป็นอันดับสองด้วยคะแนนที่เสมอกัน (889 คะแนน)</p>
<p><strong>ผลการศึกษาเพิ่มเติมสำหรับตลาดรถยนต์</strong><br />
จากการศึกษาพบว่าความพึงพอใจที่อยู่ในระดับสูงที่มีต่อรูปลักษณ์และสมรรถนะของรถยนต์ใหม่ส่งผลบวกอย่างมากต่อการบอกต่อและความภักดีของเจ้าของรถยนต์ ในส่วนของเจ้าของรถยนต์ที่ไห้คะแนน  APEAL เท่ากับหรือสูงกว่าคะแนนค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม โดย 75% ของเจ้าของรถยนต์บอกว่าจะแนะนำรุ่นที่พวกเขาใช้อย่าง “แน่นอน” ซึ่งจำนวนดังกล่าวลดลงเหลือ 41% สำหรับเจ้าของรถยนต์ที่ให้คะแนน APEAL ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และในทำนองเดียวกันเจ้าของรถยนต์ที่มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าค่าเฉลี่ย จำนวน 53% บอกว่าพวกเขาจะกลับมาซื้อรถยี่ห้อเดิมอีกอย่าง “แน่นอน” เปรียบเทียบกับเจ้าของรถยนต์ที่มีระดับความพึงพอใจต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งมีเพียง 19% เท่านั้นที่บอกว่าจะกลับมาซื้ออีก</p>
<p>“ความดึงดูดใจของสมรรถนะของรถยนต์ใหม่ส่วนใหญ่แล้วขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ผลิตในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆรวมถึงการปรับปรุงคุณภาพรถยนต์ในส่วนสำคัญต่างๆให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด อาทิเช่น ความสามารถในการใช้งาน ความสะดวกสบาย สมรรถนะและความปลอดภัย ซึ่งจะทำให้ลูกค้าตื่นตาตื่นใจและพึงพอใจ” เปอ็อง กล่าว “ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยเติบโตขึ้น และรถยนต์ในแต่ละรุ่นก็มีให้เลือกเพิ่มมากขึ้น  ดังนั้นนวัตกรรมและการปรับปรุงคุณภาพรถยนต์ในแต่ละรุ่นจึงมีความสำคัญที่ต่อการกระตุ้นความสนใจและคำพูดชื่นชมจากลูกค้า”</p>
<p>การศึกษาวิจัย APEAL ในประเทศไทยประจำปี 2554 จัดทำขึ้นโดยประเมินผลจากเจ้าของรถยนต์ใหม่จำนวน 4,248 ราย ที่ซื้อรถยนต์ใหม่ระหว่างเดือน ตุลาคม 2553 ถึงเดือนมิถุนายน 2554 โดยทำการศึกษาจากผู้ซื้อรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ และรถยนต์อเนกประสงค์ จากรถยนต์ 13 ยี่ห้อ การศึกษานี้ได้เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนเมษายน ถึงเดือนกันยายน 2554</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/24/12/2011/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>2554 ปีทองของคอรถกระบะไทย</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/23/03/2011/2554-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/23/03/2011/2554-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Mar 2011 11:25:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Special Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Big Minor Change]]></category>
		<category><![CDATA[Ford]]></category>
		<category><![CDATA[Isuzu]]></category>
		<category><![CDATA[Mazda]]></category>
		<category><![CDATA[Mitsubishi]]></category>
		<category><![CDATA[Model Change]]></category>
		<category><![CDATA[Motor Show]]></category>
		<category><![CDATA[Navara]]></category>
		<category><![CDATA[Nissan]]></category>
		<category><![CDATA[toyota]]></category>
		<category><![CDATA[Triton]]></category>
