<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>iCar Free Online Magazine &#187; ขับเคลื่อนล้อหลัง</title>
	<atom:link href="http://www.icarmagazine.com/tag/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.icarmagazine.com</link>
	<description>Free Car Magazine Online - นิตยสาร รถยนต์ ออนไลน์ ฟรี! ที่รวบรวมข้อมูลเรื่อง ยานยนต์ และ สาระอื่นๆที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไว้อย่างหลากหลาย</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Dec 2011 17:12:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>ปอร์เช่ พานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) ที่สามารถวิ่งทางไกลได้ถึง 1,200 กิโลเมตร</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/20/05/2011/%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88-%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5-panamer/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/20/05/2011/%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88-%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5-panamer/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 May 2011 09:55:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Supercar & Exotic]]></category>
		<category><![CDATA[air suspension]]></category>
		<category><![CDATA[Grand Turismo]]></category>
		<category><![CDATA[Panamera Diesel]]></category>
		<category><![CDATA[ขับเคลื่อนล้อหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[ปอร์เช่]]></category>
		<category><![CDATA[พานาเมร่า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์สปอร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบคอมมอนเรล]]></category>
		<category><![CDATA[เกียร์ทริปทรอนิค]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์ดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[เทอร์โบดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส]]></category>
		<category><![CDATA[แกรนด์ ทัวริสโม่]]></category>
		<category><![CDATA[ไดเรค อินเจคชั่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=286</guid>
		<description><![CDATA[สตุ้ดการ์ด. รถยนต์สปอร์ตแกรนด์ ทัวริสโม่ ชั้นนำจากค่ายปอร์เช่คันนี้สามารถวิ่งทางไกลพร้อมด้วยความเร็วที่เหนือชั้นได้อย่างน่าประทับใจ จากน้ำมันในถังที่มีขนาดความจุ 80 ลิตรนี้เองที่ทำให้พานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) ใหม่ล่าสุดคันนี้กลายมาเป็นรถยนต์ จีที ซาลูนที่ประหยัดที่สุดด้วยความสามารถในการวิ่งได้ไกลถึง 1,200 กิโลเมตร ด้วยความยอดเยี่ยมของอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงของรถคันนี้ที่มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่แค่เพียง 6.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (ตามวงจรการขับขี่ในรูปแบบ NEDC) อีกทั้งยังมีอัตราการปล่อย CO2 อยู่ที่ 167 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น พานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) คันนี้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ จึงสามารถวิ่งจากเมืองเบอร์ลินเข้าสู่เมืองเบอล็อคเนอร์ได้โดยไม่ต้องแวะเติมน้ำมันทีเดียว และหากเลือกติดตั้งล้อและยางที่เป็นมาตรฐานของรถแล้วนั้นอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงก็จะอยู่ที่ 6.