<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>iCar Free Online Magazine &#187; ขับเคลื่อน 4 ล้อ</title>
	<atom:link href="http://www.icarmagazine.com/tag/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99-4-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.icarmagazine.com</link>
	<description>Free Car Magazine Online - นิตยสาร รถยนต์ ออนไลน์ ฟรี! ที่รวบรวมข้อมูลเรื่อง ยานยนต์ และ สาระอื่นๆที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไว้อย่างหลากหลาย</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Dec 2011 17:12:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Porsche 911 Carrera 4 GTS)</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/16/07/2011/%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88-911-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2-4-%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/16/07/2011/%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88-911-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2-4-%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 16 Jul 2011 14:30:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Supercar & Exotic]]></category>
		<category><![CDATA[408 แรงม้า]]></category>
		<category><![CDATA[911]]></category>
		<category><![CDATA[Carrera 4]]></category>
		<category><![CDATA[GTS]]></category>
		<category><![CDATA[PDK]]></category>
		<category><![CDATA[Porsche]]></category>
		<category><![CDATA[ขับเคลื่อน 4 ล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์เรร่า 4]]></category>
		<category><![CDATA[คูเป้]]></category>
		<category><![CDATA[จีทีเอส]]></category>
		<category><![CDATA[ปอร์เช่]]></category>
		<category><![CDATA[ลิมิเต็ด สลิป]]></category>
		<category><![CDATA[สปอยเลอร์]]></category>
		<category><![CDATA[สปอร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[สเกิร์ตด้านข้าง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดประทุน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=291</guid>
		<description><![CDATA[สตุ้ดการ์ด. ปอร์เช่ เอจี ขยายรุ่นชั้นนำของคาร์เรร่าเพิ่มเติมและนำการขับเคลื่อน 4 ล้อมาใส่ไว้ใน 911 คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (911 Carrera 4 GTS) ใหม่ทั้ง 2 รุ่น ทั้งในรุ่นคูเป้และรุ่นเปิดประทุน โดยเป็นการรวบรวมไว้ซึ่งเครื่องยนต์ที่มี ขุมพลังสูงถึง 408 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) เข้าไว้กับการขับเคลื่อน 4 ล้อของระบบการควบคุมการทรงตัวและการเกาะถนนของรถปอร์เช่ (Porsche Traction Management &#8211; PTM) เพื่อการขับเคลื่อนที่คล่องตัว และความประหยัดของรถคันนี้ยังเป็นที่ดึงดูดใจอย่างมาก ซึ่งเป็นผลมาจากแนวคิดประสิทธิภาพการทำงานอย่างอัจฉริยะของปอร์เช่ (Porsche Intelligent Performance) ที่ทำให้รถยนต์ 911 ขับเคลื่อน 4 ล้อคันนี้มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่มากไปกว่ารุ่นคาร์เรร่า 4 เอส (Carrera 4S) ในรุ่นคูเป้จะมีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่แค่ 11.0 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และในรุ่นเปิดประทุนอยู่ที่ 11.2 ลิตรต่อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/911-Carrera-4-GTS-1.jpg" alt="" /></p>