		<category><![CDATA[Vego]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภคชาวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รถกระบะ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์ดีเซล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=270</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากเปิดแนวรุกแข่งขันกันอย่างรุนแรงมาได้พักใหญ่ๆ มาถึงปี 2554 นี้จะเป็นปีทองของผู้บริโภครถกระบะชาวไทยบ้างละครับ เพราะด้วยปีนี้จะมีการเปิดตัวรถกระบะขนาด 1 ตันใหม่กันเกือบครบทุกค่าย เริ่มด้วยค่าย Mitsubishi เปิดตัว Triton ใหม่ตั้งแต่ต้นปีเลยกับเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 2.5 ลิตร 177 แรงม้า ตามด้วยค่าย Ford และ Mazda ก็เปิดตัวรถกระบะรุ่นใหม่หมดแบบ Model Change กันต่อเนื่อง ซึ่งจะได้เห็นตัวเป็นๆกันในงาน Motor Show 2011 นี้แน่นอนครับ หลังจากผ่านพ้นครึ่งปีไปแล้วจะตามมาด้วยค่าย Toyota และ Isuzu ที่เป็นคู่ชกชิงแชมป์ เจ้าตลาดรถกระบะไทย มาโดยตลอด ก็แน่นอนว่าจะต้องช่วงชิงกันเปิดตัวอย่างแน่นอน โดนทาง Toyota จะเป็นการ Big Minor Change เจ้า Vego ซึ่งครองเข็มขัดแชมป์มาแล้ว 5 ปีซ้อน ส่วนค่าย Isuzu จะเป็นการ Model Change ใหม่แบบหัวจรดเท้าเลยทีเดียว ต่อจากนั้นก่อนสิ้นปีน่าจะเป็นค่าย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/aa_2012_mazda_bt_50_dualcab_australian_international_motor_show_03-4cb6f87a93cd6-615x350.jpg" alt="New Mazda BT50" /></p>
<p>หลังจากเปิดแนวรุกแข่งขันกันอย่างรุนแรงมาได้พักใหญ่ๆ มาถึงปี 2554 นี้จะเป็นปีทองของผู้บริโภครถกระบะชาวไทยบ้างละครับ เพราะด้วยปีนี้จะมีการเปิดตัวรถกระบะขนาด 1 ตันใหม่กันเกือบครบทุกค่าย เริ่มด้วยค่าย Mitsubishi เปิดตัว Triton ใหม่ตั้งแต่ต้นปีเลยกับเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 2.5 ลิตร 177 แรงม้า ตามด้วยค่าย Ford และ Mazda ก็เปิดตัวรถกระบะรุ่นใหม่หมดแบบ Model Change กันต่อเนื่อง ซึ่งจะได้เห็นตัวเป็นๆกันในงาน Motor Show 2011 นี้แน่นอนครับ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/4WD.jpg" alt="New Mitsubishi Triton" /></p>
<p>หลังจากผ่านพ้นครึ่งปีไปแล้วจะตามมาด้วยค่าย Toyota และ Isuzu ที่เป็นคู่ชกชิงแชมป์ เจ้าตลาดรถกระบะไทย มาโดยตลอด ก็แน่นอนว่าจะต้องช่วงชิงกันเปิดตัวอย่างแน่นอน โดนทาง Toyota จะเป็นการ Big Minor Change เจ้า Vego ซึ่งครองเข็มขัดแชมป์มาแล้ว 5 ปีซ้อน ส่วนค่าย Isuzu จะเป็นการ Model Change ใหม่แบบหัวจรดเท้าเลยทีเดียว ต่อจากนั้นก่อนสิ้นปีน่าจะเป็นค่าย Nissan ที่จะ Minor Change เจ้า Navara พร้อมกับเปลี่ยนหัวใจดวงใหม่ที่มีข่าวแว่วๆมาว่าแรงระดับ 190 แรงม้าทีเดียวครับ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/car_10220153.jpg" alt="" /></p>
<p>แต่โดยทั่วๆไปแล้วค่ายรถต่างๆน่าจะพัฒนาเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรเป็นหลักขึ้นมาแทนเครื่อง 3.0 ลิตรซึ่งคงตามหาคำว่าประหยัดไม่เจอเป็นแน่แท้ แล้วเครื่องยนต์ตัวรองน่าจะหดลงเหลือ 2.2 ลิตร เพราะว่าเครื่องยนต์ดีเซลสมัยใหม่นั้นให้แรงม้าและแรงบิดได้อย่างเหลือเชื่อ แม้รถกระบะขนาด 1 ตัน ในบ้านเรามีแนวโน้มที่จะขยับขยายตัวถังไปเทียบเท่ารถกระบะขนาด 1.5 ตัน กันอย่างแน่นอน แต่เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร ก็สามารถขับเคลื่อนตัวถังที่ใหญ่โตได้อย่างสบาย ตอนนี้เหมือนจะเป็นช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ของค่ายรถญี่ปุ่น ซึ่งทางยุโรบโดยเฉพาะ เยอรมัน เปลี่ยนมา 2 ถึง 3 ปีแล้ว</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/newisuzu.jpg" alt="New Isuzu" /></p>