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (172 กรัมต่อกิโลเมตร) เท่านั้น พานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) สามารถเร่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย แม้กระทั่งอยู่ในช่วงระหว่างการขับขี่บนพื้นถนนที่มีความสูงชันหรือขณะขึ้นเขา ซึ่งความสามารถเหล่านี้ได้มาจากเครื่องยนต์ขนาด 3 ลิตร V6 ที่มาพร้อมกับแรงม้าสูงสุดถึง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/2011-Porsche-Panamera-Diesel-1.jpg" alt="" /></p>
<p>สตุ้ดการ์ด. รถยนต์สปอร์ตแกรนด์ ทัวริสโม่ ชั้นนำจากค่ายปอร์เช่คันนี้สามารถวิ่งทางไกลพร้อมด้วยความเร็วที่เหนือชั้นได้อย่างน่าประทับใจ จากน้ำมันในถังที่มีขนาดความจุ 80 ลิตรนี้เองที่ทำให้พานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) ใหม่ล่าสุดคันนี้กลายมาเป็นรถยนต์ จีที ซาลูนที่ประหยัดที่สุดด้วยความสามารถในการวิ่งได้ไกลถึง 1,200 กิโลเมตร ด้วยความยอดเยี่ยมของอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงของรถคันนี้ที่มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่แค่เพียง 6.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (ตามวงจรการขับขี่ในรูปแบบ NEDC) อีกทั้งยังมีอัตราการปล่อย CO2 อยู่ที่ 167 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น พานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) คันนี้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ จึงสามารถวิ่งจากเมืองเบอร์ลินเข้าสู่เมืองเบอล็อคเนอร์ได้โดยไม่ต้องแวะเติมน้ำมันทีเดียว และหากเลือกติดตั้งล้อและยางที่เป็นมาตรฐานของรถแล้วนั้นอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงก็จะอยู่ที่ 6.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (172 กรัมต่อกิโลเมตร) เท่านั้น </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/2011-Porsche-Panamera-Diesel-2.jpg" alt="" /></p>
<p>พานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) สามารถเร่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย แม้กระทั่งอยู่ในช่วงระหว่างการขับขี่บนพื้นถนนที่มีความสูงชันหรือขณะขึ้นเขา ซึ่งความสามารถเหล่านี้ได้มาจากเครื่องยนต์ขนาด 3 ลิตร V6 ที่มาพร้อมกับแรงม้าสูงสุดถึง 250 แรงม้า (184 กิโลวัตต์) ที่รอบเครื่องยนต์ระหว่าง 3,800 และ 4,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 550 นิวตันเมตรที่รอบเครื่องยนต์ 1,750 รอบต่อนาทีถึง 2,750 รอบนาที ซึ่งส่งผลให้ให้เกิดขุมพละกำลังอย่างมหาศาลเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านั้นรถคันนี้ยังมีระบบส่งผ่านกำลังที่มีประสิทธิภาพสูงนั่นคือระบบเกียร์ทริปทรอนิค เอส (Tiptronic S) 8 จังหวะ ที่ทำงานร่วมกับลูกสูบแบบเทอร์โบดีเซล 6 สูบได้อย่างลงตัวและส่งผลให้แกรนด์ ทัวริสโม่ (Gran Turismo) ใหม่ล่าสุดคันนี้มีอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียงแค่ 6.8 วินาทีเท่านั้น อีกทั้งยังมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 242 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (150 ไมล์ต่อชั่วโมง) และสำหรับรุ่นพานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) คันนี้ มีระบบขับเคลื่อนแบบขับเคลื่อนล้อหลัง เพื่อส่งเสริมการวิ่งทะยานไปข้างหน้าที่โดดเด่นได้อย่างไร้ขีดจำกัด</p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/2011-Porsche-Panamera-Diesel-3.jpg" alt="" /></p>
