<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>iCar Free Online Magazine &#187; เกียร์อัตโนมัติ</title>
	<atom:link href="http://www.icarmagazine.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.icarmagazine.com</link>
	<description>Free Car Magazine Online - นิตยสาร รถยนต์ ออนไลน์ ฟรี! ที่รวบรวมข้อมูลเรื่อง ยานยนต์ และ สาระอื่นๆที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไว้อย่างหลากหลาย</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Dec 2011 17:12:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร เหนือกว่าด้วยขุมพลังขับเคลื่อนใหม่</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/22/02/2010/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad-16-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/22/02/2010/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad-16-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Feb 2010 18:07:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[1.6 ลิตร]]></category>
		<category><![CDATA[ขับเคลื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ขุมพลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[ช็อคอัพแก๊ส]]></category>
		<category><![CDATA[ซับคอมแพกต์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีดาน]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[อาวีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[เกียร์อัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เชฟโรเลต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=198</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว อาวีโอ สู่สาธารณชนครั้งแรกในประเทศไทย ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี โดยเชฟโรเลต ไม่หยุดนิ่ง มีการพัฒนาเพิ่มรุ่นต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการให้แก่ลูกค้าอย่างหลากหลายมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด อาวีโอ รถรุ่นเล็กจากเชฟโรเลต กลับมาอีกครั้ง พร้อมด้วยขุมพลังขับเคลื่อนใหม่ใหญ่กว่าเดิม ขนาด 1.6 ลิตร ความจุกระบอกสูบ 1,598 ซีซี ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ที่ตอบโจทย์ในด้านความปราดเปรียว เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ใช้งานในเมืองมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ขุมพลังที่ใหญ่ขึ้น ช่วยให้อาวีโอสามารถใช้งานทางไกลได้สะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร จะทำให้ผู้ขับขี่ เชฟโรเลต อาวีโอ รถยนต์ซับคอมแพกต์ซีดาน ดีไซน์หรู ได้รับประสบการณ์ใหม่ ซึ่งมีทั้งความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว ขณะใช้งานในเมือง ให้ความประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น และยังได้รับความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งจากพวงมาลัยน้ำหนักเหมาะมือที่ตอบสนองตามสั่งได้อย่างรวดเร็ว และระบบช่วงล่างอันโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเชฟโรเลต ให้ความยึดเกาะ มีความปลอดภัยมาตรฐานระดับยุโรป จุดเด่นของเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/Chevrolet-AVEO-1.6-Liter-1.jpg" alt="" /></p>
<p>หลังจากบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว อาวีโอ สู่สาธารณชนครั้งแรกในประเทศไทย ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี โดยเชฟโรเลต ไม่หยุดนิ่ง มีการพัฒนาเพิ่มรุ่นต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการให้แก่ลูกค้าอย่างหลากหลายมาอย่างต่อเนื่อง </p>
<p>ล่าสุด อาวีโอ รถรุ่นเล็กจากเชฟโรเลต กลับมาอีกครั้ง พร้อมด้วยขุมพลังขับเคลื่อนใหม่ใหญ่กว่าเดิม ขนาด 1.6 ลิตร ความจุกระบอกสูบ 1,598 ซีซี ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ที่ตอบโจทย์ในด้านความปราดเปรียว เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ใช้งานในเมืองมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ขุมพลังที่ใหญ่ขึ้น ช่วยให้อาวีโอสามารถใช้งานทางไกลได้สะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย  </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/Chevrolet-AVEO-1.6-Liter-2.jpg" alt="" /></p>
<p>ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร จะทำให้ผู้ขับขี่ เชฟโรเลต อาวีโอ รถยนต์ซับคอมแพกต์ซีดาน ดีไซน์หรู ได้รับประสบการณ์ใหม่ ซึ่งมีทั้งความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว ขณะใช้งานในเมือง ให้ความประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น และยังได้รับความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งจากพวงมาลัยน้ำหนักเหมาะมือที่ตอบสนองตามสั่งได้อย่างรวดเร็ว และระบบช่วงล่างอันโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเชฟโรเลต ให้ความยึดเกาะ มีความปลอดภัยมาตรฐานระดับยุโรป</p>