<p>อย่างไรก็ดีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ กลับส่งผลดีโดยตรงให้กับผู้บริโภคชาวไทย ที่จะได้ใช้รถกระบะคุณภาพดี มีเครื่องยนต์ที่ทันสมัย ทั้งขับสนุกและประหยัดน้ำมัน และเมื่อมีการแข่งขันกันสูงมากในตลาด ผูบริโภคก็จะได้รับประโยชน์ในแง่ของราคาและเงื่อนไขต่างๆด้วย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/ford-ranger-max-01.jpg" alt="" /></p>
<p>สุดท้ายใครเป็นแฟนค่ายรถยนต์ค่ายไหนก็คงต้องรอลุ้นกันถึงสิ้นปีนี้แน่นอนครับ รับรองมีให้เลือกอย่างจุใจแน่ๆครับ</p>
<p>ขอบคุณครับ แล้วพบกันใหม่ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/23/03/2011/2554-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิกฤตพลังงานกับทางแยกที่เราต้องเลือก(หรือเปล่า) ตอน 2</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/06/02/2009/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%97-2/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/06/02/2009/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%97-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Feb 2009 09:32:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Special Feature]]></category>
		<category><![CDATA[electric car]]></category>
		<category><![CDATA[Fuel Cell]]></category>
		<category><![CDATA[Hybrid Car]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์คาร์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[มอเตอร์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ลูกผสม]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์สันดาปภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=85</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้เรามาดูเกี่ยวกับ ระบบเครื่องยนต์ และ การใช้พลังงาน อย่างที่ทิ้งท้ายไว้ในตอนที่ 1 เกี่ยวกับ เครื่องยนต์สันดาปภายใน ก็เริ่มที่ตัวนี้แหละ เครื่องยนต์สันดาปภายใน คือเครื่องยนต์ที่ใช้วิธีนำเชื้อเพลิงผสมกับอากาศ แล้วจุดระเบิดขึ้นภายใน แรงระเบิดก็จะผลักดันลูกสูบ ผ่านก้านสูบมาหมุนข้อเหวี่ยง ทำให้เกิดกำลังจากการหมุนรอบของข้อเหวี่ยงมายัง ชุดขับเคลื่อน หรือ ชุดเกียร์ นั่นเอง แล้วก็ส่งผ่าน เพลาขับ มาหมุนล้อที่ขับเคลื่อน ทำให้รถสามารถเคลื่อนที่ได้ จะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องยนต์ที่ใช้ ว่ามีกำลังมากน้อยแค่ไหน เครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยจุดกำเนิดนั้นมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ได้จากปิโตรเลียมนะครับ และได้ถูกพัฒนามาเรื่อยๆ จนปัจจุบันถือว่าล้ำหน้ามากเมื่อเทียบกับจุดกำเนิดของมัน อาจเป็นเพราะเวลาที่ผ่านมา เกิดสงครามขึ้นบ่อยครั้ง เครื่องยนต์ จึงถูกพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดเพื่อใช้กับ รถยนต์ทางทหาร