<p>เครื่องยนต์ขนาด 3 ลิตร V6 ของปอร์เช่ พานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) คันนี้ถือได้ว่าเป็นเครื่องยนต์ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีดีเซลชั้นนำ อาทิเช่น ระบบคอมมอนเรล ไดเรค อินเจคชั่น (Common rail Direct Injection) หรือระบบจ่ายน้ำมันแบบรางร่วมซึ่งเป็นระบบจ่ายเชื้อเพลิงประกอบด้วยปั๊มแรงดันสูงถึง 2000 บาร์ผ่านวาล์วไพอีโซ (Piezo Valve) อีกทั้งยังมีตัวเทอร์โบชาร์จที่ทำการควบคุม variable geometry turbochargers (VGTs) แบบอิเล็กทรอนิกส์และยังควบคุมไอเสียได้ดีเยี่ยมโดยใช้ระบบการนำไอเสียกลับมาเผาไหม้ใหม่ (Exhaust Gas Recirculation) และกระบวนการอ็อกซิเดชั่น เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Oxidation Catalyst) ซึ่งมาพร้อมด้วยหม้อกรองเขม่า (particle filter) ด้วยประสิทธิภาพของระบบต่างๆในเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงเหล่านี้จึงทำให้เกิดการสร้างแรงบิดที่ดีเยี่ยม พร้อมกับการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงในอัตราต่ำ และวิ่งได้อย่างราบรื่น มั่นคง และลดมลพิษอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นรถรุ่นใหม่นี้ยังเสริมเพิ่มเติมด้วยการติดตั้งระบบเร่ง/หยุด อัตโนมัติ (Auto start/stop) มาเป็นมาตรฐานให้กับรถอีกด้วย</p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/2011-Porsche-Panamera-Diesel-4.jpg" alt="" /></p>
<p>ในเรื่องของการขับขี่ที่คล่องตัวและความสะดวกสบายของพานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) คันนี้นั้นเต็มไปด้วยรูปแบบของความเป็นปอร์เช่อย่างแท้จริง ซึ่งสามารถเลือกติดตั้งระบบช่วงล่างแบบถุงลมหรือAdaptive air suspension ได้หากต้องการเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่และคงไว้ซึ่งการขับขี่ที่คล่องตัวอย่างสปอร์ตได้อย่างลงตัว </p>
<p>รูปลักษณ์ของภายในห้องโดยสารนั้นได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในทุกๆ รายละเอียดให้แก่ผู้โดยสารในรถแกรนด์ ทัวริสโม่ (Grand Turismo) คันนี้ และเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายชั้นเลิศให้กับทั้ง 4 ที่นั่งในห้องโดยสารนั้นรถยนต์คันนี้จึงมีความยาวในห้องโดยสารที่ 4.97 เมตรและมีความสูงถึง 142 เซ็นติเมตร และ พานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) คันนี้อวดโฉมความเป็นดีเซลได้เด่นชัดจากคำว่า ‘diesel’ ที่ประทับอยู่ที่ประตูด้านหน้าอีกด้วย </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/2011-Porsche-Panamera-Diesel-5.jpg" alt="" /></p>