<p>จุดเด่นของเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว หัวฉีดมัลติพอยท์ รหัส F16D3 ขนาด 1.6 ลิตร ขับเคลื่อนล้อหน้าที่เป็นหัวใจขับเคลื่อนของอาวีโอ ใหม่นี้ อยู่ที่แรงบิดสูงสุด 145 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ด้วยแรงบิดที่เพิ่มมากขึ้นอีก 15 นิวตันเมตร นี้ทำให้อาวีโอ มีสปีดต้นที่ดีขึ้น เพิ่มความคล่องตัว และขับสนุกมากขึ้นยามใช้งานในเมือง ขณะที่พละกำลังสูงสุด 102 แรงม้าที่ 5,800 รอบ/นาที ซึ่งมีกำลังมากขึ้นอีก 8 แรงม้า ทำให้อาวีโอ มีการสามารถตอบสนองการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น มีความมั่นใจในการใช้งานทางไกลอีกด้วย ขณะเดียวกัน อาวีโอ 1.6 ลิตร จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญเชื้อเพลิงดีขึ้น เนื่องจากกำลังเครื่องยนต์ ทั้งแรงม้าและแรงบิดที่สูงขึ้น ทำให้ลดการสูญเสียกำลังในการฉุดลากตัวรถ</p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/Chevrolet-AVEO-1.6-Liter-3.jpg" alt="" /></p>
<p>อาวีโอ ยังคงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของรถยนต์ เชฟโรเลต ทุกรุ่น ด้วยระบบช่วงล่างแบบ ยูโรไรด์ ซัสเพนชั่น ที่ให้ความยึดเกาะถนนและความปลอดภัยระดับมาตรฐานยุโรป ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สัน สตรัท คอยล์สปริง ช็อคอัพแก๊ส พร้อมเหล็กกันโคลง ขณะที่ด้านหลังเป็นแบบ ทอร์ชั่นบีม ยูโรปเปียนเฮลิคัล สปริง พร้อมช็อคอัพแก๊ส ซึ่งช่วงล่างของเชฟโรเลต ถูกคิดค้นพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการตอบสนองที่แน่นหนึบ แต่นุ่มนวล ลดเสียงรบกวนให้ได้มากที่สุด พร้อมมอบความมั่นคงและปลอดภัยในการขับขี่ </p>
<p>แม้ว่า อาวีโอจะเป็นรถขนาดกระทัดรัด ที่มีช่วงความยาวตัวถัง 4,310 มม. เท่านั้น แต่ทีมนักออกแบบของอาวีโอ ก็เน้นให้ช่วงฐานล้อมีความยาวถึง 2,480 มม. และมีความกว้างตัวรถ 1,710 มม. นั่นจึงทำให้ อาวีโอเป็นรถรุ่นเล็กที่มีความกว้างขวางนั่งสบายในทุกที่นั่ง เหนือกว่ารถรุ่นอื่นในระดับเดียวกัน รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป  </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/Chevrolet-AVEO-1.6-Liter-4.jpg" alt="" /></p>
<p>นอกจากสมรรถนะที่สูงขึ้นแล้ว เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร ยังคงอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ไว้อย่างครบครันเช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็น ระบบเบรค ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD ถุงลมนิรภัย กุญแจ Immobilizer สัญญาณกันขโมย ไฟตัดหมอก (เฉพาะรุ่น) ระบบเครื่องเสียงแบบ 2-Din (เครื่องเสียงทูดิน คือเครื่องเสียงที่มีฟรอนต์สองชั้น มีความหนาของเครื่องเสียง หน้าจอกว้างมากขึ้น) รองรับระบบ CD / MP3 ที่เพิ่มระบบ Bluetooth กระจกมองข้างปรับพับด้วยไฟฟ้า กระจกไฟฟ้า ฯลฯ</p>
<p>เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร มีให้เลือกใช้งานทั้งหมด 4 รุ่น เริ่มจากรุ่น LSX รุ่น LT รุ่นสปอร์ต SS และ รุ่น LUX โดยมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกแตกต่างกันออกไป สำหรับราคาของเชฟโรเลต อาวีโอ ใหม่ แบ่งออกเป็น<br />
•	เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร LSX 644,000 บาท<br />
•	เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร LT 674,000 บาท<br />
•	เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร SS 669,000 บาท<br />
•	เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร LUX 709,000 บาท </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/Chevrolet-AVEO-1.6-Liter.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ข้อมูลทางเทคนิค เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร</strong><br />
เครื่องยนต์ 				รหัส F16D3 บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว (VGIS)<br />
กระบอกสูบ x ช่วงชัก (มม.)		79.0 x 81.5<br />
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี)		1,598<br />
อัตราส่วนกำลังอัด			9.5:1<br />
แรงม้าสูงสุด				102 แรงม้าที่ 5,800 รอบ/นาที<br />
แรงบิดสูงสุด				145 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบ/นาที<br />
ระบบเกียร์				อัตโนมัติ 4 สปีด<br />
ล้อและยาง				รุ่น LSX, LT และ LUX ล้ออัลลอย 15 นิ้ว พร้อมยาง 185/55 R15<br />
					รุ่น SS ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง 195/45 R16<br />
ตัวถังกว้าง x ยาว x สูง (มม.) 		4,310 x 1,710 x 1,505<br />
ฐานล้อ (มม.)				2,480<br />
น้ำหนักรถเปล่า (กก.)			1,161<br />
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง		45 ลิตร</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/22/02/2010/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad-16-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เชฟโรเลต คามาโร มัสเซิลคาร์</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/26/01/2010/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/26/01/2010/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Jan 2010 19:14:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Supercar & Exotic]]></category>
		<category><![CDATA[คามาโร]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงลมนิรภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ทรานส์ฟอร์เมอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[มัสเซิลคาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถสปอร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบความปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[เกียร์อัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เชฟโรเลต]]></category>
		<category><![CDATA[ไดเร็กอินเจ็คชั่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=194</guid>
