<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>iCar Free Online Magazine &#187; เครื่องยนต์</title>
	<atom:link href="http://www.icarmagazine.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.icarmagazine.com</link>
	<description>Free Car Magazine Online - นิตยสาร รถยนต์ ออนไลน์ ฟรี! ที่รวบรวมข้อมูลเรื่อง ยานยนต์ และ สาระอื่นๆที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไว้อย่างหลากหลาย</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Dec 2011 17:12:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>2012 Porsche 911 Carrera and Carrera S Cabriolet</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/10/12/2011/2012-porsche-911-carrera-and-carrera-s-cabriolet/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/10/12/2011/2012-porsche-911-carrera-and-carrera-s-cabriolet/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Dec 2011 20:34:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Supercar & Exotic]]></category>
		<category><![CDATA[911]]></category>
		<category><![CDATA[Cabriolet]]></category>
		<category><![CDATA[Carrera]]></category>
		<category><![CDATA[PDK]]></category>
		<category><![CDATA[Porsche]]></category>
		<category><![CDATA[คาบริโอเลต]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์เรร่า]]></category>
		<category><![CDATA[ปอร์เช่]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่นเปิดประทุน]]></category>
		<category><![CDATA[สปอร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[เกียร์ธรรมดา]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[แมกนีเซี่ยม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=304</guid>
		<description><![CDATA[สตุ้ดการ์ด. ปอร์เช่พร้อมเปิดตัว 911 คาร์เรร่า (911 Carrera) ใหม่ล่าสุดในรุ่นคาบริโอเลต (Cabriolet) ออกมาเคียงคู่กับรุ่นคูเป้ (Coupe) เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น รุ่นเปิดประทุนของรถสปอร์ตสุดคลาสสิค เจเนอเรชั่นใหม่นี้จะมีถึง 2 รุ่นนั่นคือรุ่น 911 คาร์เรร่า คาบริโอเลต (911 Carrera Cabriolet) และรุ่น 911 คาร์เรร่า เอส คาบริโอเลต (911 Carrera S Cabriolet) ใน 911 ใหม่นี้เลยทีเดียว ตัวรถของรุ่นคาบริโอเลต (Cabriolet) นี้ ทำจากเหล็กอลูมิเนียมแบบใหม่ล่าสุดเหมือนรุ่นคูเป้ (Coupé) อีกทั้งยังมีหลังคาประทุนที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงเส้นสายของหลังคาที่ยังคงไว้ซึ่งรูปแบบที่เฉพาะแบบ 911 ทุกประการ แม้ยามปิดหลังคาประทุนรุ่นคาบริโอเลตนี้ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามอย่างลงตัว แนวคิดการใช้ชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักเบาหากแต่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพที่เหนือชั้น (Intelligent lightweight design) ได้ถูกนำมาใช้กับหลังคาประทุนในรถคันนี้ด้วยเช่นกัน นั่นคือหลังคาที่ทำจากแมกนีเซี่ยมที่มีน้ำหนักเบา ส่งผลให้รถมีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากขึ้นและแน่นอนเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน 911 เปิดประทุนรุ่นใหม่คันนี้คืออีกหนึ่งความสำเร็จของปอร์เช่ที่สามารถทำให้รถรุ่นนี้มีน้ำหนักที่เบากว่ารุ่นเดิมได้อย่างลงตัวอีกด้วย เครื่องยนต์ของรุ่นคาบริโอเลต (Cabriolet) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2012_Porsche_911_Carrera_Cabriolet.jpg" alt="" /></p>
<p>สตุ้ดการ์ด. ปอร์เช่พร้อมเปิดตัว 911 คาร์เรร่า (911 Carrera) ใหม่ล่าสุดในรุ่นคาบริโอเลต (Cabriolet) ออกมาเคียงคู่กับรุ่นคูเป้ (Coupe) เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น รุ่นเปิดประทุนของรถสปอร์ตสุดคลาสสิค เจเนอเรชั่นใหม่นี้จะมีถึง 2 รุ่นนั่นคือรุ่น 911 คาร์เรร่า คาบริโอเลต (911 Carrera Cabriolet) และรุ่น 911 คาร์เรร่า เอส คาบริโอเลต (911 Carrera S Cabriolet) ใน 911 ใหม่นี้เลยทีเดียว  </p>
<p>ตัวรถของรุ่นคาบริโอเลต (Cabriolet) นี้ ทำจากเหล็กอลูมิเนียมแบบใหม่ล่าสุดเหมือนรุ่นคูเป้ (Coupé) อีกทั้งยังมีหลังคาประทุนที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงเส้นสายของหลังคาที่ยังคงไว้ซึ่งรูปแบบที่เฉพาะแบบ 911 ทุกประการ แม้ยามปิดหลังคาประทุนรุ่นคาบริโอเลตนี้ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามอย่างลงตัว แนวคิดการใช้ชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักเบาหากแต่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพที่เหนือชั้น (Intelligent lightweight design) ได้ถูกนำมาใช้กับหลังคาประทุนในรถคันนี้ด้วยเช่นกัน นั่นคือหลังคาที่ทำจากแมกนีเซี่ยมที่มีน้ำหนักเบา ส่งผลให้รถมีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากขึ้นและแน่นอนเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน  911 เปิดประทุนรุ่นใหม่คันนี้คืออีกหนึ่งความสำเร็จของปอร์เช่ที่สามารถทำให้รถรุ่นนี้มีน้ำหนักที่เบากว่ารุ่นเดิมได้อย่างลงตัวอีกด้วย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2012_Porsche_911_Carrera_Cabriolet-1.jpg" alt="" /></p>
<p>เครื่องยนต์ของรุ่นคาบริโอเลต (Cabriolet) ทั้ง 2 รุ่นจะเป็นเครื่องยนต์เดียวกันกับรุ่นคาร์เรร่า คูเป้ (Coupé) นั่นคือในรุ่น 911 คาร์เรร่า คาบริโอเลต (911 Carrera Cabriolet) จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์วางหลังขนาด 3.4 ลิตร ขุมพละกำลังสูงสุดถึง 350 แรงม้า (257 กิโลวัตต์) ถูกส่งผ่านเข้าสู่การขับเคลื่อนล้อหลังด้วยระบบส่งผ่านกำลังหรือระบบเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะ ติดตั้งมาเป็นมาตรฐานให้กับรถ ส่วนในรุ่นคาร์เรร่า เอส คาบริโอเลต (Carrera S Cabriolet) จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 3.8 ลิตร 6 สูบ ที่สามารถผลิตขุมพละกำลังเครื่องยนต์ได้สูงสุดถึง 400 แรงม้า (294 กิโลวัตต์) ระบบส่งผ่านกำลังหรือระบบเกียร์ที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐานให้กับรถคือระบบเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะ</p>
<p>ไม่เพียงแค่สมรรถนะเครื่องยนต์ที่เหนือชั้นของ 911 เปิดประทุนใหม่คันนี้ที่ทำให้ 911 ของปอร์เช่คันนี้มีประสิทธิภาพที่ครบครันและฉีกตัวเองหนีคู่แข่งได้อย่างดีเยี่ยมเท่านั้น หากแต่ยังมีเรื่องของการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับ 911 เปิดประทุนใหม่นี้ให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้ง 2 รุ่นมีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่น้อยกว่า 10 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (ตามรูปแบบการขับขี่แบบ NEDC) เลยทีเดียว และหากต้องการประหยัดมากยิ่งขึ้นรวมไปถึงอัตราเร่งที่เหนือชั้นมากยิ่งขึ้นนั้นรุ่นคาบริโอเลต (Cabriolets) นี้สามารถเลือกติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ Porsche Doppelkupplungsgetriebe (PDK) เป็นอุปกรณ์เสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้นได้อีกด้วย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2012_Porsche_911_Carrera_Cabriolet-2.jpg" alt="" /></p>
<p>ด้วยฐานล้อที่ยาวขึ้นและด้านหน้ารถที่ขยายให้กว้างขึ้นหากเทียบกับรุ่นก่อน รวมไปถึงการติดตั้งระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า (Electro-mechanical power steering) ให้กับรถทำให้คาบริโอเลต (Cabriolet) เปิดประทุนใหม่นี้มีการขับเคลื่อนที่สปอร์ตมากขึ้น แม่นยำและทรงตัวได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมและระบบเสริมอื่นๆ ที่ให้เลือกติดตั้งเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความว่องไวในการขับขี่ในรถเปิดประทุนรุ่นใหม่ทั้ง 2 รุ่นนี้ได้อีกด้วย </p>
<p>911 คาร์เรร่า คาบริโอเลต (911 Carrera Cabriolet) จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศเยอรมนีในวันที่ 3 มีนาคม 2012 นี้</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2012_Porsche_911_Carrera_Cabriolet-3.jpg" alt="" /></p>
<p>ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ปอร์เช่ ได้ที่ แผนกขาย โทร. 02-522-6655 ต่อ 101-102 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.porsche.co.th</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/10/12/2011/2012-porsche-911-carrera-and-carrera-s-cabriolet/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>2011 Lamborghini Aventador LP700-4 by Niche Cars</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/11/08/2011/2011-lamborghini-aventador-lp700-4-by-niche-cars/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/11/08/2011/2011-lamborghini-aventador-lp700-4-by-niche-cars/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Aug 2011 10:54:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Supercar & Exotic]]></category>
		<category><![CDATA[2011]]></category>
		<category><![CDATA[34 ล้านบาท]]></category>