<p>พานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) พร้อมส่งมอบตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2011 เป็นต้นไป สำหรับประเทศไทย ท่านสามารถสอบถามเกี่ยวกับรถยนต์ปอร์เช่ พานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) ได้จาก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยเท่านั้น ที่มีศูนย์บริการมาตรฐานและทีมบริการ (Service Teams) ที่มากประสบการณ์ ซึ่งได้รับการฝึกอบรมจากทางโรงงาน ปอร์เช่ประเทศเยอรมนีโดยตรง พร้อมให้บริการรถปอร์เช่ของท่าน </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/2011-Porsche-Panamera-Diesel-6.jpg" alt="" /></p>
<p>ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ปอร์เช่ ได้ที่ แผนกขาย โทร. 02-522-6655 ต่อ 101-102 หรือ เยี่ยมชมเว็บไซด์ได้ที่ www.porsche.co.th</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/20/05/2011/%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88-%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5-panamer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Porsche Panamera ซูเปอร์คาร์ 4 ประตู ใหม่ล่าสุดจาก พอร์ช</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/15/12/2008/porsche-panamera-%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c-4-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b9-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/15/12/2008/porsche-panamera-%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c-4-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b9-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2008 11:24:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Supercar & Exotic]]></category>
		<category><![CDATA[4 ประตู]]></category>
		<category><![CDATA[Panamera]]></category>
		<category><![CDATA[Porsche]]></category>
		<category><![CDATA[ขับเคลื่อนล้อหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์คาร์]]></category>
		<category><![CDATA[พอร์ช]]></category>
		<category><![CDATA[พานาเมอรา]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทอร์โบ]]></category>
		<category><![CDATA[เบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมนี]]></category>
		<category><![CDATA[ไดเร็กต์อินเจ็กชัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=66</guid>
		<description><![CDATA[ได้ฤกษ์เปิดตัวสักทีสำหรับพอร์ช 4 ประตู ซึ่งในตอนนี้ซูเปอร์คาร์แบรนด์ดังแห่งเยอรมนีจัดการเผยโฉมภาพและรายละเอียดของ พานาเมอรา ออกมาแล้ว หลังจากที่เปิดเผยความเคลื่อนไหวของโครงการนี้มาตั้งแต่ปี 2005 พานาเมอรา ถือเป็นรถยนต์ 4 ประตูรุ่นแรกในไลน์ผลิตของพอร์ช แต่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พอร์ชคิดจะผลิตรถยนต์ 4 ประตู เพราะถ้ายังจำกันได้ย้อนกลับไปในปี 1988 พอร์ชภายใต้การนำทัพของอุลริช เบซ ซึ่งปัจจุบันเป็นซีอีโอของแอสตันมาร์ติน เคยวาดฝันที่จะผลิตเก๋ง 4 ประตูออกสู่ตลาดเพื่อเสริมทัพกับรุ่น 928 ในการแข่งกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งแนวคิดนี้ได้กลายมาเป็นรหัส 989 ในอีก 3 ปีให้หลัง แต่นั่นก็เป็นแค่ต้นแบบเท่านั้น และรถยนต์รุ่นนี้ก็ไม่เคยนำออกมาจัดแสดงสู่สาธารณะชนเลยแต่สุดท้ายอีก 20 ปีให้หลัง โปรเจ็กต์ได้กลายเป็นจริง จะเรียกว่าเป็นรถยนต์ซีดานก็คงกระดากใจนิดหน่อย เพราะแม้ว่าแม้จะมีตัวถัง 