		<description><![CDATA[รถสปอร์ตเชฟโรเลต “คามาโร” โฉมปี 2010 ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นตามนโยบายทิศทางใหม่สำหรับทั่วโลกของ จีเอ็ม เพื่อขยายแพล็ตฟอร์มรถยนต์ประเภทนั่งโดยสาร โดยเป็นโมเดลที่สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาด้านยานยนต์และกระบวนการดีไซน์อันก้าวไกลของจีเอ็มในระดับสากล สำหรับแนวคิดเบื้องต้นของคามาโรนั้นมีพื้นฐานมาจากรถมัสเซิลคาร์ ดูดุดันสไตล์อเมริกัน ผสานด้วยที่สุดแห่งเทคโนโลยีวิศวรรมยานยนต์ที่คิดค้นร่วมกันระหว่างทีมนักวิศวกรชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย โดยได้ทำการตรวจสอบสมรรถนะบนพื้นถนนจริงในหลายประเทศทั่วโลก และประกอบขึ้นภายในโรงงานที่ได้รับรางวัลการันตีของจีเอ็มในเมืองโอชาวา เขตออนตาริโอ ประเทศแคนาดา จุดเด่นด้านดีไซน์ ด้วยรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ตกทอดมาจากคามาโรรุ่นก่อนๆ ทำให้สปอร์ตคูเป้สองประตูรุ่นนี้ โดดเด่นด้วยขนาดฐานล้อ 2,852 มิลลิเมตรและความยาวตลอดช่วงตัวถัง 4,836 มิลลิเมตร ความกว้างและความสูงของรถอยู่ที่ 1,918 และ 1,376 มิลลิเมตรตามลำดับ โดยคามาโรรุ่นที่ใช้ขุมพลัง วี6 มีระดับค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ 0.37 Cd. ในขณะที่รุ่น SS ที่ใช้ขุมพลัง วี8 มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน 0.35 Cd. สำหรับรุ่นที่เป็นโมเดล SS จะมีช่องรับอากาศอยู่บนฝากระโปรงหน้า และช่องรับอากาศด้านล่างที่มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น เพิ่มทั้งความดุดัน ให้ประโยชน์ในเรื่องการดักอากาศเข้าเครื่องยนต์ และเพิ่มความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ คามาโร มาพร้อมเสาหลังคากลาง หรือ B Pillar ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้าง พ่วงมาด้วยนวัตกรรมล้ำประสิทธิภาพอันเป็นกรรมวิธีการปั๊มขึ้นรูปตัวถังด้วยโลหะแผ่นเดียว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Chevrolet/Chevrolet-Camaro-1.jpg" alt="" /></p>
<p>รถสปอร์ตเชฟโรเลต “คามาโร” โฉมปี 2010 ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นตามนโยบายทิศทางใหม่สำหรับทั่วโลกของ จีเอ็ม เพื่อขยายแพล็ตฟอร์มรถยนต์ประเภทนั่งโดยสาร โดยเป็นโมเดลที่สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาด้านยานยนต์และกระบวนการดีไซน์อันก้าวไกลของจีเอ็มในระดับสากล สำหรับแนวคิดเบื้องต้นของคามาโรนั้นมีพื้นฐานมาจากรถมัสเซิลคาร์ ดูดุดันสไตล์อเมริกัน ผสานด้วยที่สุดแห่งเทคโนโลยีวิศวรรมยานยนต์ที่คิดค้นร่วมกันระหว่างทีมนักวิศวกรชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย โดยได้ทำการตรวจสอบสมรรถนะบนพื้นถนนจริงในหลายประเทศทั่วโลก และประกอบขึ้นภายในโรงงานที่ได้รับรางวัลการันตีของจีเอ็มในเมืองโอชาวา เขตออนตาริโอ ประเทศแคนาดา</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Chevrolet/Chevrolet-Camaro-2.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>จุดเด่นด้านดีไซน์</strong><br />
ด้วยรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ตกทอดมาจากคามาโรรุ่นก่อนๆ ทำให้สปอร์ตคูเป้สองประตูรุ่นนี้ โดดเด่นด้วยขนาดฐานล้อ 2,852 มิลลิเมตรและความยาวตลอดช่วงตัวถัง 4,836 มิลลิเมตร ความกว้างและความสูงของรถอยู่ที่ 1,918 และ 1,376 มิลลิเมตรตามลำดับ โดยคามาโรรุ่นที่ใช้ขุมพลัง วี6 มีระดับค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ 0.37 Cd. ในขณะที่รุ่น SS ที่ใช้ขุมพลัง วี8 มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน 0.35 Cd. สำหรับรุ่นที่เป็นโมเดล SS จะมีช่องรับอากาศอยู่บนฝากระโปรงหน้า และช่องรับอากาศด้านล่างที่มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น เพิ่มทั้งความดุดัน ให้ประโยชน์ในเรื่องการดักอากาศเข้าเครื่องยนต์ และเพิ่มความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ </p>
<p>คามาโร มาพร้อมเสาหลังคากลาง หรือ B Pillar ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้าง พ่วงมาด้วยนวัตกรรมล้ำประสิทธิภาพอันเป็นกรรมวิธีการปั๊มขึ้นรูปตัวถังด้วยโลหะแผ่นเดียว เอื้อประโยชน์ให้ได้รูปทรงด้านข้างของรถมีความสวยงามหมดจด โดดเด่นด้วยกันชนด้านข้างรถทรงครีบปลาหรือ “Gills” อันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของคามาโร พร้อมสีสันสะดุดตาให้เลือกได้ถึง 10 เฉดสี</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Chevrolet/Chevrolet-Camaro-Interior.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>การตกแต่งภายใน</strong><br />
ห้องโดยสารมาตรฐานสำหรับ 4 ที่นั่งได้รับการดีไซน์ให้เกิดความสมดุลย์ระหว่างรูปแบบเดิมของคามาโรและการออกแบบที่ล้ำสมัยในสไตล์เรียบง่ายแต่ยังคงรายละเอียดปลีกย่อยเพื่อความประณีตสวยงาม แสงสีที่ใช้ภายในพื้นที่โดยสารมาจากระบบไฟแอลอีดีอันทันสมัย พร้อมแผงควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย “ไดร์ฟเวอร์อินฟอร์เมชั่นเซ็นเตอร์” ที่สามารถออกเสียงได้โดยอัตโนมัติ และแผงควบคุมต่างๆ ผ่านปุ่มข้างพวงมาลัยแบบ มัลติฟังชั่นส์ สำหรับรุ่น LS สามารถเลือกออพชั่นติดตั้งเกจ์วัดบนแผงคอนโซล ทั้งเกจ์วัดอุณหภูมิและระดับค่าโวลต์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์สแตนดาร์ดในรุ่น LT และ SS  รถสปอร์ตคามาโรใหม่ทุกรุ่นโดดเด่นด้วยสมรรถนะเหนือชั้นจากระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ครูสคอนโทรล มาพร้อมพวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังแท้ ทรงประสิทธิภาพแห่งการขับเคลื่อนด้วยระบบควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติ รวมถึงรีโมทสตาร์ทเครื่องยนต์อัตโนมัติและพอร์ตสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ ไอพอด บลูทูธ และยูเอสบี ที่รวมอยู่ในแพ็คเกจ Driver Convenience and Connectivity เพื่อความสะดวกสบายเหนือระดับต่อผู้ขับขี่ นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถสั่งซื้อคันเกียร์แบบระยะสั้นจากเฮิร์ส (Hurst) เป็นออพชั่นเพิ่มเติมเพื่อเติมประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสุดมันส์ไปอีกขั้น</p>