และ อากาศยาน โดยการพัฒนาของ เครื่องยนต์สันดาปภายใน มีจุดประสงค์ในการใช้ น้ำมันปิโตรเลียม เป็นเชื้อเพลิงหลัก ดังนั้นการเปลี่ยนไปใช้ เชื้อเพลิงทางเลือกต่างๆต้องมีการปรับแต่ง ดัดแปลง ให้ได้ลงตัวที่สุดทั้งด้าน กำลัง และ ความทนทาน โดยอาจใช้เวลาอีกหลายปีทีเดียว เพราะต้องมีคนใช้ เชื้อเพลิงทางเลือกต่างๆในวงกว้างซะก่อนครับ แต่เครื่องยนต์สันดาปภายใน ยังไม่ถึงขีดสุดของมันนะครับ มันยังสามารถพัฒนาได้อีกมากมายนัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img13.imageshack.us/img13/4871/enginert6.jpg" alt="" /></p>
<p>วันนี้เรามาดูเกี่ยวกับ ระบบเครื่องยนต์ และ การใช้พลังงาน อย่างที่ทิ้งท้ายไว้ในตอนที่ 1 เกี่ยวกับ เครื่องยนต์สันดาปภายใน ก็เริ่มที่ตัวนี้แหละ</p>
<p><strong>เครื่องยนต์สันดาปภายใน</strong> คือเครื่องยนต์ที่ใช้วิธีนำเชื้อเพลิงผสมกับอากาศ แล้วจุดระเบิดขึ้นภายใน แรงระเบิดก็จะผลักดันลูกสูบ ผ่านก้านสูบมาหมุนข้อเหวี่ยง ทำให้เกิดกำลังจากการหมุนรอบของข้อเหวี่ยงมายัง ชุดขับเคลื่อน หรือ ชุดเกียร์ นั่นเอง แล้วก็ส่งผ่าน เพลาขับ มาหมุนล้อที่ขับเคลื่อน ทำให้รถสามารถเคลื่อนที่ได้ จะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องยนต์ที่ใช้ ว่ามีกำลังมากน้อยแค่ไหน</p>
<p><strong>เครื่องยนต์สันดาปภายใน</strong> โดยจุดกำเนิดนั้นมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ได้จากปิโตรเลียมนะครับ และได้ถูกพัฒนามาเรื่อยๆ จนปัจจุบันถือว่าล้ำหน้ามากเมื่อเทียบกับจุดกำเนิดของมัน อาจเป็นเพราะเวลาที่ผ่านมา เกิดสงครามขึ้นบ่อยครั้ง เครื่องยนต์ จึงถูกพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดเพื่อใช้กับ รถยนต์ทางทหาร และ อากาศยาน โดยการพัฒนาของ เครื่องยนต์สันดาปภายใน มีจุดประสงค์ในการใช้ น้ำมันปิโตรเลียม เป็นเชื้อเพลิงหลัก ดังนั้นการเปลี่ยนไปใช้ เชื้อเพลิงทางเลือกต่างๆต้องมีการปรับแต่ง ดัดแปลง ให้ได้ลงตัวที่สุดทั้งด้าน กำลัง และ ความทนทาน โดยอาจใช้เวลาอีกหลายปีทีเดียว เพราะต้องมีคนใช้ เชื้อเพลิงทางเลือกต่างๆในวงกว้างซะก่อนครับ แต่เครื่องยนต์สันดาปภายใน ยังไม่ถึงขีดสุดของมันนะครับ มันยังสามารถพัฒนาได้อีกมากมายนัก ทั้งจากความรู้ด้าน โลหะวิทยา ที่เพิ่มมากขึ้นของมนุษย์เรา จนเกิดโลหะชนิดต่างๆขึ้นมากมาย และการแก้ไขคัดแปลงตัวเครื่องยนต์เองทั้ง ระบบการจุดระเบิด ระบบดูดอากาศ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง รวมไปถึง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้ควบคุมเครื่องยนต์ด้วย โดยเฉพาะ เครื่องยนต์ดีเซล นั้นน่าจับตามองทีเดียว เพราะกำลังที่ได้มากับ อัตราการใช้เชื้อเพลิง นั้นคุ้มค่าที่จะพัฒนาจริงๆครับ</p>
<p><strong>รถยนต์ลูกผสม(hybrid car)</strong> คือรถยนต์ที่มีทั้ง เครื่องยนต์ และ มอเตอร์ไฟฟ้า อยู่ในคันเดียวกัน สามารถขับเคลื่อนได้โดยใช้ มอเตอร์ไฟฟ้า ในช่วงที่ไม่ต้องการกำลังมากนักหรือ ในช่วงความเร็วต่ำ และในช่วงที่รถต้องการกำลังในการขับเคลื่อน ก็จะสลับมาใช้เครื่องยนต์แทน รถยนต์ลูกผสม หรือ Hybrid Car จึงมีความสามารถในการใช้เชื้อเพลิงได้อย่าง ประหยัดและคุ้มค่า ในอนาคตรถยนต์ลูกผสม แบบ Full Hybrid เติมน้ำมันเต็มถังอาจจะวิ่งได้ระยะทางหลายพันกิโลเมตรทีเดียว แต่รถยนต์ลูกผสม ก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน คือเนื่องจากมันมีทั้ง เครื่องยนต์ และ มอเตอร์ไฟฟ้า อยู่ในคันเดียวกัน จึงทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป ทั้งยังมีน้ำหนักตัวมากกว่าอีกด้วย การทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้นั้น จึงมีโอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย สรุปแล้วคือคนที่มีเงินมากกว่ากลับได้ใช้รถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันกว่า เออ&#8230;.