<p>สตุ้ดการ์ด. ปอร์เช่ เอจี ขยายรุ่นชั้นนำของคาร์เรร่าเพิ่มเติมและนำการขับเคลื่อน 4 ล้อมาใส่ไว้ใน 911 คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (911 Carrera 4 GTS) ใหม่ทั้ง 2 รุ่น ทั้งในรุ่นคูเป้และรุ่นเปิดประทุน โดยเป็นการรวบรวมไว้ซึ่งเครื่องยนต์ที่มี ขุมพลังสูงถึง 408 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) เข้าไว้กับการขับเคลื่อน 4 ล้อของระบบการควบคุมการทรงตัวและการเกาะถนนของรถปอร์เช่ (Porsche Traction Management &#8211; PTM) เพื่อการขับเคลื่อนที่คล่องตัว และความประหยัดของรถคันนี้ยังเป็นที่ดึงดูดใจอย่างมาก ซึ่งเป็นผลมาจากแนวคิดประสิทธิภาพการทำงานอย่างอัจฉริยะของปอร์เช่ (Porsche Intelligent Performance) ที่ทำให้รถยนต์ 911 ขับเคลื่อน 4 ล้อคันนี้มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่มากไปกว่ารุ่นคาร์เรร่า 4 เอส (Carrera 4S) ในรุ่นคูเป้จะมีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่แค่ 11.0 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และในรุ่นเปิดประทุนอยู่ที่ 11.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรเท่านั้น (ตามรูปแบบการขับขี่แบบ NEDC) ทั้ง 2 รุ่นนี้จะเต็มไปด้วยแพ็คเกจอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ที่เพรียบพร้อมมากขึ้นหากเปรียบเทียบกับรุ่นคาร์เรร่า 4 เอส (Carrera 4S)</p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/911-Carrera-4-GTS-2.jpg" alt="" /></p>
<p>เครื่องยนต์ในรุ่น 911 คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (911 Carrera 4 GTS) คันนี้ผลิตจากพื้นฐานเครื่องยนต์ที่ใช้ในรุ่นคาร์เรร่า เอส (Carrera S) ขนาด 3.8 ลิตร 6 สูบ และได้ทำการปรับปรุงท่อไอดี จึงทำให้เกิดขุมพลังเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นถึง 23 แรงม้า (17 กิโลวัตต์) ทำให้รถยนต์รุ่นนี้สามารถขับขุมพลังเครื่องยนต์ออกมาสูงสุดถึง 408 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) ที่ 7,300 รอบต่อนาทีเลยทีเดียว ระบบพิเศษที่ได้เพิ่มเติมเข้าไปนั้นไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มขุมพลังที่ขับออกมาเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์และพัฒนาขุมพลังเครื่องยนต์ให้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน แรงบิดที่เกิดขึ้นในเครื่องยนต์ระหว่างความเร็วรอบต่ำถึงปานกลางที่มากขึ้น นั่นคือ 320 นิวตันเมตรที่รอบเครื่องยนต์ที่ต่ำถึง 1,500 รอบต่อนาที โดยรวมแล้วเครื่องยนต์ 6 สูบเครื่องนี้จะส่งผ่านกำลังแรงบิดที่ 420 นิวตันเมตรที่ความเร็วของเครื่องยนต์ระหว่าง 4,200 – 5,600 รอบต่อนาที และระบบท่อไอเสียแบบสปอร์ต (Sports exhaust system) ได้รับการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อทำให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสกับเสียงเครื่องยนต์แบบสปอร์ตอย่างเต็มพิกัด อีกทั้งเสียงของคาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) คันนี้ยังมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์และน่าประทับใจ เมื่อมองจากทางด้านหลังจะพบท่อไอเสียสีดำที่เพิ่มความโดดเด่นเป็นอย่างมากอีกด้วย</p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/911-Carrera-4-GTS-3.jpg" alt="" /></p>
<p>คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) คันนี้ มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง (62 ไมล์/ชั่วโมง) เพียงแค่ 4.6 วินาทีและในรุ่นเปิดประทุนนั้นเวลาเพียงแค่ 4.8 วินาที สำหรับระบบส่งผ่านกำลังหรือระบบเกียร์มาตรฐานในรุ่น คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) จะมาในรูปแบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และหากต้องการระบบเกียร์อัจฉริยะแบบ<br />