<p>ระบบเพื่อความบันเทิงภายในของคามาโรประกอบด้วยวิทยุเครื่องเล่นแผ่นซีดีแบบแผ่นเดียวพร้อมลำโพง 6 ตัวสำหรับโมเดลรุ่น LS, LT และ SS ส่วนสุดยอดระบบเสียง “บอสตัน อาคูสติคส์” (Boston Acoustics) 245 วัตต์ พร้อมลำโพง 9 ตัวนั้น มีให้เลือกเป็นออพชั่นสำหรับโมเดลรุ่น LT และ SS</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Chevrolet/Chevrolet-Camaro-Tail-Light.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>พลังเหนือสมรรถนะ</strong><br />
ทั้งคามาโรรุ่น LT และ LS ต่างมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด วี6 ความจุ 3.6 ลิตร ไดเร็กอินเจ็คชั่น พละกำลังสูงสุด 304 แรงม้า แรงบิด 370 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นสเปกเครื่องยนต์รุ่นเดียวกับคามาโร สีเหลือง หรือ “บัมเบิลบี” จากเรื่อง ทรานส์ฟอร์เมอร์ส ที่ทางเชฟโรเลต ประเทศไทยนำมาแสดงในงานนี้ แม้ว่าคามาโรใหม่จะมีอัตราส่วนกำลังอัดที่ 11.3:1 แต่ขุมพลังจากเครื่องยนต์ 3.6 ลิตร DI รุ่นนี้ก็ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อการขับเคลื่อนอันลื่นไหลแบบไม่มีสะดุดโดยใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่ว</p>
<p>คามาโร โมเดล SS นั้นใช้เครื่องยนต์ 2 รุ่นที่มีประสิทธิภาพเร้าใจ เป็นบล็อก วี8 เอียงทำมุม 90 องศา ความจุมหาศาล 6.2 ลิตร ผลิตจากอลูมิเนียมพร้อมกล่องลูกสูบทรงกระบอกทำจากเหล็กพร้อมหัวสูบอลูมิเนียม แข็งแรงทนทาน รวมถึงที่รองน้ำมันใต้เครื่องยนต์ทำจากอลูมิเนียมหล่อ และหัวสูบสองวาล์วที่ดีไซน์มาจากหลักพลศาสตร์การไหลเวียนอากาศซึ่งได้รับการทดสอบและรับรองด้วยมาตรฐานอันน่าเชื่อถือสำหรับรถแข่งแนสคาร์โดยเฉพาะ</p>
<p>ขุมพลังของคามาโร SS รุ่นแรกใช้รหัส L99 มีพละกำลังสูงสุดถึง 400 แรงม้า ที่ 5,900 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 556 นิวตันเมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ส่วนอีกหนึ่งรุ่นรหัส LS3 ได้รับการพัฒนาให้มีพละกำลังสูงสุดถึง 426 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 569 นิวตันเมตร เอ้าท์พุทของเครื่องยนต์ L99 จะต่ำกว่าโดยผ่านอัตราส่วนกำลังอัดที่ 10.4:1 ต่อ 10.7:1 มีระบบจัดการการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบพิเศษหรือ Active Fuel Management System ที่จะช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงในรอบต่ำ ซึ่งเครื่องยนต์ L99 นี้ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด</p>
<p>ทั้งคามาโรรุ่น LT และ LS ใช้ระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดที่มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดเป็นออพชั่นพิเศษ ส่วนในโมเดลที่ใช้เครื่องยนต์ 3.6 ลิตร จะใช้ระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด AY6 จาก Aisin พร้อมเสริมออพชั่นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Hydra-Matic 6L50 ขณะที่รุ่น SS ใช้ระบบเกียร์ธรรมดาแบบช่วงสั้น 6 สปีด Tremec TR 6060 พร้อมออพชั่นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Hydra-Matic 6L80 ให้เลืือกพิเศษ</p>
<p>ระบบเกียร์อัตโนมัติทั้งสองรุ่นเน้นการผสานนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการการเร่งเครื่องและการประหยัดน้ำมันที่เหนือกว่า โดยคันบังคับเกียร์จะติดตั้งอยู่ที่พวงมาลัยรถและควบคุมด้วยระบบอันเหนือชั้น Performance Algorithm Shifting</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Chevrolet/Chevrolet-Camaro-3.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>แซสซิสและระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือน</strong><br />
คามาโร โฉมใหม่ได้อัพเกรดระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือนทั้งในส่วนหน้าและส่วนหลังของตัวรถที่ทำงานแยกเป็นอิสระอย่างเต็มที่ด้วยซัสเพนชั่นลิงค์ 4.5 รองรับแรงกระแทกตรงส่วนหลัง โดยรถโมเดลที่ใช้ขุมพลัง วี6 จะมีแพ็คเกจระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือน FE2 สำหรับรถสปอร์ต และรถโมเดลที่ใช้ขุมพลัง วี8 จะใช้แพ็คเกจ FE3 สำหรับรถสมรรถนะสูงสุดโดยเฉพาะ ทั้งนี้ ระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือนในส่วนหน้าประกอบด้วยแท่นรักษาสมดุลย์การทรงตัวโดยตรงของตัวถัง ในขณะที่ในส่วนหลังจะมีหน้าที่ในการสร้างการยึดเกาะถนนที่ดีในแนวขวางเพื่อการควบคุมการขับขี่ที่เสถียรยิ่งขึ้น โดยมีโช้คอัพพร้อมขดลวดสปริงติดตั้งอยู่ในส่วนหลังนี้ด้วย พื้นที่ส่วนหน้าของรถคามาโรทุกโมเดลมีความยาว 1,618 มิลลิเมตร ส่วนด้านหลังของโมเดล LS และ LT ยาว 1,628 มิลลิเมตร และ 1,618 มิลลิเมตรสำหรับรุ่น SS </p>