ฟังดูแปลกๆแหะ แต่ไม่เป็นไรครับ คนจนอย่างผมคงต้องฝากความหวังไว้กับ รถยนต์ในข้อต่อไปครับ</p>
<p><strong>รถยนต์ไฟฟ้า(electric car)</strong> คือรถยนต์ที่ใช้ ไฟฟ้า เป็นพลังในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวส่งกำลัง รถยนต์ไฟฟ้ามีค่าใช้จ่าย ต่อ ระยะทาง ที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน และยังมีค่ามลพิษเป็นศูนย์อีกด้วยไม่นับรวมตอนทิ้งแบตเตอรี่นะ ตอนนี้ผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายกำลังทุ่มงบประมาณ เพื่อใช้พัฒนา แบตเตอรี่ สำหรับใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะอยู่ครับ คาดว่าคงใช้เวลาอีกไม่นานนัก เราคงได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบซะที และเมื่อเทคโนโลยีนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายจนมี ต้นทุนในการผลิตลดลงแล้ว การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า นั้นจะมีต้นทุนที่ต่ำมาก จนคนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็น รถเพื่อประชาชน อย่างแท้จริงในอนาคต ส่วนเรื่องการเปลี่ยนแบตเตอรี่ เมื่อถึงเวลานั้นแล้วคงจะมี ผู้ผลิตแบตเตอรี่หลายค่ายผลิตออกมาวางจำหน่ายมากมายหลายเกรด เหมือนแบตเตอรี่มือถือในปัจจุบันนี้แหละครับ แต่ไม่รู้จะมีแบบที่ระเบิดได้หรือเปล่านะ</p>
<p>ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า ก็มีอยู่หลายอย่าง เช่น ใช้งานได้อย่างจำกัด เมื่อไฟหมดก็ต้องหาที่ชาร์จไฟ แถมยังใช้เวลาชาร์จไฟในแต่ละครั้งนานหลายชั่วโมงทีเดียว แต่ข้อนี้ไม่ต้องเป็นห่วงไปครับ เพราะมันเป็น รถเพื่อประชาชน จุดประสงค์ในการใช้งานหลักๆก็คือ การขับไปทำงานแล้วขับกลับบ้าน หรือทำธุระใกล้ๆอย่างเช่น การไปห้างสรรพสินค้า เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เสียบปลั๊กชาร์จไฟไว้ พอรุ่งเช้าก็ดึงปลั๊กออก พร้อมใช้งานต่อไป สิ่งที่น่าห่วงคือ รถยนต์ไฟฟ้ามันจะใช้งานได้ระยะทางน้อยลงเรื่อยๆในการชาร์จไปหนึ่งครั้ง เนื่องจากการเสื่อมของแบตเตอรี่นั่นเอง แต่ถึงอย่างไรก็ตามคงต้องมีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของ แบตเตอรี่ และ มอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นตัวส่งกำลัง ในอนาคตอาจจะมี มอเตอร์ไฟฟ้าที่ระบายความร้อนด้วยของเหลว เพื่อป้องกันการไหม้ในการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานก็เป็นไปได้ แหม&#8230;.พูดแล้วผมรู้สึกตื่นเต้นจัง ที่จะได้เข้าไปขับ รถบังคับวิทยุ เหมือนอย่างที่เคยจินตนาการไว้ในตอนเด็ก</p>