4 ประตู แต่ทว่าพานาเมอราก็ได้รับการออกแบบให้มีตัวถังด้านท้ายที่ลาดเทคล้ายกับท้ายอขง 911 และฝากระโปรงหลังก็เปิดออกพร้อมกับกระจกบังลมหลัง คล้ายกับฝากระโปรงท้ายของรถยนต์ตัวถังแฮทช์แบ็กมากกว่า ขนาดตัวถังมีความยาว 4,970 มิลลิเมตร กว้าง 1,931 มิลลิเมตร สูง 1,418 มิลลิเมตร เครื่องยนต์วางด้านหน้าและขับเคลื่อนล้อหลัง ส่วนทางเลือกของเครื่องยนต์เท่าที่มีการเปิดเผยออกมาในตอนนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img75.imageshack.us/img75/4019/porschepanamera1ot7.jpg" alt="" /></p>
<p>ได้ฤกษ์เปิดตัวสักทีสำหรับพอร์ช 4 ประตู ซึ่งในตอนนี้ซูเปอร์คาร์แบรนด์ดังแห่งเยอรมนีจัดการเผยโฉมภาพและรายละเอียดของ พานาเมอรา ออกมาแล้ว หลังจากที่เปิดเผยความเคลื่อนไหวของโครงการนี้มาตั้งแต่ปี 2005</p>
<p>     พานาเมอรา ถือเป็นรถยนต์ 4 ประตูรุ่นแรกในไลน์ผลิตของพอร์ช แต่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พอร์ชคิดจะผลิตรถยนต์ 4 ประตู เพราะถ้ายังจำกันได้ย้อนกลับไปในปี 1988 พอร์ชภายใต้การนำทัพของอุลริช เบซ ซึ่งปัจจุบันเป็นซีอีโอของแอสตันมาร์ติน เคยวาดฝันที่จะผลิตเก๋ง 4 ประตูออกสู่ตลาดเพื่อเสริมทัพกับรุ่น 928 ในการแข่งกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งแนวคิดนี้ได้กลายมาเป็นรหัส 989 ในอีก 3 ปีให้หลัง แต่นั่นก็เป็นแค่ต้นแบบเท่านั้น และรถยนต์รุ่นนี้ก็ไม่เคยนำออกมาจัดแสดงสู่สาธารณะชนเลยแต่สุดท้ายอีก 20 ปีให้หลัง โปรเจ็กต์ได้กลายเป็นจริง</p>
<p><img src="http://img68.imageshack.us/img68/9702/porschepanamera2hn3.jpg" alt="" /></p>
<p>     จะเรียกว่าเป็นรถยนต์ซีดานก็คงกระดากใจนิดหน่อย เพราะแม้ว่าแม้จะมีตัวถัง 4 ประตู แต่ทว่าพานาเมอราก็ได้รับการออกแบบให้มีตัวถังด้านท้ายที่ลาดเทคล้ายกับท้ายอขง 911 และฝากระโปรงหลังก็เปิดออกพร้อมกับกระจกบังลมหลัง คล้ายกับฝากระโปรงท้ายของรถยนต์ตัวถังแฮทช์แบ็กมากกว่า</p>
<p>       ขนาดตัวถังมีความยาว 4,970 มิลลิเมตร กว้าง 1,931 มิลลิเมตร สูง 1,418 มิลลิเมตร เครื่องยนต์วางด้านหน้าและขับเคลื่อนล้อหลัง ส่วนทางเลือกของเครื่องยนต์เท่าที่มีการเปิดเผยออกมาในตอนนี้ เป็นแบบบล็อก V ล้วนๆ ทั้ง 6 และ 8 สูบ โดยเน้นไปที่เบนซินแบบไดเร็กต์อินเจ็กชันหรือ DFI เป็นหลัก มีทั้งหายใจเอง และอัดอากาศด้วยเทอร์โบ โดยมีกำลังอยู่ในระดับ 300-500 แรงม้า</p>
<p><img src="http://img244.imageshack.us/img244/2609/porschepanamera3uy5.jpg" alt="" /></p>
<p>       ส่วนความจุแม้ยังไม่ระบุ แต่เชื่อว่าจะมีทั้ง 3,600 ซีซี, 4,800 ซีซี และ 4,800 ซีซี เทอร์โบเหมือนกับคาเยนน์ ส่วนระบบส่งกำลังมีทั้งแบบธรรมดา 6 จังหวะ และอัตโนมัติแบบดับเบิลคลัตช์ 7 จังหวะที่เรียกว่า PDK- Doppelkupplungsgetriebe</p>
<p>       พอร์ชเผยว่าพานาเมอราสามารถเป็นรถยนต์ที่ Made in Germany อย่างเต็มภาคภูมิ เพราะว่ากว่า 70% ของชิ้นส่วนได้รับการผลิตจากซัพพลายเออร์ในแดนเบียร์ โดยที่การผลิตเครื่องยนต์จะมีขึ้นที่โรงงานเมืองสตุ๊ตการ์ท ส่วนตัวถังทั้งการผลิตและพ่นสีอยู่ที่โรงงานในเมืองฮันโนเวอร์ซึ่งเป็นโรงงานของโฟล์คสวาเกน จากนั้นจะส่งทั้งหมดมาประกอบที่โรงงานในเมืองไลป์ซิก ประเทศเยอรมนี</p>
<p><img src="http://img68.imageshack.us/img68/2932/porschepanamera4js8.jpg" alt="" /></p>