อัตโนมัติ 7 จังหวะแบบคลัทช์คู่ของปอร์เช่ หรือ Porsche-Doppelkupplungsgetriebe (PDK) ยังสามารถเลือกติดตั้งได้เป็นอุปกรณ์เสริม และเมื่อติดตั้งระบบเกียร์ PDK จะส่งผลให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้เวลาน้อยลงอีก 0.2 วินาทีเลยทีเดียว</p>
<p>สำหรับระบบการควบคุมการทรงตัวและการเกาะถนนของปอร์เช่หรือ PTM แบบขับเคลื่อน 4 ล้อในคาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) ในรถคันนี้ ส่งผลให้เกิดความสุนทรีย์ในการขับขี่ตามรูปแบบของปอร์เช่ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการรักษาเสถียรภาพของรถที่เพิ่มขึ้น การเกาะถนนและการทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยม ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้มาจากการทำงานของระบบ PTM ที่ทำการควบคุมในส่วนของการส่งถ่ายกำลังแรงบิดของเครื่องยนต์ไปสู่ล้อคู่หน้าหรือหลังตามความเหมาะสม ด้วยชุดคลัทช์แบบแผ่นซ้อนกันหลายแผ่น (Multiple-plate clutch) ไม่เพียงเท่านั้นคาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) คันนี้ยังใช้ระบบเฟืองท้ายแบบป้องกันล้อหมุนฟรีหรือ ระบบลิมิเต็ด สลิป ดิฟเฟอเรนเชียล (Limited Slip Differential) เพื่อความคล่องตัวในการขับขี่อีกด้วย </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/911-Carrera-4-GTS-4.jpg" alt="" /></p>
<p>หากมองจากสายตาแล้ว ท่านจะได้พบกับความแตกต่างของคาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) ที่มาพร้อมกับการขับเคลื่อน 4 ล้อกับรุ่นก่อนหน้านี้ที่ออกมาในรูปแบบขับเคลื่อนล้อหลังอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นชื่อของรุ่นที่สลักอยู่บนประตูและฝากระโปรงหลัง รวมไปถึงเส้นสายของไฟท้ายด้านหลังที่เพิ่มความเด่นชัดในรูปแบบความเป็นรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้ออีกด้วย คาร์เรร่า จีทีเอส (Carrera GTS) จะมีโครงสร้างและรูปร่างที่กว้างตามรูปแบบความเป็น 911 พร้อมด้วยขนาดความกว้างของเพลาหลังตามแบบ 911 ที่ขับเคลื่อน 4 ล้อทุกประการ ไม่เพียงเท่านั้นรายละเอียดต่างๆของรูปลักษณ์ภายนอกของ 4 จีทีเอส (4 GTS) คันนี้ยังแตกต่างจากรุ่นคาร์เรร่าอื่นๆ ด้วยเช่นกัน อาทิเช่น ล้อที่ได้รับการติดตั้งมานั้นจะมาในรูปแบบล้อ 19 นิ้ว ลาย RS Spyder สีดำและขนาดยาง 305/30 ZR 19 ทางล้อคู่หลัง </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/911-Carrera-4-GTS-5.jpg" alt="" /></p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้นรถรุ่นใหม่คันนี้ยังติดตั้งกระจังหน้าแบบสปอร์ต ดีไซน์ (Sport-Design) พร้อมด้วยลิ้นสปอยเลอร์สีดำ อีกทั้งยังติดตั้งสเกิร์ตด้านข้างสีดำมาอีกด้วย เบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารนั้นมาในรูปแบบสปอร์ต เพื่อเพิ่มเติมความเป็นจีทีเอส (GTS) และด้วยภายในห้องโดยสารนั้นจะประดับด้วยหนัง Alcantara สีดำ อาทิเช่น แผงตรงกลางคอนโซล ขอบพวงมาลัย ด้ามเบรคมือ คันเกียร์ ที่เปิดประตูและฝาที่เก็บของตรงประตู ต่างได้รับการติดตั้งมาเป็นมาตรฐานให้กับรถ ซึ่งคาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) ทั้งสองรุ่นจะพร้อมออกขายในประเทศเยอรมนีตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2011 นี้เป็นต้นไป </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/16/07/2011/%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88-911-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2-4-%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไฮลักซ์ วีโก้ VN Turbo ในรุ่นพรีรันเนอร์ และ รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/12/09/2009/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-vn-turbo-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/12/09/2009/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-vn-turbo-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Sep 2009 09:38:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[144 แรงม้า]]></category>
		<category><![CDATA[Top Platform]]></category>
		<category><![CDATA[VN Turbo]]></category>
		<category><![CDATA[ขับเคลื่อน 4 ล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[คอมมอนเรล]]></category>
		<category><![CDATA[ดับเบิ้ลแค็บ]]></category>
		<category><![CDATA[พรีรันเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[มัลติรีเฟลกเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[รถกระบะ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ท แค็บ]]></category>
		<category><![CDATA[อินเตอร์คูลเลอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์ดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[เทอร์โบแปรผัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไดเรคอินเจคชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮลักซ์ วีโก้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=167</guid>
		<description><![CDATA[ไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VN Turbo ใหม่ แรงจัดประหยัดกว่า สู่อีกขั้นแห่งเทคโนโลยีคอมมอนเรล - เครื่องยนต์ 2KD VN Turbo 2500 ซีซี ดีเซลคอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที เพิ่มขึ้น 20% จากรุ่น 2.5 I/C (106 กิโลวัตต์ ที่ 3,400 รอบ/นาที) แรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที เพิ่มขึ้น 6% จากรุ่น 2.5 I/C ผ่านมาตรฐานมลพิษจากไอเสียรถยนต์ ยูโร สเต็ป 3 - [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/ไฮลักซ์-วีโก้-VN-Turbo-1.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VN Turbo ใหม่ แรงจัดประหยัดกว่า สู่อีกขั้นแห่งเทคโนโลยีคอมมอนเรล</strong></p>
<p>- เครื่องยนต์ 2KD VN Turbo 2500 ซีซี ดีเซลคอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์</p>
<p>แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที  เพิ่มขึ้น 20% จากรุ่น 2.5 I/C<br />
  (106  กิโลวัตต์ ที่ 3,400 รอบ/นาที)<br />
 แรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที เพิ่มขึ้น  6% จากรุ่น 2.5 I/C<br />
 ผ่านมาตรฐานมลพิษจากไอเสียรถยนต์ ยูโร สเต็ป 3</p>
<p>- ระบบเทอร์โบแปรผัน (Variable Nozzle Turbo) ด้วยการทำงานของครีบที่สามารถปรับเปลี่ยนองศาการเปิด/ปิดได้ ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ ECU 32 บิท ช่วยให้กังหันลมของเทอร์โบชาร์จเจอร์สามารถปั๊มอากาศส่งไปยังเครื่องยนต์ได้ตลอดเวลา ส่งผลให้เครื่องยนต์มีกำลังแรงขึ้น ทั้งในรอบต่ำ และรอบสูง เพื่อตอบสนองกับสภาพการใช้งานจริง<br />
- ปั๊มจ่ายน้ำมันแรงดันสูง (Higher Pressure Supply Pump) จ่ายน้ำมันด้วยแรงดันสูง ฉีดน้ำมันเป็นละอองฝอยละเอียด ช่วยให้การเผาไหม้น้ำมันได้อย่างหมดจดและประหยัดน้ำมัน<br />