<p><strong>รถยนต์ไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิง(fuel cell)</strong> เจ้านี่แหละครับที่จะเป็น พระเอกตัวจริง ในอนาคต แต่ไม่ใกล้นะครับ เพราะเจ้าเทคโนโลยี เซลล์เชื้อเพลิง หรือ Fuel Cell นั้นมีราคาสูงมากในปัจจุบัน กว่าจะมีราคาลดลงจนคนทั่วไปเข้าถึงได้ คงใช้เวลาอีกนานโขเลยทีเดียว รถยนต์ไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิงมีรูปแบบคล้ายกับ รถยนต์ไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก ต่างกันที่การได้มาของไฟฟ้าซึ่งเกิดจาก การเติมไฮโดรเจนเข้าสู่ระบบ เพื่อทำปฏิกิริยาทางเคมี เกิดเป็นไฟฟ้าไหลเข้าสู่ระบบขับเคลื่อน ซึ่งเซลล์เชื้อเพลิงสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้สูงมาก และมีกระแสที่ค่อนข้างเสถียร จึงทำให้รถยนต์ไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิงมีความแรงเทียบเท่า รถซูเปอร์คาร์ เกินขีดจำกัดของการใช้แบตเตอรี่เก็บไฟฟ้าแบบธรรมดาโดยสิ้นเชิง และยังมีไอเสียที่ปล่อยออกมาจากระบบ เป็นเพียงน้ำบริสุทธิ์เท่านั้น สามารถใช้งานได้ไม่ต่างจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน</p>
<p>ทีนี้มาดูข้อเสียของระบบเซลล์เชื้อเพลิงกันบ้าง อย่างแรกเลยคือ ราคาแพงมากมาย จนคนรุ่นผมอาจจะรอไม่ไหว&#8230;อิอิ&#8230; และการผลิตไฮโดรเจน นั้นใช้พลังงานในกระบวนการสูงมาก จึงไม่น่าจะมีราคาถูกกว่า น้ำมันมากนัก รวมถึงการปรับเปลี่ยนสถานีบริการเชื้อเพลิง ซึ่งต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ ระบบเซลล์เชื้อเพลิง หรือ Fuel Cell นั้นยังเข้าถึงได้ยาก ส่วนข้อสุดท้าย ผมไม่รู้ว่ามันเป็นข้อดี หรือข้อเสียกันแน่ คือระบบนี้มันไม่มีเสียงครับ อย่างที่บอกครับ ว่าระบบเซลล์เชื้อเพลิง นั้นสามารถผลิตกำลังได้เทียบเท่ากับ รถซูเปอร์คาร์ เลยนะครับ ลองนึกภาพรถ Ferrari หรือ รถแข่งในสนาม วิ่งแบบเงียบๆดูสิครับ</p>
<p>รถยนต์แบบอื่นๆ ที่ใช้พลังงานแตกต่างออกไปจากนี้ เช่น พลังงานจากถ่าน(ถ่านที่เป็นคาร์บอน) พลังงานจากขยะ พลังงานจากลม รวมถึงพลังงานแสงอาทิตย์นั้น มีความเป็นไปได้ในการผลิตน้อยมากๆครับ แล้วถ้าในอนาคตข้างหน้า คุณเห็นรถยนต์ที่เป็น พลาสติก ทั้งคันก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับ เพราะในอุตสาหกรรมยานยนต์ มีแนวโน้มที่จะนำ พลาสติก เข้ามาแทนชิ้นส่วนที่เป็น โลหะ มากขึ้นเรื่อยๆครับ พอจะนึกภาพรถบังคับวิทยุที่เราเข้าไปขับได้ ออกหรือยังครับ</p>
<p>แล้วพบกันใหม่นะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/06/02/2009/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%97-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิกฤตพลังงานกับทางแยกที่เราต้องเลือก(หรือเปล่า) ตอน 1</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/17/01/2009/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/17/01/2009/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2009 07:21:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Special Feature]]></category>
		<category><![CDATA[biodiesel]]></category>
		<category><![CDATA[Ethanol]]></category>
		<category><![CDATA[LPG]]></category>
		<category><![CDATA[NGV]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เอทานอล]]></category>