<p>อุปกรณ์พิเศษอื่นๆ รวมถึงดิสก์เบรค 4 ล้อ โดยใช้เบรคจากเบรมโบ (Brembo) 4 ลูกสูบในรุ่น SS พร้อมระบบไฮโดรลิกช่วยเบรค ระบบควบคุมความเสถียรอิเล็คทรอนิคส์ StabiliTrak และเพอร์ฟอร์มมานซ์ ลอนช์ คอนโทรลในรุ่น SS ที่ใช้เกียร์ธรรมดา</p>
<p>ในรุ่น LS และ LT ใช้ยางขนาด 18 นิ้วหรือเลือกออพชั่นเป็น 19 นิ้วได้ และสำหรับรุ่น SS ใช้ยางขนาด 19 นิ้วเป็นสแตนดาร์ดพร้อมเลือกเปลี่ยนออพชั่นเป็น 20 นิ้ว ส่วนยางรถยนต์ขนาด 21 นิ้ว มีวางจำหน่ายพิเศษโดยเฉพาะ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Chevrolet/Chevrolet-Camaro-Front.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ระบบความปลอดภัย</strong><br />
คามาโร เน้นระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสมบูรณ์แบบ นอกจากโครงสร้างบอดี้รถอันแข็งแกร่งที่มาพร้อมห้องโดยสารที่มีความปลอดภัยสูงสุดแล้ว ระบบรักษาความปลอดภัยของคามาโรยังประกอบไปด้วย</p>
<p>•	ถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบสองจังหวะ<br />
•	ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับที่นั่งคู่หน้าแบบติดตั้งที่เบาะนั่ง<br />
•	ม่านถุงลมนิรภัยสำหรับที่นั่งคู่หน้าและคู่หลัง<br />
•	เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าระบบดึงกลับอัตโนมัติ<br />
•	ระบบตรวจจับผู้โดยสารเบาะหน้าที่สามารถระบุได้ว่าเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่รูปร่างเล็กนั่งอยู่ เพื่อทำการปรับระดับการพองตัวออกของถุงลมนิรภัยในกรณีฉุกเฉินอย่างเหมาะสม </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/26/01/2010/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>BMW 120d Coupe สานตำนาน2002 ด้วยพลังเครื่องยนต์ดีเซล</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/07/02/2009/bmw-120d-coupe-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%992002-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/07/02/2009/bmw-120d-coupe-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%992002-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Feb 2009 11:06:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[120d Coupe]]></category>
		<category><![CDATA[BMW]]></category>
		<category><![CDATA[คูเป้]]></category>
		<category><![CDATA[ซีรีส์1]]></category>
		<category><![CDATA[บีเอ็มดับเบิลยู]]></category>
		<category><![CDATA[ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[สเต็ปทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[เกียร์อัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์ดีเซล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดตัว BMW 120d Coupe โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ดีเซล N74 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร พร้อมกระจายน้ำหนักหน้าหลัง 50:50 ด้านออปชันสะดวก-ปลอดภัยยังขนมาให้ตามสมควร ซีรีส์1 ตัวถังคูเป้ ถือเป็นอีกความหน้าตื่นตาตื่นใจของสาวกบิมเมอร์ เพราะในอีกแง่มุมก็ถือเป็นการสานต่อตำนานรุ่น 2002 สปอร์ตคูเป้ไซส์เล็กที่ได้รับความนิยมสูง ในช่วงปี 1968-1976 (แม้ว่าหลังจากนั้นจะมี ซีรีส์ 3 คูป้แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่า) ซีรีส์ 1 คูเป้ พัฒนาบนพื้นฐานร่วมกับ ซีรีส์ 3 รุ่นปัจจุบัน กับมิติตัวถัง ยาว 4,360 มิลลิเมตร กว้าง 1,748 มิลลิเมตร สูง 1423 มิลลิเมตร โดยบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ตัดสินใจทำตลาดในเครื่องยนต์ดีเซล ที่กำลังได้รับความนิยมเฉกเช่นอนุกรมรุ่นพี่ๆ ทั้ง 320d 520d X3 2.0d ขุมพลังดีเซล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img8.imageshack.us/img8/9651/bmw120dcoupe1va3.jpg" alt="" /></p>
<p>บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดตัว BMW 120d Coupe โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ดีเซล N74 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร พร้อมกระจายน้ำหนักหน้าหลัง 50:50 ด้านออปชันสะดวก-ปลอดภัยยังขนมาให้ตามสมควร</p>
<p>ซีรีส์1 ตัวถังคูเป้ ถือเป็นอีกความหน้าตื่นตาตื่นใจของสาวกบิมเมอร์ เพราะในอีกแง่มุมก็ถือเป็นการสานต่อตำนานรุ่น 2002 สปอร์ตคูเป้ไซส์เล็กที่ได้รับความนิยมสูง ในช่วงปี 1968-1976 (แม้ว่าหลังจากนั้นจะมี ซีรีส์ 3 คูป้แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่า)</p>
<p>       ซีรีส์ 1 คูเป้ พัฒนาบนพื้นฐานร่วมกับ ซีรีส์ 3 รุ่นปัจจุบัน กับมิติตัวถัง ยาว 4,360 มิลลิเมตร กว้าง 1,748 มิลลิเมตร สูง 1423 มิลลิเมตร โดยบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ตัดสินใจทำตลาดในเครื่องยนต์ดีเซล ที่กำลังได้รับความนิยมเฉกเช่นอนุกรมรุ่นพี่ๆ ทั้ง 320d 520d X3 2.0d</p>
<p><img src="http://img21.imageshack.us/img21/143/bmw120dcoupe2qm2.jpg" alt="" /></p>
<p>       ขุมพลังดีเซล รหัส N74 ขนาด 1,995 ซีซี 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที  แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-3,000 รอบ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมสเต็ปทรอนิกส์ ส่งผลให้ 120d มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 7.8 วินาที และความเร็วสูงสุดทำได้ 226 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่อัตราการประหยัดน้ำมันอยู่ที่ 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร และคายไอเสียคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 161 กรัมต่อกิโลเมตร</p>