		<category><![CDATA[Aventador]]></category>
		<category><![CDATA[Elegante]]></category>
		<category><![CDATA[Lamborghini]]></category>
		<category><![CDATA[LP700-4]]></category>
		<category><![CDATA[Niche Cars]]></category>
		<category><![CDATA[Pushrod Suspension]]></category>
		<category><![CDATA[Sole Authorized]]></category>
		<category><![CDATA[Sportivo]]></category>
		<category><![CDATA[กีกี้ ศักดิ์ นานา]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนไฟเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดับเบิ้ลวิชโบน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นิช คาร์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[รถซุปเปอร์คาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคารถ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดตัวรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[โมโนค็อก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=300</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2554 บริษัท นิช คาร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ระดับซูปเปอร์พรีเมี่ยม Lamborghini, Lotus และ Mercedes Benz Lorinser อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้จัดงานเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด Lamborghini Aventador LP 700-4 โดยได้รับเกียรติจาก คุณมานะ ตรงกมลธรรม ประธานชมรม Lamborghini Thailand Club, คุณกีกี้ ศักดิ์ นานา นักแข่งรถระดับโลก และ คุณ วิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิช คาร์ จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิด ณ ห้องแกรนด์บอลลูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล ราชประสงค์ ภายในงานได้มีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ตื่นตาตื่นใจตั้งแต่เริ่มงานสร้างความประทับใจแก่แขกผู้ร่วมงาน โดยพระเอกของงานนี้ต้องยกให้เจ้ากระทิงดุพันธุ์ใหม่ Lamborghini Aventador LP 700-4 เพราะนอกจากสีสันร้อนแรง รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวสะดุดตาแล้วยังมีการเพิ่มเติมเทคโนโลยีใหม่ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2011-lamborghini-aventador-1.jpg" alt="" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2554 บริษัท นิช คาร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ระดับซูปเปอร์พรีเมี่ยม Lamborghini, Lotus และ Mercedes Benz Lorinser อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้จัดงานเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด Lamborghini Aventador LP 700-4 โดยได้รับเกียรติจาก คุณมานะ ตรงกมลธรรม ประธานชมรม Lamborghini Thailand Club, คุณกีกี้ ศักดิ์ นานา นักแข่งรถระดับโลก และ คุณ วิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิช คาร์ จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิด ณ ห้องแกรนด์บอลลูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล ราชประสงค์</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2011-lamborghini-aventador-2.jpg" alt="" /></p>
<p>ภายในงานได้มีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ตื่นตาตื่นใจตั้งแต่เริ่มงานสร้างความประทับใจแก่แขกผู้ร่วมงาน  โดยพระเอกของงานนี้ต้องยกให้เจ้ากระทิงดุพันธุ์ใหม่  Lamborghini Aventador LP 700-4  เพราะนอกจากสีสันร้อนแรง รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวสะดุดตาแล้วยังมีการเพิ่มเติมเทคโนโลยีใหม่ๆ  ทั้งในส่วนของเครื่องยนต์และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ  ของรถเพื่อทำให้ตัวรถมีสมรรถนะที่ดีล้ำหน้ารถซุปเปอร์คาร์อื่นๆไปไกลนับทศวรรษ  และได้รับการยกย่องว่าเป็นศูนย์รวมของการนำเอาความเป็นที่สุดในทุกๆด้านมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว</p>
<p>Lamborghini Aventador LP 700 &#8211; 4 ถูกออกแบบโครงสร้างด้วยตัวถังแบบโมโนค็อกขึ้นรูปทั้งลำด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ ให้ความแข็งแกร่งกว่าโครงสร้างแชสซี และวัสดุอลูมินั่มอัลลอยด์ที่ใช้กันอยู่ในรถซุปเปอร์คาร์ทั่วไป การออกแบบนวัตกรรมตัวถังของ Lamborghini ส่งผลให้ Aventador มีบุคลิกที่คล่องตัวจากตัวถังที่ยืดหยุ่นและแข็งแรง และหนักเพียง 1475 กิโลกรัม ในส่วนของเฟรมรองรับแรงกระแทกทางด้านหน้าและด้านหลังของตัวรถขึ้นรูปจากนวัตกรรมอลูมินั่มรุ่นใหม่ล่าสุดที่ทนต่อแรงกระทำได้สูงถึง 35,000 นิวตันเมตร</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2011-lamborghini-aventador-3.jpg" alt="" /></p>
<p> เครื่องยนต์บล็อกใหม่ขนาด V12 ขนาด 6,500 ซีซี  พร้อมระบบเกียร์อัจฉริยะ ISR (Independent Shifting  Rods)  ประมวลผลฉับไวปรับเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละเกียร์เพียงเศษเสี้ยวของวินาที  คือ ใช้เวลาเพียง 0.05  วินาที  และ ยังสามารถเลือกโหมดการขับตามลักษณะการขับของผู้ขับขี่  ทั้งระบบเครื่องยนต์   ระบบขับเคลื่อน  ระบบดิฟเฟอร์เรนเทียล  ระบบบังคับเลี้ยว และ ระบบพลศาสตร์ของตัวรถ  ได้ด้วยตนเองจาก<br />
3 โหมด คือ โหมดสตราด้า Strada สำหรับการขับบนถนนหลวง โหมดสปอร์ต Sport สำหรับสนามแข่งและโหมดคอร์ซ่า Corsa สำหรับสนามแข่งและนักขับที่ต้องการใช้ทักษะในการควบคุมรถอย่างเต็มที่</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2011-lamborghini-aventador-4.jpg" alt="" /></p>
<p> 	ระบบช่วงล่างใหม่ Pushrod Suspension รองรับฝูงม้า 700 ตัว ที่ 8,250 รอบ/นาที ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของซุปเปอร์คาร์  แรงบิดมหาศาล 690 Nm @ 5500 รอบ/นาที  สามารถทำอัตราเร่งจาก<br />
0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 2.9 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุด 350 กิโลเมตร/ชั่วโมง นอกจากเครื่อง V12 ที่มาพร้อมกับแนวคิดระบบช่วงล่างที่ออกแบบมาอย่างซับซ้อน เพื่อลดแรงกระแทกและถ่ายทอดกำลังของเครื่องยนต์ ระบบสปริงแบบ Push Rod ลิงค์หลายจุด ถือเป็นการนำเอาเทคโนโลยีของรถแข่งฟอร์มูล่าวันมาใช้ เพื่อความสมบูรณ์แบบผสานกับระบบช่วงล่างอลูมินั่มแบบดับเบิ้ลวิชโบน</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2011-lamborghini-aventador-5.jpg" alt="" /></p>
<p>	บริษัท นิช  คาร์ จำกัด นำเข้าแต่ Lamborghini ใหม่เท่านั้น  โดยรถทุกคันจะถูกห่อหุ้มด้วยวัสดุพิเศษอย่างดีส่งตรงจากโรงงานประเทศอิตาลี  และสำหรับ Aventador  Lp 700-4 นี้ เมื่อรถมาถึงประเทศไทยก็จะได้รับการบำรุงรักษาโดยคุณ Sergio Scotese วิศวกรชาวอิตาเลียน และเป็นผู้จัดการ Aventador Project โดยได้รับการอบรมจาก Lamborghini ประเทศอิตาลีมาโดยตรงสำหรับดูแลรถ Aventador เท่านั้น ซึ่งคุณเซอร์จิโอ ได้ย้ำว่า  Lamborghini  พัฒนาระบบบำรุงรักษารถยนต์ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้ ผู้ที่ไม่ใช่ Sole Authorized มาลองผิดลองถูกกับรถ มีการพัฒนาซอฟท์แวร์ต่างๆขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อดูแล<br />
รถที่ล้ำอนาคตอย่าง Aventador เฉพาะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการอย่าง นิช คาร์ เท่านั้นที่สามารถมีและใช้อุปกรณ์นี้ได้ คุณเซอร์จิโอ ได้กล่าวย้ำในตอนท้าย  </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2011-lamborghini-aventador-6.jpg" alt="" /></p>
<p>Lamborghini Aventador LP 700-4 คงความเป็นเอกลักษณ์เหมือนแลมโบร์กินีรุ่นอื่นๆ ที่บ่งชี้ความเป็นตัวตนของเจ้าของผู้ที่ครอบครองได้อย่างชัดเจน โดยเจ้าของสามารถตกแต่งรถของตนได้ตามที่ต้องการได้อย่างไม่มีสิ้นสุดด้วยโปรแกรม  “ Ad Personam ”  ด้วยสีตัวรถที่โดดเด่นที่มีให้เลือกถึง  13  เฉดสี และสีวัสดุตกแต่งย่อยอีก 3 เฉดสี  ในส่วนออพชั่นในการตกแต่งภายในมีให้เลือก 2 แบบ 2 เฉดสีสไตล์ทูโทน คือ แบบสปอร์ต (Sportivo) และ แบบหรูหรา (Elegante) ในส่วนออพชั่นอื่นๆจากหลากหลายออพชั่นที่นิช คาร์สังให้ติดตั้งมากับรถทุกคัน เช่น ระบบเครื่องเสียงชั้นเลิศที่ทำงานผสานกับระบบกล้องช่วยถอย </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2011-lamborghini-aventador-7.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ราคารถ Aventador เริ่มต้นที่ 34 ล้านบาท ส่วนรุ่นฟูลออฟชั่นที่ 36 ล้านบาท</strong></p>
<p>Aventador คือคัวแทนของ Murcielago รถยนต์รุ่นใหญ่ที่สุดในสายพานของ Lamborghini ผู้ผลิตรถซุปเปอร์คาร์ชื่อดังจากประเทศอิตาลี และแน่นอนว่ามันถูกสร้างขึ้่นมาเพื่อ เป็นตำนาน ที่จะถูกกล่าวขวัญไปอีกนานที่เดียว ผมเองเริ่มรู้จักรถยนต์ Lamborghini ครั้งแรกเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนโดยการซื้อโปสเตอร์รถยนต์รูปลิ่มสีขาวมาติดผนังที่บ้าน มันสวยงามและเชิญชวน ผมให้อยากเข้าไปสัมผัส มารู้ภายหลังว่ามันคือ Lamborghini Countach หลังจากนั้นเป็นต้นมารถยนต์ Lamborghini ก็ตามหลอหหลอนผมอยู่ภายในจิตรใจเรื่อยมา แล้วคุณล่ะรู้สึกเหมือนผมหรือเปล่า&#8230;..</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/11/08/2011/2011-lamborghini-aventador-lp700-4-by-niche-cars/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Porsche 911 Carrera 4 GTS)</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/16/07/2011/%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88-911-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2-4-%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/16/07/2011/%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88-911-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2-4-%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 16 Jul 2011 14:30:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Supercar & Exotic]]></category>