- ระบบอินเตอร์คูลเลอร์ (I/C) ช่วยลดอุณหภูมิของอากาศที่ส่งมาจากเทอร์โบชาร์จเจอร์ให้ต่ำลง ก่อนจะถูกส่งไปยังห้องเผาไหม้ ทำให้มวลอากาศมีความความหนาแน่นมากขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณอากาศและออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เครื่องยนต์มีกำลังแรงจัดยิ่งกว่าเดิม และมีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มมากขึ้นด้วย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/ไฮลักซ์-วีโก้-VN-Turbo-2.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>สมรรถนะการขับขี่และการทรงตัวที่เหนือชั้น ด้วยระบบช่วงล่างแบบ Top Platform</strong></p>
<p>- ระบบช่วงล่าง TOP Platform… โครงสร้างเฟรมชิ้นเดียวยาวตลอดคันไร้รอยต่อ มีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อแรงดึง และการบิดตัวสูง ให้การยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่ดีขณะขับขี่<br />
- ระบบกันสะเทือนด้านหน้า แบบอิสระปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบนและคอยล์สปริง รองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ดี และมีความนุ่มนวลในการขับขี่<br />
- ระบบกันสะเทือนหลัง แบบแหนบซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการบรรทุก</p>
<p><strong>รูปลักษณ์ โดดเด่นทั้งภายในและภายนอก</strong><br />
<strong><br />
ไฮลักซ์ วีโก้ สมาร์ท แค็บ&#8230;เทคโนโลยีเพื่อขีดสุดแห่งความสะดวกสบาย </strong><br />
รถกระบะอัจฉริยะ ออกแบบโดยวิศวกรคนไทย เพื่อตอบสนองการใช้งานของคนไทย เปิดชีวิตตอบรับทุกการใช้งาน ตอบสนองอรรถประโยชน์สูงสุด พร้อมบานเปิด สะดวกสบายทุกการเข้าออก พื้นที่กว้างขวางสำหรับการบรรทุกสิ่งของ<br />
• สะดวกสบายทุกการเข้าออกและการใช้งานด้วยประตูและบานเปิด Smart Cab ที่เปิดกว้างได้มากถึง 92 องศา เพิ่มความกว้างของทางเข้า-ออกห้องโดยสารอีก 51 เซนติเมตร เสริมด้วยเทคโนโลยีระบบล็อค 2 ชั้น เพิ่มอรรถประโยชน์ของการใช้งาน ปลอดภัยด้วยระบบป้องกันการหนีบขณะปิด พร้อมสัญญาณเตือนเมื่อบานเปิดปิดไม่สนิท พื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารกว้างขวาง<br />
• รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว ด้วยกระจังหน้าเสริมโครเมียม ดีไซน์สปอร์ตระดับหรู พร้อมกันชนหน้าแบบชิ้นเดียว สีเดียวกับตัวรถ และสัญลักษณ์พิเศษ VN Turbo<br />
• โคมไฟคู่หน้า แบบฮาโลเจน มัลติรีเฟลกเตอร์ ส่องสว่าง ชัดเจน<br />
• ไฟตัดหมอกหน้า แบบ Built-in ทรงกลมสไตล์สปอร์ต เพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ (ในรุ่นพรีรันเนอร์)<br />
• ล้ออัลลอยดีไซน์เฉียบและยางขนาดใหญ่ 255/70 R15C</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/ไฮลักซ์-วีโก้-VN-Turbo-3.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ไฮลักซ์ วีโก้ ดับเบิ้ลแค็บ&#8230;เทคโนโลยีเพื่อขีดสุดแห่งความปลอดภัย</strong><br />
กระบะเหนือระดับรายแรกของประเทศไทย ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีแห่งความปลอดภัย มั่นใจทุกการขับขี่ พร้อมเทคโนโลยี ล้ำสมัยเทียบเท่ารถยนต์นั่ง<br />
• รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว ด้วยกระจังหน้าเสริมโครเมียม ดีไซน์สปอร์ตระดับหรู พร้อมกันชนหน้าแบบชิ้นเดียว สีเดียวกับตัวรถ และสัญลักษณ์พิเศษ VN Turbo<br />
• โคมไฟคู่หน้า แบบฮาโลเจน มัลติรีเฟลกเตอร์ ส่องสว่าง ชัดเจน<br />
• ไฟตัดหมอกหน้า แบบ Built-in ทรงกลมสไตล์สปอร์ต เพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ (ในรุ่นพรีรันเนอร์)<br />