<p>    ยอดจำหน่ายต่อปีที่ตั้งเอาไว้ยังเหมือนเดิม อยู่ที่ 20,000 คันทั่วโลก ส่วนราคายังไม่เปิดเผยออกมา ต้องรอจนกระทั่งถึงเดือนมีนาคม 2009 จึงจะมีรายละเอียดแบบเต็มๆ พร้อมราคาออกมาให้รับทราบ</p>
<p><img src="http://img234.imageshack.us/img234/4261/porschepanamera5yv6.jpg" alt="" /></p>
<p>ข้อมูลจาก <a href="http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9510000143274">ผู้จัดการ Online</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/15/12/2008/porsche-panamera-%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c-4-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b9-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Nissan 370Z ใหม่ทั้งคันเพิ่มม้าขยายความจุ</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/14/12/2008/nissan-370z-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/14/12/2008/nissan-370z-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Dec 2008 15:55:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Supercar & Exotic]]></category>
		<category><![CDATA[370Z]]></category>
		<category><![CDATA[Need For Speed]]></category>
		<category><![CDATA[Nissan]]></category>
		<category><![CDATA[Z-Car]]></category>
		<category><![CDATA[ขับเคลื่อนล้อหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[คูเป้]]></category>
		<category><![CDATA[นิสสัน]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถสปอร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[สกายไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[สมรรถนะ]]></category>
		<category><![CDATA[เกียร์อัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[เจนเนอเรชันที่6]]></category>
		<category><![CDATA[แฟร์เลดี้]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลเชนจ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=63</guid>
		<description><![CDATA[รหัสแห่งความสปอร์ต Z ของนิสสันกลับมาเป็นหัวข้อสนทนาของบรรดาแฟนๆ ที่ชื่นชอบความแรงกันอีกครั้ง เมื่อผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นเผยโฉมแรกของโมเดลเชนจ์ หรือเจนเนอเรชันใหม่ของรถสปอร์ตรหัส Z โดยมาพร้อมกับรหัสใหม่ 370Z ที่เติมความเร้าใจด้วยการขยายความจุของเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการขับเคลื่อน ชื่อของ Z เป็นที่รู้จักของบรรดาคนที่ชื่นชอบรถสปอร์ตทั่วโลกมานับตั้งแต่เปิดตัวเจนเนอเรชันแรกออกมาในปี 1969 กับรหัส S30 ที่ใช้ชื่อในการทำตลาดว่า 240Z หรือแฟร์เลดี้ แซดสำหรับตลาดญี่ปุ่น โดยรถสปอร์ตรุ่นนี้นิสสันนำออกเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเป็นแห่งแรก พร้อมรูปทรงสปอร์ต GT และถือเป็นคู่ปรับร่วมยุคกับโตโยต้า 2000GT Z-Car ของนิสสันสร้างความตื่นตาตื่นใจในตลาดรถสปอร์ตทั่วโลกเป็นระยะเวลากว่า 30 ปีกับ 4 เจนเนอเรชัน ก่อนที่นิสสันจะยุติบทบาทของสปอร์ตรุ่นนี้ในปี 1996 หลังจากที่ตัวเองประสบปัญหาทางด้านการเงิน และหันไปสนใจกับการเจาะตลาดเอสยูวีที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องแทน และนั่นทำให้การทำตลาดของ Z-Car ต้องขาดตอนลงและในตอนแรกลูกค้าส่วนใหญ่คาดคิดว่า