		<category><![CDATA[408 แรงม้า]]></category>
		<category><![CDATA[911]]></category>
		<category><![CDATA[Carrera 4]]></category>
		<category><![CDATA[GTS]]></category>
		<category><![CDATA[PDK]]></category>
		<category><![CDATA[Porsche]]></category>
		<category><![CDATA[ขับเคลื่อน 4 ล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์เรร่า 4]]></category>
		<category><![CDATA[คูเป้]]></category>
		<category><![CDATA[จีทีเอส]]></category>
		<category><![CDATA[ปอร์เช่]]></category>
		<category><![CDATA[ลิมิเต็ด สลิป]]></category>
		<category><![CDATA[สปอยเลอร์]]></category>
		<category><![CDATA[สปอร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[สเกิร์ตด้านข้าง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดประทุน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=291</guid>
		<description><![CDATA[สตุ้ดการ์ด. ปอร์เช่ เอจี ขยายรุ่นชั้นนำของคาร์เรร่าเพิ่มเติมและนำการขับเคลื่อน 4 ล้อมาใส่ไว้ใน 911 คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (911 Carrera 4 GTS) ใหม่ทั้ง 2 รุ่น ทั้งในรุ่นคูเป้และรุ่นเปิดประทุน โดยเป็นการรวบรวมไว้ซึ่งเครื่องยนต์ที่มี ขุมพลังสูงถึง 408 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) เข้าไว้กับการขับเคลื่อน 4 ล้อของระบบการควบคุมการทรงตัวและการเกาะถนนของรถปอร์เช่ (Porsche Traction Management &#8211; PTM) เพื่อการขับเคลื่อนที่คล่องตัว และความประหยัดของรถคันนี้ยังเป็นที่ดึงดูดใจอย่างมาก ซึ่งเป็นผลมาจากแนวคิดประสิทธิภาพการทำงานอย่างอัจฉริยะของปอร์เช่ (Porsche Intelligent Performance) ที่ทำให้รถยนต์ 911 ขับเคลื่อน 4 ล้อคันนี้มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่มากไปกว่ารุ่นคาร์เรร่า 4 เอส (Carrera 4S) ในรุ่นคูเป้จะมีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่แค่ 11.0 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และในรุ่นเปิดประทุนอยู่ที่ 11.2 ลิตรต่อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/911-Carrera-4-GTS-1.jpg" alt="" /></p>
<p>สตุ้ดการ์ด. ปอร์เช่ เอจี ขยายรุ่นชั้นนำของคาร์เรร่าเพิ่มเติมและนำการขับเคลื่อน 4 ล้อมาใส่ไว้ใน 911 คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (911 Carrera 4 GTS) ใหม่ทั้ง 2 รุ่น ทั้งในรุ่นคูเป้และรุ่นเปิดประทุน โดยเป็นการรวบรวมไว้ซึ่งเครื่องยนต์ที่มี ขุมพลังสูงถึง 408 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) เข้าไว้กับการขับเคลื่อน 4 ล้อของระบบการควบคุมการทรงตัวและการเกาะถนนของรถปอร์เช่ (Porsche Traction Management &#8211; PTM) เพื่อการขับเคลื่อนที่คล่องตัว และความประหยัดของรถคันนี้ยังเป็นที่ดึงดูดใจอย่างมาก ซึ่งเป็นผลมาจากแนวคิดประสิทธิภาพการทำงานอย่างอัจฉริยะของปอร์เช่ (Porsche Intelligent Performance) ที่ทำให้รถยนต์ 911 ขับเคลื่อน 4 ล้อคันนี้มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่มากไปกว่ารุ่นคาร์เรร่า 4 เอส (Carrera 4S) ในรุ่นคูเป้จะมีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่แค่ 11.0 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และในรุ่นเปิดประทุนอยู่ที่ 11.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรเท่านั้น (ตามรูปแบบการขับขี่แบบ NEDC) ทั้ง 2 รุ่นนี้จะเต็มไปด้วยแพ็คเกจอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ที่เพรียบพร้อมมากขึ้นหากเปรียบเทียบกับรุ่นคาร์เรร่า 4 เอส (Carrera 4S)</p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/911-Carrera-4-GTS-2.jpg" alt="" /></p>
<p>เครื่องยนต์ในรุ่น 911 คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (911 Carrera 4 GTS) คันนี้ผลิตจากพื้นฐานเครื่องยนต์ที่ใช้ในรุ่นคาร์เรร่า เอส (Carrera S) ขนาด 3.8 ลิตร 6 สูบ และได้ทำการปรับปรุงท่อไอดี จึงทำให้เกิดขุมพลังเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นถึง 23 แรงม้า (17 กิโลวัตต์) ทำให้รถยนต์รุ่นนี้สามารถขับขุมพลังเครื่องยนต์ออกมาสูงสุดถึง 408 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) ที่ 7,300 รอบต่อนาทีเลยทีเดียว ระบบพิเศษที่ได้เพิ่มเติมเข้าไปนั้นไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มขุมพลังที่ขับออกมาเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์และพัฒนาขุมพลังเครื่องยนต์ให้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน แรงบิดที่เกิดขึ้นในเครื่องยนต์ระหว่างความเร็วรอบต่ำถึงปานกลางที่มากขึ้น นั่นคือ 320 นิวตันเมตรที่รอบเครื่องยนต์ที่ต่ำถึง 1,500 รอบต่อนาที โดยรวมแล้วเครื่องยนต์ 6 สูบเครื่องนี้จะส่งผ่านกำลังแรงบิดที่ 420 นิวตันเมตรที่ความเร็วของเครื่องยนต์ระหว่าง 4,200 – 5,600 รอบต่อนาที และระบบท่อไอเสียแบบสปอร์ต (Sports exhaust system) ได้รับการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อทำให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสกับเสียงเครื่องยนต์แบบสปอร์ตอย่างเต็มพิกัด อีกทั้งเสียงของคาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) คันนี้ยังมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์และน่าประทับใจ เมื่อมองจากทางด้านหลังจะพบท่อไอเสียสีดำที่เพิ่มความโดดเด่นเป็นอย่างมากอีกด้วย</p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/911-Carrera-4-GTS-3.jpg" alt="" /></p>
<p>คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) คันนี้ มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง (62 ไมล์/ชั่วโมง) เพียงแค่ 4.6 วินาทีและในรุ่นเปิดประทุนนั้นเวลาเพียงแค่ 4.8 วินาที สำหรับระบบส่งผ่านกำลังหรือระบบเกียร์มาตรฐานในรุ่น คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) จะมาในรูปแบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และหากต้องการระบบเกียร์อัจฉริยะแบบ<br />
อัตโนมัติ 7 จังหวะแบบคลัทช์คู่ของปอร์เช่ หรือ Porsche-Doppelkupplungsgetriebe (PDK) ยังสามารถเลือกติดตั้งได้เป็นอุปกรณ์เสริม และเมื่อติดตั้งระบบเกียร์ PDK จะส่งผลให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้เวลาน้อยลงอีก 0.2 วินาทีเลยทีเดียว</p>
<p>สำหรับระบบการควบคุมการทรงตัวและการเกาะถนนของปอร์เช่หรือ PTM แบบขับเคลื่อน 4 ล้อในคาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) ในรถคันนี้ ส่งผลให้เกิดความสุนทรีย์ในการขับขี่ตามรูปแบบของปอร์เช่ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการรักษาเสถียรภาพของรถที่เพิ่มขึ้น การเกาะถนนและการทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยม ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้มาจากการทำงานของระบบ PTM ที่ทำการควบคุมในส่วนของการส่งถ่ายกำลังแรงบิดของเครื่องยนต์ไปสู่ล้อคู่หน้าหรือหลังตามความเหมาะสม ด้วยชุดคลัทช์แบบแผ่นซ้อนกันหลายแผ่น (Multiple-plate clutch) ไม่เพียงเท่านั้นคาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) คันนี้ยังใช้ระบบเฟืองท้ายแบบป้องกันล้อหมุนฟรีหรือ ระบบลิมิเต็ด สลิป ดิฟเฟอเรนเชียล (Limited Slip Differential) เพื่อความคล่องตัวในการขับขี่อีกด้วย </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/911-Carrera-4-GTS-4.jpg" alt="" /></p>