• ล้ออัลลอยดีไซน์เฉียบและยางขนาดใหญ่  265/65 R17 </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/ไฮลักซ์-วีโก้-VN-Turbo-4.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก</strong><br />
- ห้องโดยสารภายใน โทนสีครีมแบบ Sand-Beige สะท้อนความหรูหรา นุ่มนวล ดูสบายตา<br />
- แผงหน้าปัดและมาตรวัดระยะทาง แบบดิจิตอล อ่านง่าย ชัดเจน<br />
- พื้นที่ช่องเก็บของอเนกประสงค์ มากประโยชน์ใช้สอยทุกตารางนิ้ว  ตรงคอนโซลกลาง – ช่องเก็บของด้านบนและล่าง – ข้างแผงประตูและแค็บ – ที่วางแก้วน้ำ ตรงคอนโซลหน้าและด้านหลัง<br />
- ชุดเครื่องเสียง แบบ 4 ลำโพง 2 Din 1CD รองรับ MP3 และ WMA<br />
- กระจกหน้าต่างไฟฟ้า ปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ พร้อมระบบ Jam-Protection ด้านคนขับ<br />
- กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน ช่วยเหลือในการมอง มีวิสัยทัศน์ชัดเจนยิ่งขึ้น<br />
- กระจกมองข้างแบบปรับอัตโนมัติ&#8230;(Electrical Retraction) ปรับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า<br />
- ระบบปรับอากาศ พร้อมสวิตช์ควบคุมแบบหมุน<br />
- ไฟส่องแผนที่ พร้อมที่เก็บแว่นกันแดด สะดวกสบายต่อการหยิบใช้<br />
- กุญแจรีโมท พร้อมระบบหน่วงการโจรกรรม TDS (Theft Deterrent System)</p>
<p><strong>ปลอดภัย มั่นใจ ในทุกการขับขี่ </strong><br />
- ดิสก์เบรกหน้า พร้อมครีบระบายความร้อน / ดรัมเบรกหลังพร้อมวาล์วปรับแรงดันน้ำมันเบรกอัตโนมัติ LTS and Super LSPV<br />
- ระบบเบรก ABS (Anti-lock Braking System) ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรกโดยอัตโนมัติ จากการตรวจจับของเซ็นเซอร์จากล้อทั้ง 4 ล้อ ซึ่งควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางและหักหลบสิ่งกีดขวางได้ในขณะเบรก (ในรุ่นพรีรันเนอร์ 2.5E ABS)<br />
- โครงสร้างนิรภัย GOA พร้อมคานประตูใหญ่ขึ้น และหนากว่าเดิม คานกันกระแทกด้านข้าง &#8211; พวงมาลัยแบบยุบตัวได้– เข็มขัด ELR 3 จุด ปรับระดับสูงต่ำได้ &#8211; แป้นเหยียบเบรกแบบยุบตัวได้ – ไฟเบรกดวงที่สาม – แผงไล่ฝ้ากระจกหลัง – กระจกกระบังลมหน้าแบบอัดซ้อนนิรภัยพร้อมแถบกรองแสง &#8211; วาล์วตัดน้ำมันอัตโนมัติ &#8211; โครงเสาหลังคา และหลังคารถด้านในได้รับการออกแบบให้มีความอ่อนนุ่มเป็นพิเศษ ช่วยผ่อนแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ลดการบาดเจ็บรุนแรง บริเวณศีรษะของผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/ไฮลักซ์-วีโก้-VN-Turbo-5.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ไฮลักซ์ วีโก้ สมาร์ทแค็บ รุ่น 2.5 J-Plus พวงมาลัยเพาเวอร์ ใหม่</strong></p>
<p><strong>ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ เพิ่มประโยชน์ใช้สอย ในราคาที่คุ้มค่า</strong><br />
- เพิ่มความสะดวกสบายทุกการเข้าออกและการใช้งานด้วยประตูและบานเปิด Smart Cab ที่เปิดกว้างได้มากถึง 92 องศา เพิ่มความกว้างของทางเข้า-ออกห้องโดยสารอีก 51 เซนติเมตร เสริมด้วยเทคโนโลยีระบบล็อค 2 ชั้น เพิ่มอรรถประโยชน์ของการใช้งาน ปลอดภัยด้วยระบบป้องกันการหนีบขณะปิด พร้อมสัญญาณเตือนเมื่อบานเปิดปิดไม่สนิท พื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารกว้างขวาง </p>
<p>- เพิ่มกระจกมองข้างแบบปรับอัตโนมัติ&#8230;(Electrical Retraction) ปรับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า<br />
- เพิ่มกระจกหน้าต่างไฟฟ้า ปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ พร้อมระบบ Jam-Protection ด้านคนขับ<br />