<p>120d Coupe เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมกับมีการกระจายน้ำหนักหน้า:หลัง 50:50 ซึ่งทำให้รถทรงตัว เกาะถนน ขับขี่ได้อย่างปราดเปรียวมั่นใจ ขณะเดียวกันยังขนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้เพียบทั้ง ระบบ Comfort Access (เปิด-ปิดประตูโดยไม่ใช้กุญแจหรือรีโมท) ระบบควบคุมระยะการจอด</p>
<p>       รวมถึงพวงมาลัยมัติฟังก์ชัน ครูสคอนโทรล เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ กระจกมองหลังและมองข้างตัดแสง เครื่องเล่นวิทยุ ซีดี เอ็มพี 3พร้อมช่องต่อ Aux-In ระบบเชื่อมต่อบลูทูธโทรศัพท์</p>
<p><img src="http://img9.imageshack.us/img9/2417/bmw120dcoupe3eh0.jpg" alt="" /></p>
<p>       ด้านความปลอดภัย กับถึงลมคู่หน้าและด้านข้างสำหรับคนขับผู้โดยสารตอนหน้า เบรก ABS ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบควบคุมเบรกขณะเข้าโค้ง ไฟเบรกดวงที่สาม และยางรันแฟลต เป็นต้น</p>
<p>BMW 120d Coupe ราคา 3,699,000 บาท ซึ่งราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรม BSI BMW Service Inclusive 5 ปี / 100,000 กิโลเมตร</p>
<p>ข้อมูลจาก <a href="http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9520000011259">ผู้จัดการ Online</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/07/02/2009/bmw-120d-coupe-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%992002-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Nissan 370Z ใหม่ทั้งคันเพิ่มม้าขยายความจุ</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/14/12/2008/nissan-370z-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/14/12/2008/nissan-370z-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Dec 2008 15:55:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Supercar & Exotic]]></category>
		<category><![CDATA[370Z]]></category>
		<category><![CDATA[Need For Speed]]></category>
		<category><![CDATA[Nissan]]></category>
		<category><![CDATA[Z-Car]]></category>
		<category><![CDATA[ขับเคลื่อนล้อหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[คูเป้]]></category>
		<category><![CDATA[นิสสัน]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถสปอร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[สกายไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[สมรรถนะ]]></category>
		<category><![CDATA[เกียร์อัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[เจนเนอเรชันที่6]]></category>
		<category><![CDATA[แฟร์เลดี้]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลเชนจ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=63</guid>
		<description><![CDATA[รหัสแห่งความสปอร์ต Z ของนิสสันกลับมาเป็นหัวข้อสนทนาของบรรดาแฟนๆ ที่ชื่นชอบความแรงกันอีกครั้ง เมื่อผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นเผยโฉมแรกของโมเดลเชนจ์ หรือเจนเนอเรชันใหม่ของรถสปอร์ตรหัส Z โดยมาพร้อมกับรหัสใหม่ 370Z ที่เติมความเร้าใจด้วยการขยายความจุของเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการขับเคลื่อน ชื่อของ Z เป็นที่รู้จักของบรรดาคนที่ชื่นชอบรถสปอร์ตทั่วโลกมานับตั้งแต่เปิดตัวเจนเนอเรชันแรกออกมาในปี 1969 กับรหัส S30 ที่ใช้ชื่อในการทำตลาดว่า 240Z หรือแฟร์เลดี้ แซดสำหรับตลาดญี่ปุ่น โดยรถสปอร์ตรุ่นนี้นิสสันนำออกเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเป็นแห่งแรก พร้อมรูปทรงสปอร์ต GT และถือเป็นคู่ปรับร่วมยุคกับโตโยต้า 2000GT Z-Car ของนิสสันสร้างความตื่นตาตื่นใจในตลาดรถสปอร์ตทั่วโลกเป็นระยะเวลากว่า 30 ปีกับ 4 เจนเนอเรชัน ก่อนที่นิสสันจะยุติบทบาทของสปอร์ตรุ่นนี้ในปี 1996 หลังจากที่ตัวเองประสบปัญหาทางด้านการเงิน และหันไปสนใจกับการเจาะตลาดเอสยูวีที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องแทน และนั่นทำให้การทำตลาดของ Z-Car ต้องขาดตอนลงและในตอนแรกลูกค้าส่วนใหญ่คาดคิดว่า Z32 หรือรุ่นที่ 4 น่าจะเป็นบทสุดท้ายในการเดินทางของรถสปอร์ตรุ่นนี้ อย่างไรก็ตาม หลังการเข้ามาช่วยเหลือของเรโนลต์แห่งฝรั่งเศสและซื้อหุ้น 44.4% ของนิสสันเข้ามาครอบครอง พร้อมกับส่งผู้บริหารมือดีอย่างคาร์ลอส กอส์นเข้ามาดูแลและจัดการบริษัทเพื่อพลิกสถานการณ์ให้กลับมาสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความหวังของชาว Z-Car ก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง เมื่อนิสสันนำต้นแบบรุ่นใหม่ที่ชื่อว่า 240Z ออกเปิดตัวในดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img123.imageshack.us/img123/2348/nissan370z1ne2.jpg" alt="" /></p>
<p>     รหัสแห่งความสปอร์ต Z ของนิสสันกลับมาเป็นหัวข้อสนทนาของบรรดาแฟนๆ ที่ชื่นชอบความแรงกันอีกครั้ง เมื่อผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นเผยโฉมแรกของโมเดลเชนจ์ หรือเจนเนอเรชันใหม่ของรถสปอร์ตรหัส Z โดยมาพร้อมกับรหัสใหม่ 370Z ที่เติมความเร้าใจด้วยการขยายความจุของเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการขับเคลื่อน</p>
<p>       ชื่อของ Z เป็นที่รู้จักของบรรดาคนที่ชื่นชอบรถสปอร์ตทั่วโลกมานับตั้งแต่เปิดตัวเจนเนอเรชันแรกออกมาในปี 1969 กับรหัส S30 ที่ใช้ชื่อในการทำตลาดว่า 240Z หรือแฟร์เลดี้ แซดสำหรับตลาดญี่ปุ่น โดยรถสปอร์ตรุ่นนี้นิสสันนำออกเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเป็นแห่งแรก พร้อมรูปทรงสปอร์ต GT และถือเป็นคู่ปรับร่วมยุคกับโตโยต้า 2000GT</p>