<p>หากมองจากสายตาแล้ว ท่านจะได้พบกับความแตกต่างของคาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) ที่มาพร้อมกับการขับเคลื่อน 4 ล้อกับรุ่นก่อนหน้านี้ที่ออกมาในรูปแบบขับเคลื่อนล้อหลังอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นชื่อของรุ่นที่สลักอยู่บนประตูและฝากระโปรงหลัง รวมไปถึงเส้นสายของไฟท้ายด้านหลังที่เพิ่มความเด่นชัดในรูปแบบความเป็นรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้ออีกด้วย คาร์เรร่า จีทีเอส (Carrera GTS) จะมีโครงสร้างและรูปร่างที่กว้างตามรูปแบบความเป็น 911 พร้อมด้วยขนาดความกว้างของเพลาหลังตามแบบ 911 ที่ขับเคลื่อน 4 ล้อทุกประการ ไม่เพียงเท่านั้นรายละเอียดต่างๆของรูปลักษณ์ภายนอกของ 4 จีทีเอส (4 GTS) คันนี้ยังแตกต่างจากรุ่นคาร์เรร่าอื่นๆ ด้วยเช่นกัน อาทิเช่น ล้อที่ได้รับการติดตั้งมานั้นจะมาในรูปแบบล้อ 19 นิ้ว ลาย RS Spyder สีดำและขนาดยาง 305/30 ZR 19 ทางล้อคู่หลัง </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/911-Carrera-4-GTS-5.jpg" alt="" /></p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้นรถรุ่นใหม่คันนี้ยังติดตั้งกระจังหน้าแบบสปอร์ต ดีไซน์ (Sport-Design) พร้อมด้วยลิ้นสปอยเลอร์สีดำ อีกทั้งยังติดตั้งสเกิร์ตด้านข้างสีดำมาอีกด้วย เบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารนั้นมาในรูปแบบสปอร์ต เพื่อเพิ่มเติมความเป็นจีทีเอส (GTS) และด้วยภายในห้องโดยสารนั้นจะประดับด้วยหนัง Alcantara สีดำ อาทิเช่น แผงตรงกลางคอนโซล ขอบพวงมาลัย ด้ามเบรคมือ คันเกียร์ ที่เปิดประตูและฝาที่เก็บของตรงประตู ต่างได้รับการติดตั้งมาเป็นมาตรฐานให้กับรถ ซึ่งคาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) ทั้งสองรุ่นจะพร้อมออกขายในประเทศเยอรมนีตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2011 นี้เป็นต้นไป </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/16/07/2011/%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88-911-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2-4-%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปอร์เช่ เคย์แมน เอส แบล็ค อิดิชั่น (Cayman S Black Edition)</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/16/07/2011/%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/16/07/2011/%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 16 Jul 2011 13:51:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Supercar & Exotic]]></category>
		<category><![CDATA[330 แรงม้า]]></category>
		<category><![CDATA[6 สูบนอน]]></category>
		<category><![CDATA[Black Edition]]></category>
		<category><![CDATA[Cayman S]]></category>
		<category><![CDATA[Cruise control]]></category>
		<category><![CDATA[PDK]]></category>
		<category><![CDATA[Porsche]]></category>
		<category><![CDATA[ปอร์เช่]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ล้อ 19 นิ้ว]]></category>
		<category><![CDATA[สปอร์ตคูเป้]]></category>
		<category><![CDATA[สปอร์ตสองที่นั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ]]></category>
		<category><![CDATA[เคย์แมน เอส]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์วางกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[แบล็ค อิดิชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟหน้าแบบไบซีนอล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=289</guid>
		<description><![CDATA[สตุ้ดการ์ด. ปอร์เช่ เอจี พร้อมเผยโฉมเคย์แมนรุ่นพิเศษใหม่ต่อจากเคย์แมน เอส (Cayman S) แล้วนั่นคือเคย์แมน เอส แบล็ค อิดิชั่น (Cayman S Black Edition) ที่จะออกมาอวดโฉมอย่างเป็นทางการเดือนกรกฎาคม 2011 นี้เป็นต้นไป รถยนต์สปอร์ตคูเป้เครื่องยนต์วางกลางคันนี้ มีจำนวนจำกัดอยู่แค่เพียง 500 คันเท่านั้น และแน่นอนว่ามีขุมพลังที่มากขึ้นและมีอุปกรณ์เสริมติดตั้งที่เพียบพร้อมอีกด้วย เคย์แมน เอส แบล็ค อิดิชั่น (Cayman S Black Edition) คันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 3.4 ลิตร 6 สูบนอน พร้อมด้วยขุมพลังสูงสุดที่เพิ่มกว่าเดิมถึง 10 แรงม้า (7 กิโลวัตต์) นั่นคือ 330 แรงม้า (243 กิโลวัตต์) ที่รอบเครื่องยนต์ 7,400 รอบต่อนาที (เพิ่มขึ้นอีก 200 รอบต่อนาที) เลยทีเดียว ส่วนแรงบิดสูงสุดนั้นยังคงอยู่ในอัตราเดิมซึ่งอยู่ในระดับที่เหนือชั้นอยู่แล้วนั่นคือ 370 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/Cayman-S-Black-Edition-1.jpg" alt="" /></p>
<p>สตุ้ดการ์ด. ปอร์เช่ เอจี พร้อมเผยโฉมเคย์แมนรุ่นพิเศษใหม่ต่อจากเคย์แมน เอส (Cayman S) แล้วนั่นคือเคย์แมน เอส แบล็ค อิดิชั่น (Cayman S Black Edition) ที่จะออกมาอวดโฉมอย่างเป็นทางการเดือนกรกฎาคม 2011 นี้เป็นต้นไป รถยนต์สปอร์ตคูเป้เครื่องยนต์วางกลางคันนี้ มีจำนวนจำกัดอยู่แค่เพียง 500 คันเท่านั้น และแน่นอนว่ามีขุมพลังที่มากขึ้นและมีอุปกรณ์เสริมติดตั้งที่เพียบพร้อมอีกด้วย เคย์แมน เอส แบล็ค อิดิชั่น (Cayman S Black Edition) คันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 3.4 ลิตร 6 สูบนอน พร้อมด้วยขุมพลังสูงสุดที่เพิ่มกว่าเดิมถึง 10 แรงม้า (7 กิโลวัตต์) นั่นคือ 330 แรงม้า (243 กิโลวัตต์) ที่รอบเครื่องยนต์ 7,400 รอบต่อนาที (เพิ่มขึ้นอีก 200 รอบต่อนาที) เลยทีเดียว ส่วนแรงบิดสูงสุดนั้นยังคงอยู่ในอัตราเดิมซึ่งอยู่ในระดับที่เหนือชั้นอยู่แล้วนั่นคือ 370 นิวตันเมตรที่รอบเครื่องยนต์ 4,750 รอบต่อนาทีนั่นเอง </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/Cayman-S-Black-Edition-2.jpg" alt="" /></p>
<p>ขุมพลังเครื่องยนต์ที่มากขึ้นได้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับรถยนต์สปอร์ตสองที่นั่งสีดำล้วนคันนี้ได้อย่างดีเยี่ยม อัตราเร่งของเครื่องยนต์จาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง (62 ไมล์ต่อชั่วโมง) อยู่แค่เพียง 5.1 วินาที หากติดตั้งระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ซึ่งถือได้ว่ามีการพัฒนาขึ้นกว่าเดิม และหากติดตั้งระบบส่งผ่านกำลังหรือระบบเกียร์อัตโนมัติแบบอัจฉริยะของปอร์เช่ (Porsche Doppelkupplungsgetriebe (PDK)) ที่เป็นอุปกรณ์เสริมด้วยแล้ว อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นจะอยู่แค่เพียง 5.0 วินาทีเท่านั้น อัตรานี้สามารถลดลงได้อีกเหลือแค่ 4.8 วินาที หากติดตั้งด้วยระบบการควบคุมการออกตัว (Launch Control) ที่ทำงานผ่านระบบ Sport Chrono package ที่พร้อมให้เลือกติดตั้งเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมนั่นเอง ความเร็วสูงสุดของ เคย์แมน เอส แบล็ค อิดิชั่น (Cayman S Black Edition) เร็วขึ้นกว่าเคย์แมน เอส (Cayman S) ถึง 2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (1.24 ไมล์ต่อชั่วโมง) นั่นคือ 279 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสำหรับเกียร์ธรรมดาและ 277 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหากติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ PDK </p>
<p>ปอร์เช่ เคย์แมน เอส แบล็ค อิดิชั่น (Porsche Cayman S Black Edition) คันนี้เต็มไปด้วยความปราดเปรียวแบบสปอร์ตและมีรูปลักษณ์ที่ดูคล่องตัวมากขึ้น ด้วยขนาดของล้อ 19 นิ้ว ลาย Boxster Spyder ถือได้ว่าใหญ่กว่าล้อมาตรฐานของเคย์แมน เอส (Cayman S) ธรรมดาหรือล้อลาย Cayman S ถึง 1 นิ้วและมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่กว้างกว่าล้อ 19 นิ้วอื่นๆ ของรุ่นเคย์แมน เอส (Cayman S) ถึงครึ่งนิ้ว ส่วนยางมีขนาด 235/35 ZR 19s บนเพลาหน้าและ 265/35 ZR 19s บนเพลาหลัง</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/Cayman-S-Black-Edition-3.jpg" alt="" /></p>
<p>ด้วยอุปกรณ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพและพร้อมใช้งานอย่างครบครันเหล่านี้ทำให้เคย์แมน เอส แบล็ค อิดิชั่น (Cayman S Black Edition) คันนี้เติมเต็มทุกความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างลงตัว อาทิเช่น ระบบไฟหน้าแบบไบซีนอล (Bi-Xenon headlights)ที่มาพร้อมกับระบบไฟเมื่อยามเข้าโค้งและระบบไฟกลางวันแบบ LED และยังมีกระจกภายในและภายนอกที่มีคุณสมบัติป้องกันการลานตาซึ่งทำงานร่วมกับการเซ็นเซอร์ฝน สำหรับเบาะนั่งที่รองรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารทางด้านหน้าจะมาในรูปแบบหนังแท้ผสมหนังเทียม (Partial Leather Seats) สีดำพร้อมด้วยโลโก้ปอร์เช่ที่ประดับอยู่บนที่พักศีรษะ ; ระบบควบคุมอุณหภูมิ (Climate control) จะอำนวยให้เกิดอุณหภูมิที่สะดวกสบายต่อผู้โดยสารอีกด้วย ห้องโดยสารของผู้ขับขี่ในเคย์แมน แบล็ค อิดิชั่นคันนี้ ยังติดตั้งพวงมาลัยแบบดีไซน์สปอร์ต (Sport Design steering wheel) และระบบควบคุมการขับเคลื่อน (Cruise control) อีกด้วย เพื่อการขับขี่บนความเร็วที่คงที่และให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ประหยัดและสะดวกสบายต่อผู้ขับขี่นั่นเอง </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/Cayman-S-Black-Edition-4.jpg" alt="" /></p>
<p>ในทุกๆ รายละเอียดที่อยู่ในรถยนต์สปอร์ตคูเป้รุ่นจำกัดคันนี้เต็มไปด้วยหลักการของการใช้สีเข้ามาเติมแต่งเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นแผงหน้าปัดที่อยู่ในรูปแบบสีดำสนิท ก้านเกียร์และขอบแผงหน้ารถต่างเป็นสีดำเช่นกัน กาบประตูทำมาจากเหล็กแสตนเลสและประดับด้วยตัวอักษรคำว่า “Black edition” ; ฝาช่องเก็บสัมภาระยังติดตั้งเหล็กที่สลักให้เห็นถึงความเป็นรุ่นที่มีจำนวนจำกัดอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นรถคันนี้ยังติดตั้งระบบเสียงให้ความบันเทิงแบบ Sound Package Plus ด้วยเช่นกัน และความบันเทิงต่างๆภายในรถจะถูกควบคุมโดยระบบการจัดการการสื่อสารของปอร์เช่หรือ Porsche Communication Management (PCM) นั่นเอง ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระบบต่างๆ ไว้มากมาย อาทิเช่น ระบบค้นหาเส้นทาง ระบบการเชื่อมต่อ ระบบเสียงอินเตอร์เฟช (AUX, USB, iPod) อีกทั้งโทรศัพท์มือถือยังสามารถควบคุมผ่านระบบนี้ได้ด้วยเช่นกัน โดยรวมแล้ว เคย์แมน เอส แบล็ค อิดิชั่น (Cayman S Black Edition) คันนี้เพรียบพร้อมไปด้วยความสะดวกสบายตามรูปแบบของปอร์เช่ที่มีทั้งแพคเกจให้ความบันเทิงและแพคเกจดีไซน์ต่างๆ ที่ลงตัวอีกทั้งยังสนนราคาที่น่าประทับใจอีกด้วย </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/16/07/2011/%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทยแถลงข่าวกิจกรรม สุดยอดนักขับประหยัดน้ำมัน 1 ลิตร</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/01/04/2011/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/01/04/2011/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Apr 2011 16:02:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car News]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเชื้อเพลิงสูตรประหยัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีบริการน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[สุดยอดนักขับประหยัดน้ำมัน 1 ลิตร]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เชลล์ ฟิวเซฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เผาไหม้สมบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มประสิทธิภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[แก๊สโซฮอล์ 91]]></category>