Z32 หรือรุ่นที่ 4 น่าจะเป็นบทสุดท้ายในการเดินทางของรถสปอร์ตรุ่นนี้ อย่างไรก็ตาม หลังการเข้ามาช่วยเหลือของเรโนลต์แห่งฝรั่งเศสและซื้อหุ้น 44.4% ของนิสสันเข้ามาครอบครอง พร้อมกับส่งผู้บริหารมือดีอย่างคาร์ลอส กอส์นเข้ามาดูแลและจัดการบริษัทเพื่อพลิกสถานการณ์ให้กลับมาสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความหวังของชาว Z-Car ก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง เมื่อนิสสันนำต้นแบบรุ่นใหม่ที่ชื่อว่า 240Z ออกเปิดตัวในดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img123.imageshack.us/img123/2348/nissan370z1ne2.jpg" alt="" /></p>
<p>     รหัสแห่งความสปอร์ต Z ของนิสสันกลับมาเป็นหัวข้อสนทนาของบรรดาแฟนๆ ที่ชื่นชอบความแรงกันอีกครั้ง เมื่อผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นเผยโฉมแรกของโมเดลเชนจ์ หรือเจนเนอเรชันใหม่ของรถสปอร์ตรหัส Z โดยมาพร้อมกับรหัสใหม่ 370Z ที่เติมความเร้าใจด้วยการขยายความจุของเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการขับเคลื่อน</p>
<p>       ชื่อของ Z เป็นที่รู้จักของบรรดาคนที่ชื่นชอบรถสปอร์ตทั่วโลกมานับตั้งแต่เปิดตัวเจนเนอเรชันแรกออกมาในปี 1969 กับรหัส S30 ที่ใช้ชื่อในการทำตลาดว่า 240Z หรือแฟร์เลดี้ แซดสำหรับตลาดญี่ปุ่น โดยรถสปอร์ตรุ่นนี้นิสสันนำออกเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเป็นแห่งแรก พร้อมรูปทรงสปอร์ต GT และถือเป็นคู่ปรับร่วมยุคกับโตโยต้า 2000GT</p>
<p>       Z-Car ของนิสสันสร้างความตื่นตาตื่นใจในตลาดรถสปอร์ตทั่วโลกเป็นระยะเวลากว่า 30 ปีกับ 4 เจนเนอเรชัน ก่อนที่นิสสันจะยุติบทบาทของสปอร์ตรุ่นนี้ในปี 1996 หลังจากที่ตัวเองประสบปัญหาทางด้านการเงิน และหันไปสนใจกับการเจาะตลาดเอสยูวีที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องแทน และนั่นทำให้การทำตลาดของ Z-Car ต้องขาดตอนลงและในตอนแรกลูกค้าส่วนใหญ่คาดคิดว่า Z32 หรือรุ่นที่ 4 น่าจะเป็นบทสุดท้ายในการเดินทางของรถสปอร์ตรุ่นนี้</p>
<p><img src="http://img211.imageshack.us/img211/306/nissan370z2wk5.jpg" alt="" /></p>
<p>       อย่างไรก็ตาม หลังการเข้ามาช่วยเหลือของเรโนลต์แห่งฝรั่งเศสและซื้อหุ้น 44.4% ของนิสสันเข้ามาครอบครอง พร้อมกับส่งผู้บริหารมือดีอย่างคาร์ลอส กอส์นเข้ามาดูแลและจัดการบริษัทเพื่อพลิกสถานการณ์ให้กลับมาสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความหวังของชาว Z-Car ก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง เมื่อนิสสันนำต้นแบบรุ่นใหม่ที่ชื่อว่า 240Z ออกเปิดตัวในดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ปี 1999 ซึ่งต้นแบบรุ่นนี้ถือเป็นบันไดขั้นแรกที่นำไปสู่การปัดฝุ่นนำชื่อ Z-Car กลับมาอีกครั้งในปี 2002 กับเจนเนอเนชันที่ 5 ซึ่งมีรหัสตัวถังว่า Z33</p>
<p>       Z33 สามารถสร้างชื่อให้กับนิสสันในตลาดรถสปอร์ตอย่างมาก และเป็นรถสปอร์ตที่ได้รับการยอมรับถึงสมรรถนะเช่นเดียวกับความสะดวกสบายในการขับสมกับเป็นรถสปอร์ตที่สามารถใช้งานได้ทุกวัน แถมยังมีราคาที่ไม่แพงจนเกินไป เพียง 26,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 858,000 บาทนั้นเอง</p>