- เสริมชุดโครเมียม เพิ่มความหรูหรา มีสไตล์  กระจังหน้า – กระจกมองข้างแบบปรับอัตโนมัติ – มือเปิดประตูแบบ Grip Type – มือเปิดกระบะท้าย<br />
- เพิ่มช่องเก็บของตรงคอนโซลกลางแบบมีฝาปิด สำหรับเก็บสิ่งของและสัมภาะต่างๆ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/ไฮลักซ์-วีโก้-VN-Turbo-6.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>เปี่ยมด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ให้ทั้งพลัง และประหยัดน้ำมัน</strong><br />
- เครื่องยนต์ 2KD-FTV 2500 ซีซี ดีเซลคอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น 16 วาล์ว เทอร์โบ</p>
<p>แรงม้าสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที<br />
  (75  กิโลวัตต์ ที่ 3,600 รอบ/นาที)<br />
 แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร ที่ 1,400 – 3,400 รอบ/นาที </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/12/09/2009/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-vn-turbo-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Lamborghini Gallardo LP560-4 Coupe และ Spyder</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/09/03/2009/lamborghini-gallardo-lp560-4-coupe-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-spyder/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/09/03/2009/lamborghini-gallardo-lp560-4-coupe-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-spyder/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Mar 2009 11:09:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Supercar & Exotic]]></category>
		<category><![CDATA[560 แรงม้า]]></category>
		<category><![CDATA[6-speed]]></category>
		<category><![CDATA[all-wheel drive]]></category>
		<category><![CDATA[automated manual]]></category>
		<category><![CDATA[carbon-ceramic]]></category>
		<category><![CDATA[Coupe]]></category>
		<category><![CDATA[Gallardo]]></category>
		<category><![CDATA[Lamborghini]]></category>
		<category><![CDATA[LP560-4]]></category>
		<category><![CDATA[Spyder]]></category>
		<category><![CDATA[ขับเคลื่อน 4 ล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์คาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ลัมบอร์กินี]]></category>
		<category><![CDATA[วงการยานยนต์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดประทุน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=104</guid>
		<description><![CDATA[ลัมบอร์กินี เป็นอีกค่ายหนึ่งที่ยืนหยัดผลิต รถซูเปอร์คาร์ ออกมาจำหน่ายเอาใจบรรดาเศรษฐีกระเป๋าหนักจากทั่วโลก มาเป็นเวลายาวนาน จนแทบจะเรียกได้ว่า ลัมบอร์กินี คืออีกหนึ่งตำนานของวงการยานยนต์โลก ล่าสุดทาง ลัมบอร์กินี ส่ง Gallardo LP560-4 เปิดประทุน หลังจากปล่อยตัว คูเป้ มาทำตลาดเมื่อต้นปี 2008 โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่ตลาดสหรัฐอเมริกา ตัวเลข 560 คือตัวเลขจำนวนแรงม้าที่รถรุ่นนี้มี และ 4 คือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่ง Gallardo ก็ขับเคลื่อน 4 ล้อทุกรุ่นอยู่แล้ว และเป็นแบบ all-wheel drive หรือ ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา สำหรับตัว เปิดประทุน นั้นแตกต่างจากตัว คูเป้ ในส่วนของ ลายล้อแม็ก หลังคา ซึ่งเป็นหลังคาแบบอ่อน พับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า และ ระบบป้องกันศีรษะเวลาที่ตัวรถพลิกคว่ำเท่านั้น ที่เหลือนั้นแทบแยกไม่ออก ในส่วนของ เครื่องยนต์ ของ Gallardo [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img4.imageshack.us/img4/2127/lamborghinigallardospyd.jpg" alt="" /></p>