		<category><![CDATA[แก๊สโซฮอล์ 95]]></category>
		<category><![CDATA[แถลงข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=283</guid>
		<description><![CDATA[บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวการจัดกิจกรรม “สุดยอดนักขับประหยัดน้ำมัน 1 ลิตร” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เชลล์ ฟิวเซฟ ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ผลิตภัณฑ์ เชลล์ ฟิวเซฟ คือ น้ำมันเชื้อเพลิงสูตรประหยัด ประกอบด้วย เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 และ เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ซึ่งมีสูตรเพิ่มประสิทธิภาพพิเศษจากเชลล์ ช่วยลดการสูญเสียพลังงานที่สูญเปล่าในเครื่องยนต์ ให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยหล่อลื่นในส่วนที่น้ำมันเครื่องเข้าไปไม่ถึง และในน้ำมัน เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ยังช่วยให้จุดระเบิดได้เร็วขึ้นทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุด 1 ลิตรต่อน้ำมัน 1 ถัง ในปีนี้บริษัท เชลล์ ได้จัดโครงการ “สุดยอดนักขับประหยัดน้ำมัน 1 ลิตร” เพื่อค้นหาสุดยอดนักขับประหยัดน้ำมัน โดยขับรถให้ได้ระยะทางไกลที่สุดด้วยน้ำมัน เชลล์ ฟิวเซฟ เพียง 1 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/statement/Shell-Fuel-Save-3.jpg" alt="" /></p>
<p>บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวการจัดกิจกรรม “สุดยอดนักขับประหยัดน้ำมัน 1 ลิตร” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เชลล์ ฟิวเซฟ ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ</p>
<p>ผลิตภัณฑ์ เชลล์ ฟิวเซฟ คือ น้ำมันเชื้อเพลิงสูตรประหยัด ประกอบด้วย เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 และ เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ซึ่งมีสูตรเพิ่มประสิทธิภาพพิเศษจากเชลล์ ช่วยลดการสูญเสียพลังงานที่สูญเปล่าในเครื่องยนต์ ให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยหล่อลื่นในส่วนที่น้ำมันเครื่องเข้าไปไม่ถึง และในน้ำมัน เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ยังช่วยให้จุดระเบิดได้เร็วขึ้นทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุด 1 ลิตรต่อน้ำมัน 1 ถัง</p>
<p>ในปีนี้บริษัท เชลล์ ได้จัดโครงการ “สุดยอดนักขับประหยัดน้ำมัน 1 ลิตร” เพื่อค้นหาสุดยอดนักขับประหยัดน้ำมัน โดยขับรถให้ได้ระยะทางไกลที่สุดด้วยน้ำมัน เชลล์ ฟิวเซฟ เพียง 1 ลิตร</p>
<p>การแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ภูมิภาคได้แก่ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และ ภาคกลาง ผูชนะระดับภูมิภาคจะได้เข้าชิง สุดยอดนักขับประหยัดน้ำมันของประเทศไทย ในวันที่ 19 มิถุนายน 2554 โดยมีรางวัลเป็นรถยนต์ นิสสัน มาร์ช รุ่น VL X Tronic CVT 1 คัน มูลค่า 537,000 บาท รวมของรางวัลทั้งสิ้นกว่าล้านบาท</p>
<p>ผู้ชนะระดับภูมิภาคสุดยอดนักขับประเทศไทย จะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับเอเชียที่ประเทศมาเลเซีย โดยในปีที่แล้วตัวแทนประเทศไทย คุณแอน อลิชา ไล่ศัตรูไกล เป็นผู้ชนะเลิศระดับเอเซียด้วยสถิติ 15.648 กิโลเมตร ด้วยน้ำมันเพียง 1 ลิตรเท่านั้น</p>
<p>สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน สุดยอดนักขับประหยัดน้ำมัน 1 ลิตร สามารถติดต่อขอรับใบสมัครได้ที่ สถานีบริการน้ำมันเชลล์ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2554 เป็นต้นไป</p>
<p><strong>บรรยากาศการแถลงข่าว</strong></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/statement/Shell-Fuel-Save-1.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/statement/Shell-Fuel-Save-2.jpg" alt="" /><br />
บรรยากาศสนาม BRC ในวันแถลงข่าว</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/statement/Shell-Fuel-Save-4.jpg" alt="" /><br />
เริ่มแถลงข่าวด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เชลล์ ฟิวเซฟ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/statement/Shell-Fuel-Save-5.jpg" alt="" /><br />
ประธานในพิธีครั้งนี้</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/statement/Shell-Fuel-Save-6.jpg" alt="" /><br />
พิธีกรประจำงานแถลงข่าวครั้งนี้</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/statement/Shell-Fuel-Save-7.jpg" alt="" /><br />
ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงของเชลล์</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/statement/Shell-Fuel-Save-8.jpg" alt="" /><br />
ทดสอบต่อหน้าสื่อมวลชน</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/statement/Shell-Fuel-Save-9.jpg" alt="" /><br />
ประธานในพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/statement/Shell-Fuel-Save-10.jpg" alt="" /><br />
เกมส์สนุกๆจากเชลล์ ให้สื่อมวลชนได้เล่นรอก่อนการแข่งขัน</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/statement/Shell-Fuel-Save-11.jpg" alt="" /><br />
ของที่ระลึกที่นำมาแจกผู้สื่อข่าว</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/statement/Shell-Fuel-Save-12.jpg" alt="" /><br />
เริ่มการแข่งขันในช่วงบ่าย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/statement/Shell-Fuel-Save-13.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/statement/Shell-Fuel-Save-14.jpg" alt="" /><br />
รถที่ใช้ในการแข่งขัน</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/statement/Shell-Fuel-Save-15.jpg" alt="" /><br />
มีการตอบคำถามความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการขับประหยัดน้ำมัน ถ้าตอบผิดต้องแบกตระกล้าแตงโมขึ้นรถไปด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/01/04/2011/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>2554 ปีทองของคอรถกระบะไทย</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/23/03/2011/2554-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/23/03/2011/2554-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Mar 2011 11:25:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Special Feature]]></category>
		<category><![CDATA[Big Minor Change]]></category>
		<category><![CDATA[Ford]]></category>
		<category><![CDATA[Isuzu]]></category>
		<category><![CDATA[Mazda]]></category>
		<category><![CDATA[Mitsubishi]]></category>
		<category><![CDATA[Model Change]]></category>
		<category><![CDATA[Motor Show]]></category>
		<category><![CDATA[Navara]]></category>
		<category><![CDATA[Nissan]]></category>
		<category><![CDATA[toyota]]></category>
		<category><![CDATA[Triton]]></category>
		<category><![CDATA[Vego]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภคชาวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รถกระบะ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์ดีเซล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=270</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากเปิดแนวรุกแข่งขันกันอย่างรุนแรงมาได้พักใหญ่ๆ มาถึงปี 2554 นี้จะเป็นปีทองของผู้บริโภครถกระบะชาวไทยบ้างละครับ เพราะด้วยปีนี้จะมีการเปิดตัวรถกระบะขนาด 1 ตันใหม่กันเกือบครบทุกค่าย เริ่มด้วยค่าย Mitsubishi เปิดตัว Triton ใหม่ตั้งแต่ต้นปีเลยกับเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 2.5 ลิตร 177 แรงม้า ตามด้วยค่าย Ford และ Mazda ก็เปิดตัวรถกระบะรุ่นใหม่หมดแบบ Model Change กันต่อเนื่อง ซึ่งจะได้เห็นตัวเป็นๆกันในงาน Motor Show 2011 นี้แน่นอนครับ หลังจากผ่านพ้นครึ่งปีไปแล้วจะตามมาด้วยค่าย Toyota และ Isuzu ที่เป็นคู่ชกชิงแชมป์ เจ้าตลาดรถกระบะไทย มาโดยตลอด ก็แน่นอนว่าจะต้องช่วงชิงกันเปิดตัวอย่างแน่นอน โดนทาง Toyota จะเป็นการ Big Minor Change เจ้า Vego ซึ่งครองเข็มขัดแชมป์มาแล้ว 5 ปีซ้อน ส่วนค่าย Isuzu จะเป็นการ Model Change ใหม่แบบหัวจรดเท้าเลยทีเดียว ต่อจากนั้นก่อนสิ้นปีน่าจะเป็นค่าย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/aa_2012_mazda_bt_50_dualcab_australian_international_motor_show_03-4cb6f87a93cd6-615x350.jpg" alt="New Mazda BT50" /></p>