		<category><![CDATA[แก๊สโซฮอล]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอดีเซล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=81</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าพูดถึงพลังงานที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ก็คงพูดได้ว่า น้ำมัน นั้นเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนอับดับต้นๆเลยที่เดียว และเมื่อต้องคิดถึง พลังงานทางเลือก คนไทยส่วนใหญ่ต้องคิดถึง ก๊าซ LPG หรือ NGV เป็นทางเลือกแรกเสมอ ทีนี้ลองมาฟังความคิดเห็นของ iCarMagazine เกี่ยวกับ พลังงานกันดูครับ พลังงานทดแทน นั้นมีอยู่หลายชนิดเช่น ก๊าซ LPG หรือ NGV เอทานอล และ ไบโอดีเซล แต่ในอนาคตยังมีพลังงานที่เพิ่มมาอีกอย่างคือ ไฟฟ้า ครับ เอาแค่ปัจจุบันก่อนละกัน ในความคิดของผมนั้นการติดตั้ง ก๊าซ ไม่มีความจำเป็นสำหรับ คนที่ใช้รถยนต์เพื่อขับไปทำงานและขับกลับบ้าน หรือผู้ใช้รถที่ไม่ได้ขับรถเป็นระยะทางไกลๆและบ่อยๆ เพราะการติดตั้ง ก๊าซ มันเป็นการลงทุน และถ้าไม่ได้ใช้เยอะจริงๆ กว่าจะคืนทุนก็ใช้เวลานานพอสมควรทีเดียว บางทีอาจจะนานจนคุณเปลี่ยนรถคันใหม่เลยก็เป็นได้ และพอถึงระยะทางที่ได้ทุนในการติดตั้งคืนแล้ว ก็ต้องลงทุนซ่อมแซมเครื่องยนต์อีก เพราะเครื่องยนต์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ ก๊าซ ดังนั้นจึงเกิดการสึกหรอมากกว่าการใช้ น้ำมัน ปรกติอย่างแน่นอน แต่ถ้าเป็นรถยนต์ที่ใช้ในการ ขนส่ง ไม่ว่าจะขนส่งอะไรก็แล้วแต่ มันมีการใช้งานที่มากมายมหาศาล ทำให้คืนทุนเร็ว และเขายังมีค่าใช้จ่ายในซ่อมแซมเครื่องยนต์ถูกกว่าด้วย เพราะฉะนั้นควรศึกษาและคำนวณค่าใช้จ่ายให้ดีก่อน ว่าสมควรติดตั้ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img177.imageshack.us/img177/5166/oilgraphimagezf1.jpg" alt="" /></p>
<p>ถ้าพูดถึงพลังงานที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ก็คงพูดได้ว่า น้ำมัน นั้นเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนอับดับต้นๆเลยที่เดียว และเมื่อต้องคิดถึง พลังงานทางเลือก คนไทยส่วนใหญ่ต้องคิดถึง ก๊าซ LPG หรือ NGV เป็นทางเลือกแรกเสมอ ทีนี้ลองมาฟังความคิดเห็นของ iCarMagazine เกี่ยวกับ พลังงานกันดูครับ</p>
<p>พลังงานทดแทน นั้นมีอยู่หลายชนิดเช่น ก๊าซ LPG หรือ NGV เอทานอล และ ไบโอดีเซล แต่ในอนาคตยังมีพลังงานที่เพิ่มมาอีกอย่างคือ ไฟฟ้า ครับ เอาแค่ปัจจุบันก่อนละกัน ในความคิดของผมนั้นการติดตั้ง ก๊าซ ไม่มีความจำเป็นสำหรับ คนที่ใช้รถยนต์เพื่อขับไปทำงานและขับกลับบ้าน หรือผู้ใช้รถที่ไม่ได้ขับรถเป็นระยะทางไกลๆและบ่อยๆ เพราะการติดตั้ง ก๊าซ มันเป็นการลงทุน และถ้าไม่ได้ใช้เยอะจริงๆ กว่าจะคืนทุนก็ใช้เวลานานพอสมควรทีเดียว บางทีอาจจะนานจนคุณเปลี่ยนรถคันใหม่เลยก็เป็นได้ และพอถึงระยะทางที่ได้ทุนในการติดตั้งคืนแล้ว ก็ต้องลงทุนซ่อมแซมเครื่องยนต์อีก เพราะเครื่องยนต์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ ก๊าซ ดังนั้นจึงเกิดการสึกหรอมากกว่าการใช้ น้ำมัน ปรกติอย่างแน่นอน</p>
<p>แต่ถ้าเป็นรถยนต์ที่ใช้ในการ ขนส่ง ไม่ว่าจะขนส่งอะไรก็แล้วแต่ มันมีการใช้งานที่มากมายมหาศาล ทำให้คืนทุนเร็ว และเขายังมีค่าใช้จ่ายในซ่อมแซมเครื่องยนต์ถูกกว่าด้วย เพราะฉะนั้นควรศึกษาและคำนวณค่าใช้จ่ายให้ดีก่อน ว่าสมควรติดตั้ง ก๊าซ หรือ ไม่ และเหมาะสมกับการใช้งานของเรา หรือ ไม่ นะครับ</p>