<p>       Z-Car ของนิสสันสร้างความตื่นตาตื่นใจในตลาดรถสปอร์ตทั่วโลกเป็นระยะเวลากว่า 30 ปีกับ 4 เจนเนอเรชัน ก่อนที่นิสสันจะยุติบทบาทของสปอร์ตรุ่นนี้ในปี 1996 หลังจากที่ตัวเองประสบปัญหาทางด้านการเงิน และหันไปสนใจกับการเจาะตลาดเอสยูวีที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องแทน และนั่นทำให้การทำตลาดของ Z-Car ต้องขาดตอนลงและในตอนแรกลูกค้าส่วนใหญ่คาดคิดว่า Z32 หรือรุ่นที่ 4 น่าจะเป็นบทสุดท้ายในการเดินทางของรถสปอร์ตรุ่นนี้</p>
<p><img src="http://img211.imageshack.us/img211/306/nissan370z2wk5.jpg" alt="" /></p>
<p>       อย่างไรก็ตาม หลังการเข้ามาช่วยเหลือของเรโนลต์แห่งฝรั่งเศสและซื้อหุ้น 44.4% ของนิสสันเข้ามาครอบครอง พร้อมกับส่งผู้บริหารมือดีอย่างคาร์ลอส กอส์นเข้ามาดูแลและจัดการบริษัทเพื่อพลิกสถานการณ์ให้กลับมาสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความหวังของชาว Z-Car ก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง เมื่อนิสสันนำต้นแบบรุ่นใหม่ที่ชื่อว่า 240Z ออกเปิดตัวในดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ปี 1999 ซึ่งต้นแบบรุ่นนี้ถือเป็นบันไดขั้นแรกที่นำไปสู่การปัดฝุ่นนำชื่อ Z-Car กลับมาอีกครั้งในปี 2002 กับเจนเนอเนชันที่ 5 ซึ่งมีรหัสตัวถังว่า Z33</p>
<p>       Z33 สามารถสร้างชื่อให้กับนิสสันในตลาดรถสปอร์ตอย่างมาก และเป็นรถสปอร์ตที่ได้รับการยอมรับถึงสมรรถนะเช่นเดียวกับความสะดวกสบายในการขับสมกับเป็นรถสปอร์ตที่สามารถใช้งานได้ทุกวัน แถมยังมีราคาที่ไม่แพงจนเกินไป เพียง 26,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 858,000 บาทนั้นเอง</p>
<p>      สำหรับรุ่นใหม่แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรหัสตัวถัง แต่เชื่อว่าคงจะนับต่อเนื่องไปจากรุ่นที่แล้วเป็น Z34 และเป็นเจนเนอเรชันที่ 6 ของรถสปอร์จ Z-Car โดยจะมีการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในแอลเอ มอเตอร์โชว์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 21-30 พฤศจิกายนนี้</p>
<p><img src="http://img211.imageshack.us/img211/5909/nissan370z3sl1.jpg" alt="" /></p>
<p>     รุ่นแรกที่เปิดตัวเป็นสปอร์ตคูเป้หลังคาแข็ง แต่เชื่อว่ารุ่นเปิดประทุนจะมีขายตามมาอย่างแน่นอน และน่าจะเป็นแบบหลังคาอ่อนพับได้เหมือนกับรุ่นที่แล้ว มากกว่าที่จะเป็นหลังคาแข็งแบบพับได้ ขณะที่รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะดูแล้วเหมือนกับรุ่นที่แล้ว แต่นิสสันยืนยันว่าทุกรายละเอียดทั้งภายนอกและภายในได้รับการออกแบบใหม่หมด แต่ยังใช้พื้นตัวถังรหัส FM ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ซึ่งพื้นตัวถังรุ่นนี้นอกจาก 370Z แล้ว ยังมีการนำไปใช้กับรถยนต์ขนาดกลางของนิสสันอย่างรุ่นสกายไลน์ หรือใช้ชื่ออินฟินิตี้ G-Series สำหรับขายในตลาดโลกและสหรัฐอเมริกา</p>
<p>       นอกจากพื้นตัวถังแล้ว นิสสันยังใช้เครื่องยนต์วี6 เหมือนเดิม แต่ขยายขุมพลังในการขับเคลื่อนของ Z-Car ใหม่รุ่นนี้ จากความจุ 3,500 ซีซีมาเป็นขุมพลังใหม่ในรหัส VQ37VHR ที่ใช้อยู่ใน G37 ของอินฟินิตี้ และนิสสัน สกายไลน์ มีความจุกระบอกสูบ 3,700 ซีซี พร้อมระบบวาล์วแปรผันรุ่นไหม่ที่เรียกว่า VVEL หรือ Variable Valve Event and Lift</p>
<p>      ในเรื่องสมรรถนะไม่มีการเปิดเผย แต่คาดว่าน่าจะใกล้เคียงกับสเปกที่ใช้อยู่ในรถยนต์นั่ง ซึ่งมีกำลังอยู่ที่ 333 แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 37.0 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบต่อนาที และใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ส่วนระบบส่งกำลังมีทั้งแบบธรรมดา 6 จังหวะและอัตโนมัติที่ยังไม่เปิดเผยจำนวนจังหวะ แต่อาจจะเป็นรุ่น 7 จังหวะก็ได้ เพราะเกียร์อัตโนมัติชุดนี้มีใช้อยู่แล้วในเอสยูวีของอินฟินิตี้รุ่น EX37 ซึ่งใช้พื้นตัวถังรุ่น FM เหมือนกัน</p>
<p><img src="http://img361.imageshack.us/img361/1495/nissan370z4gc2.jpg" alt="" /></p>
<p>      การเริ่มทำตลาดของ 370Z จะมีขึ้นต้นปีหน้า และนิสสันส่งขายทั่วโลกเช่นเคย แต่ก่อนที่จะได้สัมผัสกับคันจริง นิสสันนำ 370Z มาให้บรรดาคอเกมได้เลือกขับกันก่อนใคร เพราะว่านิสสันร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง EA หรือ Electronic Arts ซึ่งเป็นผู้ผลิตเกมชื่อดังในการนำรถสปอร์ตรุ่นนี้มาบรรจุในเกม NFS หรือ Need For Speed เวอร์ชันใหม่ที่เรียกว่า Undercover ซึ่งจะวางแผงขายในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ หรือเพียง 1 วันก่อนที่ 370Z จะเปิดตัวในรอบสื่อมวลชนของงานที่แอลเอ</p>
<p>    ใครที่อยากรู้ว่ารถจะเป็นอย่างไรก็ลองซื้อเกมมาทดลองขับก่อนก็ได้ หากไม่ชอบจะได้ไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ เพียงแค่ไม่กี่สิบเหรียญสหรัฐฯ สำหรับค่าเกมเท่านั้น</p>
<p>ข้อมูลจาก <a href="http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9510000131263">ผู้จัดการ Online</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/14/12/2008/nissan-370z-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ซูบารุ ฟอร์เรสเตอร์ ใหม่ขับ4ล้อเอนกประสงค์</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/14/12/2008/%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b8-%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/14/12/2008/%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b8-%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Dec 2008 15:04:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[2.0 ลิตร]]></category>