<p>หลังจากเปิดแนวรุกแข่งขันกันอย่างรุนแรงมาได้พักใหญ่ๆ มาถึงปี 2554 นี้จะเป็นปีทองของผู้บริโภครถกระบะชาวไทยบ้างละครับ เพราะด้วยปีนี้จะมีการเปิดตัวรถกระบะขนาด 1 ตันใหม่กันเกือบครบทุกค่าย เริ่มด้วยค่าย Mitsubishi เปิดตัว Triton ใหม่ตั้งแต่ต้นปีเลยกับเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 2.5 ลิตร 177 แรงม้า ตามด้วยค่าย Ford และ Mazda ก็เปิดตัวรถกระบะรุ่นใหม่หมดแบบ Model Change กันต่อเนื่อง ซึ่งจะได้เห็นตัวเป็นๆกันในงาน Motor Show 2011 นี้แน่นอนครับ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/4WD.jpg" alt="New Mitsubishi Triton" /></p>
<p>หลังจากผ่านพ้นครึ่งปีไปแล้วจะตามมาด้วยค่าย Toyota และ Isuzu ที่เป็นคู่ชกชิงแชมป์ เจ้าตลาดรถกระบะไทย มาโดยตลอด ก็แน่นอนว่าจะต้องช่วงชิงกันเปิดตัวอย่างแน่นอน โดนทาง Toyota จะเป็นการ Big Minor Change เจ้า Vego ซึ่งครองเข็มขัดแชมป์มาแล้ว 5 ปีซ้อน ส่วนค่าย Isuzu จะเป็นการ Model Change ใหม่แบบหัวจรดเท้าเลยทีเดียว ต่อจากนั้นก่อนสิ้นปีน่าจะเป็นค่าย Nissan ที่จะ Minor Change เจ้า Navara พร้อมกับเปลี่ยนหัวใจดวงใหม่ที่มีข่าวแว่วๆมาว่าแรงระดับ 190 แรงม้าทีเดียวครับ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/car_10220153.jpg" alt="" /></p>
<p>แต่โดยทั่วๆไปแล้วค่ายรถต่างๆน่าจะพัฒนาเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรเป็นหลักขึ้นมาแทนเครื่อง 3.0 ลิตรซึ่งคงตามหาคำว่าประหยัดไม่เจอเป็นแน่แท้ แล้วเครื่องยนต์ตัวรองน่าจะหดลงเหลือ 2.2 ลิตร เพราะว่าเครื่องยนต์ดีเซลสมัยใหม่นั้นให้แรงม้าและแรงบิดได้อย่างเหลือเชื่อ แม้รถกระบะขนาด 1 ตัน ในบ้านเรามีแนวโน้มที่จะขยับขยายตัวถังไปเทียบเท่ารถกระบะขนาด 1.5 ตัน กันอย่างแน่นอน แต่เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร ก็สามารถขับเคลื่อนตัวถังที่ใหญ่โตได้อย่างสบาย ตอนนี้เหมือนจะเป็นช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ของค่ายรถญี่ปุ่น ซึ่งทางยุโรบโดยเฉพาะ เยอรมัน เปลี่ยนมา 2 ถึง 3 ปีแล้ว</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/newisuzu.jpg" alt="New Isuzu" /></p>
<p>อย่างไรก็ดีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ กลับส่งผลดีโดยตรงให้กับผู้บริโภคชาวไทย ที่จะได้ใช้รถกระบะคุณภาพดี มีเครื่องยนต์ที่ทันสมัย ทั้งขับสนุกและประหยัดน้ำมัน และเมื่อมีการแข่งขันกันสูงมากในตลาด ผูบริโภคก็จะได้รับประโยชน์ในแง่ของราคาและเงื่อนไขต่างๆด้วย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/ford-ranger-max-01.jpg" alt="" /></p>
<p>สุดท้ายใครเป็นแฟนค่ายรถยนต์ค่ายไหนก็คงต้องรอลุ้นกันถึงสิ้นปีนี้แน่นอนครับ รับรองมีให้เลือกอย่างจุใจแน่ๆครับ</p>
<p>ขอบคุณครับ แล้วพบกันใหม่ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/23/03/2011/2554-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Mitsubishi i MiEV Sport ขุมพลังไฟฟ้า</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/07/12/2010/mitsubishi-i-miev-sport-%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/07/12/2010/mitsubishi-i-miev-sport-%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Dec 2010 13:47:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Concept Car]]></category>
		<category><![CDATA[i MiEV Sport]]></category>
		<category><![CDATA[Mitsubishi]]></category>
		<category><![CDATA[ขุมพลังไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[มอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[มอเตอร์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[มิตซูบิชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ยนตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ไอมีฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=256</guid>
		<description><![CDATA[Mitsubishi i MiEV Sport นับเป็นสุดยอดเทคโนโลยียนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าจากมิตซูบิชิโดยมีพื้นฐานจากมิตซูบิชิ ไอมีฟ (i MiEV) โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อจากมอเตอร์โดยตรงภายในล้อ (S-AWC : Super All Wheel Control) ทำให้ได้มาซึ่งสมรรถนะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นเยี่ยม การออกแบบ “ i MiEV Sport” มาพร้อมการออกแบบภายนอกสไตล์ฟาสต์แบ็กช่วยให้รถดูปราดเปรียวมากขึ้น พร้อมตัวถังสีเขียวสว่างประกายมุกเชื่อมโยงกับธรรมชาติพร้อมส่งประกายเมื่อมีแสงส่องกระทบจึงให้ความรู้สึกล้ำสมัยสะท้อนเทคโนโลยีแห่งอนาคต ในขณะที่การออกแบบภายในที่เรียบง่ายให้ความรู้สึกสบายเสมือนนั่งอยู่ในบ้าน พร้อมการตกแต่งด้วยวัสดุเมทัลลิกสะท้อนความเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคตได้เป็นอย่างดี พร้อมไฟในห้องโดยสารแบบ LED สีน้ำเงินสะท้อนถึงความเป็นธรรมชาติ ล้ำสมัย รูปร่าง “i MiEV Sport” ใช้โครงสร้างการวางเครื่องยนต์ไว้ตรงกลางด้านหลังเช่นเดียวกับมิตซูบิชิ ไอมีฟ ด้วยระยะฐานล้อที่กว้างขึ้นช่วยให้สามารถติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประสิทธิภาพสูงไว้ในส่วนล่างของตัวรถ ส่วนมอเตอร์และอินเวอร์เตอร์ติดตั้งอยู่ด้านล่างที่ใส่สัมภาระ ซึ่งจากการวางโครงสร้างดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้สามารถกระจายน้ำหนักของตัวรถทำให้รถมีการทรงตัวที่เป็นเยี่ยมแล้วยังมีส่วนช่วยในเรื่องสมรรถนะและช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร โครงสร้างตัวถัง มิตซูบิชิ i MiEV Sport มาพร้อมโครงสร้างตัวถังขึ้นรูปแบบสเปซ เฟรม โดยใช้อลูมิเนียมซึ่งมีน้ำหนักเบา แข็งแรง และทนทานเป็นวัสดุหลัก ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาช่วยเพิ่มสมรรถนะให้กับตัวรถ และมีการออกแบบโครงสร้างที่ดีทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และส่วนอื่นๆ ช่วยให้มีความปลอดภัยเป็นเยี่ยมจากการสามารถลดแรงกระแทกจากการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/i-MiEV-Sport-1.jpg" alt="" /></p>
<p>Mitsubishi i MiEV Sport  นับเป็นสุดยอดเทคโนโลยียนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าจากมิตซูบิชิโดยมีพื้นฐานจากมิตซูบิชิ ไอมีฟ (i MiEV)  โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อจากมอเตอร์โดยตรงภายในล้อ  (S-AWC : Super All Wheel Control)  ทำให้ได้มาซึ่งสมรรถนะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นเยี่ยม</p>
<p><strong>การออกแบบ</strong><br />
“ i MiEV Sport” มาพร้อมการออกแบบภายนอกสไตล์ฟาสต์แบ็กช่วยให้รถดูปราดเปรียวมากขึ้น พร้อมตัวถังสีเขียวสว่างประกายมุกเชื่อมโยงกับธรรมชาติพร้อมส่งประกายเมื่อมีแสงส่องกระทบจึงให้ความรู้สึกล้ำสมัยสะท้อนเทคโนโลยีแห่งอนาคต ในขณะที่การออกแบบภายในที่เรียบง่ายให้ความรู้สึกสบายเสมือนนั่งอยู่ในบ้าน พร้อมการตกแต่งด้วยวัสดุเมทัลลิกสะท้อนความเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคตได้เป็นอย่างดี พร้อมไฟในห้องโดยสารแบบ LED สีน้ำเงินสะท้อนถึงความเป็นธรรมชาติ ล้ำสมัย</p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/i-MiEV-Sport-2.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>รูปร่าง</strong><br />
“i MiEV Sport” ใช้โครงสร้างการวางเครื่องยนต์ไว้ตรงกลางด้านหลังเช่นเดียวกับมิตซูบิชิ ไอมีฟ ด้วยระยะฐานล้อที่กว้างขึ้นช่วยให้สามารถติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประสิทธิภาพสูงไว้ในส่วนล่างของตัวรถ ส่วนมอเตอร์และอินเวอร์เตอร์ติดตั้งอยู่ด้านล่างที่ใส่สัมภาระ  ซึ่งจากการวางโครงสร้างดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้สามารถกระจายน้ำหนักของตัวรถทำให้รถมีการทรงตัวที่เป็นเยี่ยมแล้วยังมีส่วนช่วยในเรื่องสมรรถนะและช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร</p>
<p><strong>โครงสร้างตัวถัง</strong><br />
มิตซูบิชิ  i MiEV Sport มาพร้อมโครงสร้างตัวถังขึ้นรูปแบบสเปซ เฟรม โดยใช้อลูมิเนียมซึ่งมีน้ำหนักเบา แข็งแรง และทนทานเป็นวัสดุหลัก ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาช่วยเพิ่มสมรรถนะให้กับตัวรถ  และมีการออกแบบโครงสร้างที่ดีทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และส่วนอื่นๆ ช่วยให้มีความปลอดภัยเป็นเยี่ยมจากการสามารถลดแรงกระแทกจากการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการชนจากด้านหน้า ด้านหลัง หรือด้านข้าง  ในกรณีที่ชนจากด้านหลังจะมีชุดอุปกรณ์ไฟฟ้า (EV components) ซึ่งอยู่ใต้เบาะหลัง รวมทั้งพื้นรถด้านหลังจะทำหน้าที่ลดแรงกระแทกช่วยให้ห้องโดยสารสามารถคงรูปป้องกันความสียหายในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การวางเครื่องยนต์ไว้ตรงกลางด้านหลังประกอบกับตัวถังแบบ RISE Body  ทำให้ปลอดภัยจากการชนรอบทิศทาง  แม้จะเป็นการชนกับรถที่มีขนาดและน้ำหนักที่แตกต่างกันก็ตาม</p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/i-MiEV-Sport-Interior-1.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ระบบขับเคลื่อน  (S-AWC)</strong><br />