<p>ลัมบอร์กินี เป็นอีกค่ายหนึ่งที่ยืนหยัดผลิต รถซูเปอร์คาร์ ออกมาจำหน่ายเอาใจบรรดาเศรษฐีกระเป๋าหนักจากทั่วโลก มาเป็นเวลายาวนาน จนแทบจะเรียกได้ว่า ลัมบอร์กินี คืออีกหนึ่งตำนานของวงการยานยนต์โลก ล่าสุดทาง ลัมบอร์กินี ส่ง Gallardo LP560-4 เปิดประทุน หลังจากปล่อยตัว คูเป้ มาทำตลาดเมื่อต้นปี 2008 โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่ตลาดสหรัฐอเมริกา</p>
<p><img src="http://img13.imageshack.us/img13/7055/lamborghinigallardolp56g.jpg" alt="" /></p>
<p>ตัวเลข 560 คือตัวเลขจำนวนแรงม้าที่รถรุ่นนี้มี และ 4 คือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่ง Gallardo ก็ขับเคลื่อน 4 ล้อทุกรุ่นอยู่แล้ว และเป็นแบบ all-wheel drive หรือ ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา สำหรับตัว เปิดประทุน นั้นแตกต่างจากตัว คูเป้ ในส่วนของ ลายล้อแม็ก หลังคา ซึ่งเป็นหลังคาแบบอ่อน พับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า และ ระบบป้องกันศีรษะเวลาที่ตัวรถพลิกคว่ำเท่านั้น ที่เหลือนั้นแทบแยกไม่ออก</p>
<p><img src="http://img21.imageshack.us/img21/8935/lamborghinigallardolp56w.jpg" alt="" /></p>
<p>ในส่วนของ เครื่องยนต์ ของ Gallardo นั้นใช้ เครื่องยนต์ วี 10 สูบ ผลิตจาก อลูมิเนียมอัลลอย ทั้งตัวเครื่องและฝาสูบ ใช้ระบบ ฉีดเชื้อเพลิงตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ความจุ 5204 ซีซี มีแรงม้าในรุ่นคูเป้ 552 แรงม้า ที่ 8000 รอบต่อนาที รุ่นเปิดประทุน 560 แรงม้าที่ 8000 รอบต่อนาที เช่นกัน แรงบิดมหาศาลที่ 398 ปอนด์ต่อฟุต ที่ 6500 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0 ถึง 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลา 3.2 วินาที ส่วนรุ่นเปิดประทุนทำเวลาได้ 3.7 วินาที และความเร็วสูงสุดเกิน 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งสองรุ่น</p>
<p><img src="http://img16.imageshack.us/img16/8445/lamborghinigallardolp56.jpg" alt="" /></p>
<p>ลัมบอร์กินี Gallardo ใช้เกียร์แบบ 6-speed automated manual ตัวนี้ผมแปลไม่ออกว่ามันทำงานยังไง แต่เข้าใจว่าเป็นเกียร์แบบ รถแข่ง F1 คือต้องเปลี่ยนเกียร์เอง แต่ไม่มีคลัทช์ และถ้าต้องการระบบเบรกแบบ carbon-ceramic ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ส่วนสปอยเลอร์ด้านท้ายรถ ต้องขับให้ความเร็วเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันถึงจะยืดขึ้นมานะครับ</p>
<p><img src="http://img13.imageshack.us/img13/8445/lamborghinigallardolp56.jpg" alt="" /></p>
<p>สำหรับราคาค่าตัวของ Gallardo LP560-4 ในสหรัฐอเมริกาคาดว่า รุ่นเปิดประทุนจะไม่ต่ำกว่า 220000 เหรียญแน่นอน ส่วนรุ่นคูเป้นั้นมีค่าตัวอยู่ที่ 202100 เหรียญ แต่ถ้าใครอยากได้เจ้า กระทิงอิตาเลี่ยนตัวงาม ตัวนี้ลองสอบถามราคากับผู้นำเข้าเองดีกว่าครับ</p>
<p><img src="http://img4.imageshack.us/img4/3130/lamborghinigallardolp56e.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/09/03/2009/lamborghini-gallardo-lp560-4-coupe-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-spyder/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