		<category><![CDATA[2.0X]]></category>
		<category><![CDATA[2.5 ลิตร]]></category>
		<category><![CDATA[2.5XT]]></category>
		<category><![CDATA[4สูบนอนยัน]]></category>
		<category><![CDATA[AWD]]></category>
		<category><![CDATA[Sportshift]]></category>
		<category><![CDATA[Turbocharged]]></category>
		<category><![CDATA[ขับ4ล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ซูบารุ]]></category>
		<category><![CDATA[บ็อกเซอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอร์เรสเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[รถเอนกประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[อินเตอร์คูลเลอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เกียร์อัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทอร์โบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=58</guid>
		<description><![CDATA[บริษัท มอเตอร์ อิมเมจ ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ซูบารุ ฟอร์เรสเตอร์ ใหม่ นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ขอรถอเนกประสงค์สายพันธุ์นี้ โดยปรับโฉมรูปลักษณ์ภายนอกใหม่หมด กันชนหน้าแบบชิ้นเดียวขนาดใหญ่เล่นเส้นสายรับกับโคมไฟหน้าขนาดใหญ่ โครงสร้างตัวถังสูงขึ้น 110 มิลลิเมตร (ไม่รวม Roof Rail) และกว้างกว่าเดิม 45 มิลลิเมตร และฐานล้อกว้างขึ้น 90 มิลลิเมตร การตกแต่งภายในได้รับการปรับแต่งมากมาย แผงหน้าปัดใช้วัสดุสีอลูมิเนียมพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเช่น ช่องเสียบไอพอด, ช่องเสียบไฟ 12 V สำหรับใช้กับเครื่องมือต่าง ๆ ถาดสำหรับวางของ และที่วางแก้วในตำแหน่งเบาะหลัง (ในรุ่น 2.5XT) ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระปรับปรุงให้กว้างกว่าเดิมในทุกส่วนของตัวรถ เบาะนั่งสามารถปรับเปลี่ยนได้หลายรูปแบบตามความพึงพอใจของผู้โดยสาร พร้อมทั้งประตูหลังที่ปรับให้เปิดได้กว้างมากขึ้น สะดวกต่อการขึ้น-ลง เครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ 4 สูบนอนยัน มีให้เลือก 2 ขนาด คือรุ่น 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img68.imageshack.us/img68/2355/94084516fs3.jpg" alt="" /></p>
<p>บริษัท มอเตอร์ อิมเมจ ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ซูบารุ ฟอร์เรสเตอร์ ใหม่ นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ขอรถอเนกประสงค์สายพันธุ์นี้ โดยปรับโฉมรูปลักษณ์ภายนอกใหม่หมด กันชนหน้าแบบชิ้นเดียวขนาดใหญ่เล่นเส้นสายรับกับโคมไฟหน้าขนาดใหญ่ โครงสร้างตัวถังสูงขึ้น 110 มิลลิเมตร (ไม่รวม Roof Rail) และกว้างกว่าเดิม 45 มิลลิเมตร และฐานล้อกว้างขึ้น 90 มิลลิเมตร</p>
<p>     การตกแต่งภายในได้รับการปรับแต่งมากมาย แผงหน้าปัดใช้วัสดุสีอลูมิเนียมพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเช่น ช่องเสียบไอพอด, ช่องเสียบไฟ 12 V สำหรับใช้กับเครื่องมือต่าง ๆ ถาดสำหรับวางของ และที่วางแก้วในตำแหน่งเบาะหลัง (ในรุ่น 2.5XT)</p>
<p>       ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระปรับปรุงให้กว้างกว่าเดิมในทุกส่วนของตัวรถ เบาะนั่งสามารถปรับเปลี่ยนได้หลายรูปแบบตามความพึงพอใจของผู้โดยสาร พร้อมทั้งประตูหลังที่ปรับให้เปิดได้กว้างมากขึ้น สะดวกต่อการขึ้น-ลง</p>
<p>       เครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ 4 สูบนอนยัน มีให้เลือก 2 ขนาด คือรุ่น 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 196 นิวตันเมตร ที่ 3,200 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 12.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม.</p>
<p>       และรุ่น 2.5 ลิตร เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 210 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 207 กม./ชม. ซึ่งทั้งสองรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด Sportshift พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Symmetrical All-Wheel Drive (AWD) อันเป็นเอกลักษณ์ของซูบารุ</p>
<p><img src="http://img380.imageshack.us/img380/5493/96537967fa2.jpg" alt="" /></p>
<p>    เสริมความปลอดภัยด้วยระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบมาตรฐาน Ring-Shaped Reinforcement frame เมื่อมีการชนเกิดขึ้น เนื่องจากโครงสร้างดังกล่าว สามารถดูดซับและกระจายแรงปะทะให้น้อยลง ทำให้ผู้โดยสารปลอดภัยจากการกระแทกในห้องโดยสาร พร้อมด้วย ดิสก์เบรก 4 ล้อ, ระบบเบรก ABS แบบ 4 Sensor/4 Channel, ระบบกระจายแรงเบรค EBD, ถุงลมนิรภัย 6 ใบ (ด้านหน้า, หน้าข้าง และ ด้านข้าง)</p>
<p>       ซูบารุ ฟอร์เรสเตอร์ ใหม่มากับราคาค่าตัว 1.59 ล้านบาทในรุ่น 2.0X และราคา 2.42 ล้านบาท สำรหรับรุ่น 2.5XT Turbocharged</p>
<p>ข้อมูลจาก <a href="http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9510000133577">ผู้จัดการ Online</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/14/12/2008/%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b8-%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