มิตซูบิชิ   i MiEV Sport  ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแม่เหล็กถาวร 3 ตัว โดยสองตัวแรกติดตั้งภายในล้อคู่หน้า  ในขณะที่สองล้อหลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์เดี่ยวซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้ใน i-MiEV โดยทั้งหมดจะทำงานร่วมกันภายใต้การขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ หรือ E-4WD และยังมีการติดตั้งระบบ E-AYC (Electric Active Yaw Control) เพื่อช่วยในการควบคุมการกระจายแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังสู่ล้อหลังซ้ายและขวาอย่างได้สมดุลและสอดคล้องกับสภาพเส้นทางและการขับ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการติดตั้งระบบ ABS และ ASC  ซึ่งควบคุมการขับขี่อย่างอิสระจึงทำให้เบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสภาพการขับขี่พร้อมเสถียรภาพในการขับเคลื่อนสูงสุด</p>
<p><strong>เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม</strong><br />
มิตซูบิชิ i MiEV Sport มาพร้อมเทคโนโลยีที่ให้ความประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นเยี่ยมจากการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคารถ   ชุดพัดลมกำเนิดพลังงานกำลังไฟฟ้าภายในกระจังหน้า  การเปลี่ยนแปลงการทำงานของเบรกให้สามารถเรียกคืนพลังงานเมื่อรถช้าลง  พร้อมการติดตั้งหลอดไฟประหยัดพลังงาน LEDs  ทั้งในไฟหลังและภายในห้องโดยสาร  และระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพจากการใช้กระจกที่ดูดซับความร้อน  ยิ่งไปกว่านั้นการใช้พลาสติกเขียว ( Green Plastic) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของมิตซูบิชิมาใช้เป็นวัสดุตกแต่งภายใน ทำให้ได้รับการยอมรับในเรื่องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นเยี่ยม</p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/i-MiEV-Sport-3.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ข้อมูลทางเทคนิค</strong><br />
ความยาวตลอดคัน:	3,450 [มม.]<br />
ความกว้างตลอดคัน:	1,600 [มม.]<br />
ความสูง:	1,400 [มม.]<br />
ระยะฐานล้อ:	2,550 [มม.]<br />
Track (F/R):	1,405/1,405 [มม.]<br />
ที่นั่ง:	2 + 2<br />
มอเตอร์:	Permanent magnetic synchronous motors<br />
ล้อหน้า: In-wheel motors<br />
ล้อหลัง: Single motor<br />
กำลังสูงสุด:	ล้อหน้า: 20kW 2; ล้อหลัง: 47kW<br />
แรงบิดสูงสุด:	ล้อหน้า: 250 Nm 2; ล้อหลัง: 180 Nm<br />
ความเร็วสูงสุด:	180km/h<br />
Range (10-15 Mode):	200km<br />
ยาง:	175/40R17</p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/i-MiEV-Sport-Interior-2.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/07/12/2010/mitsubishi-i-miev-sport-%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Road Test &#8211; 2009 Kawasaki NINJA 250</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/08/04/2010/road-test-2009-kawasaki-ninja-250/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/08/04/2010/road-test-2009-kawasaki-ninja-250/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Apr 2010 13:52:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[iCar Test]]></category>
		<category><![CDATA[2009]]></category>
		<category><![CDATA[Big Bike]]></category>
		<category><![CDATA[Engine Brake]]></category>
		<category><![CDATA[Kawasaki]]></category>
		<category><![CDATA[NINJA 250]]></category>
		<category><![CDATA[Road Test]]></category>
		<category><![CDATA[Super Bike]]></category>
		<category><![CDATA[คาวาซากิ]]></category>
		<category><![CDATA[ทดลองขับ]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=216</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับ Kawasaki NINJA 250 นั้น ผมต้องยกให้เป็นรถจักรยานยนต์ที่ถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการยานยนต์ไทย เจ้า Kawasaki NINJA 250 คันนี้อาจจะเป็นต้นแบบการเปลี่ยนแปลงของรถจักรยานยนต์ไทยในยุคต่อไป ในอดีตผมเคยใฝ่ฝันให้ประเทศไทยเราผลิตรถ Big Bike ออกมาขายในราคาที่ใครก็เป็นเจ้าของได้ แต่ก็คงได้แค่ฝัน วันนี้ Kawasaki ปลุกฝันนั้นของผมกลับมาอีกครั้ง และรอคอยที่จะเห็นอนาคตอย่างใจจดใจจ่อ Kawasaki NINJA 250 เป็นรถจักรยานยนต์ประเภท Big Bike ได้ครับ ใช้เป็นรถครู ฝึกความสามารถในการคุมรถ Big Bike เพื่อไต่ระดับขึ้นไปเล่น Super Bike ได้ในอนาคต หรือจะใช้เป็นยานพาหนะคู่กายในชีวิตประจำวันเจ้า Kawasaki NINJA 250 ก็เป็นได้อย่างดีทีเดียว เมื่อความฝันอยู่ตรงหน้า ผมจึงต้องคว้าโอกาสไว้ ขอลองซะเลย อิอิ&#8230;.. เรานัด พี่ชาญณรงค์ นิ่มบุญ ผู้จัดการโชว์รูมคาวาซากิพระรามเก้า เวลาประมาณ10.00น. โชว์รูมพระรามเก้านี้จากแยกฟอร์จูนไปทางถนนพระรามเก้า เลยแยก อสมท. ไปนิดหน่อยชิดซ้าย ก็เข้ามาที่ศูนย์แล้วครับระหว่างขับรถเข้ามาก็เห็นพี่ชาญณรงค์กำลังต้อนรับลูกค้าของ Kawasaki [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/จักยานยนต์/Kawasaki/Kawasaki_Ninja_250-2.jpg" alt="" /></p>
<p>สำหรับ Kawasaki NINJA 250 นั้น ผมต้องยกให้เป็นรถจักรยานยนต์ที่ถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการยานยนต์ไทย เจ้า Kawasaki NINJA 250 คันนี้อาจจะเป็นต้นแบบการเปลี่ยนแปลงของรถจักรยานยนต์ไทยในยุคต่อไป ในอดีตผมเคยใฝ่ฝันให้ประเทศไทยเราผลิตรถ Big Bike ออกมาขายในราคาที่ใครก็เป็นเจ้าของได้ แต่ก็คงได้แค่ฝัน วันนี้ Kawasaki ปลุกฝันนั้นของผมกลับมาอีกครั้ง และรอคอยที่จะเห็นอนาคตอย่างใจจดใจจ่อ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/จักยานยนต์/Kawasaki/Kawasaki_Ninja_250-1.jpg" alt="" /></p>
<p>Kawasaki NINJA 250 เป็นรถจักรยานยนต์ประเภท Big Bike ได้ครับ ใช้เป็นรถครู ฝึกความสามารถในการคุมรถ Big Bike เพื่อไต่ระดับขึ้นไปเล่น Super Bike ได้ในอนาคต หรือจะใช้เป็นยานพาหนะคู่กายในชีวิตประจำวันเจ้า Kawasaki NINJA 250 ก็เป็นได้อย่างดีทีเดียว เมื่อความฝันอยู่ตรงหน้า ผมจึงต้องคว้าโอกาสไว้ ขอลองซะเลย อิอิ&#8230;..</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/จักยานยนต์/Kawasaki/Kawasaki_Ninja_250-3.jpg" alt="" /></p>
<p>เรานัด พี่ชาญณรงค์ นิ่มบุญ ผู้จัดการโชว์รูมคาวาซากิพระรามเก้า เวลาประมาณ10.00น. โชว์รูมพระรามเก้านี้จากแยกฟอร์จูนไปทางถนนพระรามเก้า เลยแยก อสมท. ไปนิดหน่อยชิดซ้าย ก็เข้ามาที่ศูนย์แล้วครับระหว่างขับรถเข้ามาก็เห็นพี่ชาญณรงค์กำลังต้อนรับลูกค้าของ Kawasaki อยู่ คนค่อนข้างหนาตาเลยครับวันนี้ ทั้งๆที่เป็นวันธรรมดา เราจอดรถแล้วเดินเข้าไปพบพี่ชาญณรงค์ ซึ่งพี่เค้าก็ทักทายพวกเราด้วยความเป็นกันเอง คำถามแรกที่พี่ชาญณรงค์ถามคือ มาถ่ายรูปลองรถกันล่ะสิ ได้เลยๆ เรานั่งรับลมแอร์เย็นๆในโชว์รูมสวยๆ ที่มีเจ้า Kawasaki NINJA 250 สีแดง ลายใหม่ปี 2010 ในโชว์รูมมีเจ้าม้าเหล็กสวยๆจอดอยู่อีกหลายคัน เช่น  Kawasaki NINJA 650R, Kawasaki ER-6n ตัวสุดสวย ซึ่งวันนี้ก็มีลูกค้ามารับรถรุ่นนี้ด้วยครับ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/จักยานยนต์/Kawasaki/Kawasaki_Ninja_250-4.jpg" alt="" /></p>
<p>จากที่ได้เห็นกับตาชัดๆเจ้า Kawasaki NINJA 250 ปี 2009 นี้ มีรายละเอียดของเนื้องานค่อนข้างดี แต่ก็มีอยู่หลายส่วนที่มองแล้วเหมือนอะไหล่ของรถเล็ก 150 cc. สัมผัสแรกที่ลองจับเจ้า Kawasaki NINJA 250 ความรู้สึกคือ หนักเอาเรื่องแฮะ ตูจะขี่ไหวไหมเนี่ย ซึ่งน้ำหนักส่วนใหญ่มาจากโครงรถที่ใหญ่ ดูแข็งแรงดี และเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 2 สูบเรียง DOHC 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 249 cc. ผลิตแรงม้าได้ 33 ตัว ที่ 11000 รอบ/นาที อุปกรณ์ที่ให้มากับรถทั้งเรือนไมล์ จานเบรค ปั้มเบรค รู้สึกว่าดูไม่หวือหวาอะไรออกแนวเรียบๆ แต่ที่สะดุดตา เห็นจะเป็น บั้นท้ายที่สวยงามลงตัวเส้นสายคมกริบ บวกกับถังน้ำมันขนาดใหญ่จุ 17 ลิตร ถ้าใช้เดินทางไป-กลับจากบ้านถึงที่ทำงานในกรุงเทพนี่สงสัย อาทิตย์หนึ่งเติมน้ำมันครั้งเดียวพอ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/จักยานยนต์/Kawasaki/Kawasaki_Ninja_250-5.jpg" alt="" /></p>
<p>Kawasaki NINJA 250 กับความสูงจากพื้นถึงเบาะนั่ง 790 มิลลิเมตร ถ้าคนขับสูงไม่เกิน 165 ซม. นี่ถ้าจะเหนื่อยในการขึ้นคร่อมอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าใจรักซะอย่างก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะคนซ้อนหลังนี่เวลาขึ้นซ้อนจะอยู่สูงน่ากลัวเหมือนกัน </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/จักยานยนต์/Kawasaki/Kawasaki_Ninja_250-6.jpg" alt="" /></p>