<p>      สำหรับรุ่นใหม่แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรหัสตัวถัง แต่เชื่อว่าคงจะนับต่อเนื่องไปจากรุ่นที่แล้วเป็น Z34 และเป็นเจนเนอเรชันที่ 6 ของรถสปอร์จ Z-Car โดยจะมีการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในแอลเอ มอเตอร์โชว์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 21-30 พฤศจิกายนนี้</p>
<p><img src="http://img211.imageshack.us/img211/5909/nissan370z3sl1.jpg" alt="" /></p>
<p>     รุ่นแรกที่เปิดตัวเป็นสปอร์ตคูเป้หลังคาแข็ง แต่เชื่อว่ารุ่นเปิดประทุนจะมีขายตามมาอย่างแน่นอน และน่าจะเป็นแบบหลังคาอ่อนพับได้เหมือนกับรุ่นที่แล้ว มากกว่าที่จะเป็นหลังคาแข็งแบบพับได้ ขณะที่รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะดูแล้วเหมือนกับรุ่นที่แล้ว แต่นิสสันยืนยันว่าทุกรายละเอียดทั้งภายนอกและภายในได้รับการออกแบบใหม่หมด แต่ยังใช้พื้นตัวถังรหัส FM ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ซึ่งพื้นตัวถังรุ่นนี้นอกจาก 370Z แล้ว ยังมีการนำไปใช้กับรถยนต์ขนาดกลางของนิสสันอย่างรุ่นสกายไลน์ หรือใช้ชื่ออินฟินิตี้ G-Series สำหรับขายในตลาดโลกและสหรัฐอเมริกา</p>
<p>       นอกจากพื้นตัวถังแล้ว นิสสันยังใช้เครื่องยนต์วี6 เหมือนเดิม แต่ขยายขุมพลังในการขับเคลื่อนของ Z-Car ใหม่รุ่นนี้ จากความจุ 3,500 ซีซีมาเป็นขุมพลังใหม่ในรหัส VQ37VHR ที่ใช้อยู่ใน G37 ของอินฟินิตี้ และนิสสัน สกายไลน์ มีความจุกระบอกสูบ 3,700 ซีซี พร้อมระบบวาล์วแปรผันรุ่นไหม่ที่เรียกว่า VVEL หรือ Variable Valve Event and Lift</p>
<p>      ในเรื่องสมรรถนะไม่มีการเปิดเผย แต่คาดว่าน่าจะใกล้เคียงกับสเปกที่ใช้อยู่ในรถยนต์นั่ง ซึ่งมีกำลังอยู่ที่ 333 แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 37.0 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบต่อนาที และใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ส่วนระบบส่งกำลังมีทั้งแบบธรรมดา 6 จังหวะและอัตโนมัติที่ยังไม่เปิดเผยจำนวนจังหวะ แต่อาจจะเป็นรุ่น 7 จังหวะก็ได้ เพราะเกียร์อัตโนมัติชุดนี้มีใช้อยู่แล้วในเอสยูวีของอินฟินิตี้รุ่น EX37 ซึ่งใช้พื้นตัวถังรุ่น FM เหมือนกัน</p>
<p><img src="http://img361.imageshack.us/img361/1495/nissan370z4gc2.jpg" alt="" /></p>
<p>      การเริ่มทำตลาดของ 370Z จะมีขึ้นต้นปีหน้า และนิสสันส่งขายทั่วโลกเช่นเคย แต่ก่อนที่จะได้สัมผัสกับคันจริง นิสสันนำ 370Z มาให้บรรดาคอเกมได้เลือกขับกันก่อนใคร เพราะว่านิสสันร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง EA หรือ Electronic Arts ซึ่งเป็นผู้ผลิตเกมชื่อดังในการนำรถสปอร์ตรุ่นนี้มาบรรจุในเกม NFS หรือ Need For Speed เวอร์ชันใหม่ที่เรียกว่า Undercover ซึ่งจะวางแผงขายในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ หรือเพียง 1 วันก่อนที่ 370Z จะเปิดตัวในรอบสื่อมวลชนของงานที่แอลเอ</p>
<p>    ใครที่อยากรู้ว่ารถจะเป็นอย่างไรก็ลองซื้อเกมมาทดลองขับก่อนก็ได้ หากไม่ชอบจะได้ไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ เพียงแค่ไม่กี่สิบเหรียญสหรัฐฯ สำหรับค่าเกมเท่านั้น</p>
<p>ข้อมูลจาก <a href="http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9510000131263">ผู้จัดการ Online</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/14/12/2008/nissan-370z-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