<p>เอทานอล(Ethanol) คือ แอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากการหมักพืชต่างๆ ได้แก่ อ้อยน้ำตาล กากน้ำตาล มันสำปะหลัง มันเทศ ธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าวโพด ข้าว ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวฟ่าง เพื่อเปลี่ยนแป้งจากพืชให้เป็นน้ำตาลแล้วเปลี่ยนจากน้ำตาลเป็นแอลกอฮอล์อีกครั้ง แอลกอฮอล์ที่ทำให้บริสุทธิ์ 95% จะเรียกว่า เอทานอล แล้วนำมาผสมกับน้ำมันตามอัตราส่วนที่กำหนด จึงเกิดเป็นน้ำมัน แก๊สโซฮอล ขึ้น ส่วนรหัสที่เรียกเช่น E20 หรือ E85 นั้นหมายถึงอัตราส่วนผสมระหว่าง น้ำมันเบนซิน กับ เอทานอล ตัวเลขหลังตัว E คือส่วนผสมของ เอทานอล คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ครับ</p>
<p>การใช้ น้ำมันแก๊สโซฮอล นั้นต้องได้รับการรับรับรองจากผู้ผลิตรถยนต์ ว่าสามารถใช้ได้หรือไม่ ควรตรวจสอบให้ดีก่อนนะครับ เพราะการใช้ น้ำมันแก๊สโซฮอล นั้นต้องมีการปรับแต่งเครื่องยนต์ด้วย การใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล จะไม่มีผลเสียต่อเครื่องยนต์ และ สมรรถนะของรถยนต์ ครับ เพียงแต่ น้ำมันแก๊สโซฮอล มีอัตราการสิ้นเปลืองสูงกว่า น้ำมันเบนซิน ปรกติเท่านั้นเอง คือเติมน้ำมัน 1 ลิตรเท่ากันแต่วิ่งได้ระยะทางไม่เท่ากันครับ ยิ่งมีการผสม เอทานอล มากขึ้นเท่าไหร่ก็จะยิ่งได้ระยะทางน้อยลงครับ แต่อย่าเพิ่งตกใจไปครับ เมื่อเทียบกับราคาที่ถูกลง แล้วถือว่ายอมรับได้ครับ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ลองมองภาพกว้างๆนะครับ การเติมน้ำมันของคุณจะมีเงินส่วนหนึ่งถูกส่งไปให้กับ พี่น้องคนไทยที่เป็น เกษตกร ด้วยครับ ลองคิดต่ออีกนิดว่า ถ้า น้ำมันเชื้อเพลิง สามารถปลูกบนดินได้ แล้วประเทศไทยของเราที่มีดินที่ อุดมสมบูรณ์ นั้นจะเป็นอย่างไร</p>
<p>ไบโอดีเซล(biodiesel) เป็นเชื้อเพลิงดีเซลที่ผลิตจากแหล่งทรัพยากรหมุนเวียน เช่น น้ำมันพืช ไขมันสัตว์ หรือสาหร่าย ไบโอดีเซลเป็นเชื้อเพลิงดีเซลทางเลือก นอกเหนือจากดีเซลที่ผลิตจากปิโตรเลียม โดยมีคุณสมบัติทางเคมี และการเผาไหม้ เหมือนกับดีเซลจากปิโตรเลียมมาก และสามารถใช้แทนกันได้ แต่คุณสมบัติสำคัญของไบโอดีเซลคือ สามารถย่อยสลายได้เอง ตามกระบวนการธรรมชาติ และไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ในแง่ของการใช้งานจริงนั้น ณ ปัจจุบันการผลิต ไบโอดีเซล ยังมีต้นทุนสูงกว่า ดีเซลปิโตรเลียม อยู่ จึงต้องมีมาตรการทางภาษีเข้ามาช่วยให้มีราคาถูกลง ส่วนเรื่อง เครื่องยนต์นั้นจะต้องมีการปรับแต่งเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ซึ่งก็มีผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ ให้ความสนใจและอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาและวิจัย ถ้าเราให้ความสนใจในเรื่อง ไบโอดีเซล อย่างกว้างขวาง และ จริงจัง แล้ว ในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีในการผลิตถูกใช้อย่างกว้างขวาง ต้นทุนในการผลิต ก็จะถูกลงอีกมาก และจะดีต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของเราเป็นอย่างมากด้วยครับ เพราะ เครื่องยนต์สันดาปภายใน นั้นยังสามารถพัฒนาได้อีกมากมาย โดยเฉพาะ เครื่องยนต์ดีเซล น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง และ เครื่องยนต์สันดาปภายใน จะอยู่บนโลกใบนี้ไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว ถึงแม้จะมีเครื่องยนต์แบบใหม่ๆมาแทนก็ตาม แล้วพบกันตอน 2 ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/17/01/2009/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