<p>การทดลองขับ เราทดสอบอยู่บริเวณใกล้เคียงที่ตั้งของศูนย์ Kawasaki พระราม 9 เท่านั้น ไม่ได้ไปไหนไกลและไม่ได้ใช้ความเร็วสูงมากนัก เนื่องจากรถบนถนนค่อนข้างเยอะ และเราไปกัน 2 คนซ้อนกันไปคันเดียว แต่เจ้า Kawasaki NINJA 250 ก็ไม่ได้ทำให้เราผิดหวังแต่ประการใด ความรู้สึกที่เหนือกว่ารถเล็กทุกประการ ทั้งกำลังเครื่องยนต์ที่มาตามสั่งในทุกรอบความเร็ว มาจากแรงบิดสูงสุด 22 นิวตัน-เมตร ที่ 8200 รอบ/นาที ทั้งระบบช่วงล่างที่นุ่มนวล แต่ทรงพลังในการยึดเกาะถนน ที่ได้มาจากกระบอกโช๊คคู่หน้าขนาดใหญ่ และโช๊คเดี่ยวด้านหลังขนาดใหญ่ ที่ให้ความรู้สึกของ Big Bike อย่างชัดเจน แต่โช๊คหลังน่าจะหนืดขึ้นอีกนิด รวมถึง Engine Brake ด้วยที่ให้ความรูสึกแบบ Big Bike ได้ดีมากๆ ผมเองยังคิดไม่ถึงเลยครับว่า คาลิปเปอร์เบรกที่ดูเหมือนของรถเล็ก 150 cc. มันจะหยุดยั้งได้ดีเมื่อรวมเข้ากับ Engine Brake การเดินทางไกลที่บนท้องถนนไม่มีรถมากนัก แทบจะไม่ต้องใช้เบรกเลยครับ นี่แหละความรู้สึกแบบ Big Bike</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/จักยานยนต์/Kawasaki/Kawasaki_Ninja_250-7.jpg" alt="" /></p>
<p>เราพลัดกันทดลองขับเจ้า Kawasaki NINJA 250 จนเพลิน ตัวเริ่มดำและแสบที่ผิวนิดๆ จึงหาที่หลบแดดและถ่ายรูปกัน เพราะรู้สึกเกรงใจลูกค้าที่อาจจะมารอทดสอบรุ่นนี้เช่นกัน เราจึงจอดถ่ายรูปกันที่บริเวณใต้ทางด่วนบึงพระราม 9 ที่เดียว ไม่ได้ไปแสวงหา Location ถ่ายภาพเพิ่มแต่อย่างใดก่อนเดินทางกลับมาที่ศูนย์ Kawasaki ขากลับรถบนถนนเริ่มมีเยอะขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่พักกลางวันพอดี ทำให้ได้ใช้ความคล่องตัวของเจ้า Kawasaki NINJA 250 อย่างเต็มที่ ซึ่งเจ้า Kawasaki NINJA 250 ก็สอบผ่านได้อย่างสบายแม้จะมีคนซ้อนท้ายก็ตาม ถ้าขับขี่คนเดียวก็ไม่ได้แตกต่างจากรถเล็กมากนัก เพียงแต่ต้องทำความคุ้นเคยกันก่อนเท่านั้น</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/จักยานยนต์/Kawasaki/Kawasaki_Ninja_250-8.jpg" alt="" /></p>
<p>เรากลับมาถึงศูนย์ Kawasaki พระราม 9 ประมาณเกือบบ่ายโมง ซึ่งเป็นเวลาที่ร้อนมาก แต่พอเดินเข้าไปในศูนย์ก็ยังพบกับ พี่ชาญณรงค์ อยู่ในศูนย์ และได้ดื่มน้ำเย็นคลายร้อน จึงเริ่มพูดคุยกันต่อเกี่ยวกับเจ้า Kawasaki NINJA 250 ในแง่มุมต่างๆโดยเฉพาะ เรื่องของราคาขายในบ้านเราที่แพงกว่าที่สหรัฐอเมริกา  ก็ได้รับคำตอบมาว่าเจ้า Kawasaki NINJA 250 Spec อเมริกานั้นเป็นแบบ คาร์บูเรเตอร์ เพราะรัฐบาลอเมริกาต้องการรถราคาถูกมากกว่า รถที่มี Spec สูงๆ การใช้ระบบ คาร์บูเรเตอร์ ทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้มากพอสมควร เพราะไม่ต้องมีกล่อง ECU ควบคุมระบบหัวฉีด รวมถึงเซ็นเซอร์ต่างๆที่ทำงานสัมพันธ์กับกล่อง ECU ซึ่ง Kawasaki NINJA 250 ที่ขายในเมืองไทยมีเซ็นเซอร์ต่างๆทั้งหมด 8 ตัว ทำให้มีต้นทุนในการผลิตสูงกว่าแบบ คาร์บูเรเตอร์ ที่ขายในอเมริกาอยู่มากพอสมควร</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/จักยานยนต์/Kawasaki/Kawasaki_Ninja_250-9.jpg" alt="" /></p>
<p>สรุปโดยรวมแล้วรถจักรยานยนต์ Kawasaki NINJA 250 นั้นมีความคล่องตัวในสภาพการจราจรที่แออัด แต่ก็มีการตอบสนองของเครื่องยนต์แบบรถ Big Bike อยู่เต็มตัว รวมถึงโครงสร้างและระบบช่วงล่างด้วย แต่ทั้งนี้ผมขอฝากถึง Kawasaki อยู่สองถึงสามเรื่องเกี่ยวกับเจ้า Kawasaki NINJA 250 ตัวนี้ เพื่อพัฒนาให้ถึงขีดสุดของรถ Big Bike คันแรกในประวัติศาสตร์ที่ผลิตในเมืองไทย และจะเป็นความภูมิใจของนักเล่น Big Bike ในเมืองไทยต่อไป คือ การเซ็ทอัพช่วงล่างให้เป็นสปอร์ตอย่างแท้จริง การเก็บรายละเอียดในส่วนเว้าของถังน้ำมันให้หลบมือมากกว่านี้ เพื่อความคล่องตัวในการใช้งานในเมือง รวมถึงเรื่องของราคาขาย ถ้าทาง Kawasaki สามารถหาวิธีลดต้นทุนในการผลิตลงได้อีกและลดราคาขายลงมา จะทำให้ตลาดรถ Big Bike ในประเทศไทยคึกคักขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะจะมีผู้เล่นหน้าใหม่ที่ต้องการเจ้า Kawasaki NINJA 250 เพิ่มขึ้นในตลาดอีกมากมาย และตลาดนี้จะพัฒนาไปสู่การครอบครองรถ Super Bike ในอนาคตอย่างแน่นอนครับ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/จักยานยนต์/Kawasaki/Kawasaki_Ninja_250-10.jpg" alt="" /></p>
<p>ท่านที่สนใจจะชมตัวจริงและทดสอบรถ Kawasaki NINJA 250 ติดต่อโดยตรงที่<br />
Kawasaki Motors Enterprise (Thailand) CO., LTD. พระราม 9 โทร. 02-247-7935-8<br />
แล้วพบกันใหม่ครับ คราวหน้าอยากลอง Kawasaki ER-6n หรือ Kawasaki NINJA 650 แบบยาวๆบ้างครับ อิอิ&#8230;&#8230;</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/จักยานยนต์/Kawasaki/Kawasaki_Ninja_250-11.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/จักยานยนต์/Kawasaki/Kawasaki_Ninja_250-12.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/08/04/2010/road-test-2009-kawasaki-ninja-250/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>21</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นิสสัน มาร์ช ใหม่ รถยนต์ ECO Car คันแรกของไทย</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/16/03/2010/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%8a-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-eco-car/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/16/03/2010/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%8a-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-eco-car/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Mar 2010 10:02:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[ECO Car]]></category>
		<category><![CDATA[March]]></category>
		<category><![CDATA[Nissan]]></category>
		<category><![CDATA[V-platform]]></category>
		<category><![CDATA[XTRONIC CVT]]></category>
		<category><![CDATA[นิสสัน]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์ช]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาจำหน่าย]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=205</guid>
		<description><![CDATA[เปิดตัวเป็นรายแรกในโครงการ ECO Car ที่ดูเหมือนภาครัฐจะไม่ได้ช่วยอะไรผู้ผลิตรถยนต์เลย กับนิสสัน มาร์ช ใหม่ ที่ค่อนข้างดูดีเกินตัว เหมาะสำหรับผู้ที่รักความเรียบง่าย ได้รับการออกแบบมาให้เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่เชื่อถือได้ มีสไตล์ โฉบเฉี่ยว ในด้านวิศวกรรมนิสสัน มาร์ช ปราดเปรียวคล่องตัว มาพร้อมระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ โดยเครื่องยนต์มีขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ รหัส HR12DE ระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และเกียร์ระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะ XTRONIC CVT บนโครงสร้างวี แพลทฟอร์ม (V-platform) ใหม่ล่าสุด การออกแบบ มร. มาโกโตะ ยามาเน รองหัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ความเห็นว่า “รถยนต์รุ่นนี้ต้องมีสไตล์และกลิ่นไอของความพิถีพิถัน” การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้คือ – มีกระจังหน้าสองชั้น—ตอบสนองความมีสไตล์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามรูปทรงที่สวยงามคลาสสิกยังคงเป็นสิ่งสำคัญ และนี่คือเหตุผลที่มาร์ชยังคงมีเส้นโค้งบริเวณขอบหน้าต่าง (Arched side window)ที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาร์ช ดึงดูดใจผู้พบเห็น ด้วยความพยายามที่จะรักษาขนาดที่พอเหมาะไว้ นิสสัน มาร์ช ใหม่นี้ มีขนาดยาวขึ้นและความสูงลดลงเพียงเล็กน้อย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March-1.jpg" alt="" /></p>
<p>เปิดตัวเป็นรายแรกในโครงการ ECO Car ที่ดูเหมือนภาครัฐจะไม่ได้ช่วยอะไรผู้ผลิตรถยนต์เลย กับนิสสัน มาร์ช ใหม่ ที่ค่อนข้างดูดีเกินตัว เหมาะสำหรับผู้ที่รักความเรียบง่าย ได้รับการออกแบบมาให้เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่เชื่อถือได้ มีสไตล์ โฉบเฉี่ยว ในด้านวิศวกรรมนิสสัน มาร์ช ปราดเปรียวคล่องตัว มาพร้อมระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ โดยเครื่องยนต์มีขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ รหัส HR12DE ระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และเกียร์ระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะ XTRONIC CVT บนโครงสร้างวี แพลทฟอร์ม (V-platform) ใหม่ล่าสุด</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March-2.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>การออกแบบ</strong></p>
<p>มร. มาโกโตะ ยามาเน รองหัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ความเห็นว่า “รถยนต์รุ่นนี้ต้องมีสไตล์และกลิ่นไอของความพิถีพิถัน” การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้คือ – มีกระจังหน้าสองชั้น—ตอบสนองความมีสไตล์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามรูปทรงที่สวยงามคลาสสิกยังคงเป็นสิ่งสำคัญ และนี่คือเหตุผลที่มาร์ชยังคงมีเส้นโค้งบริเวณขอบหน้าต่าง (Arched side window)ที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาร์ช ดึงดูดใจผู้พบเห็น</p>
<p>ด้วยความพยายามที่จะรักษาขนาดที่พอเหมาะไว้ นิสสัน มาร์ช ใหม่นี้ มีขนาดยาวขึ้นและความสูงลดลงเพียงเล็กน้อย ในขณะที่ฐานล้อซึ่งยาวขึ้นนั้น ทำให้นิสสัน มาร์ชมีพื้นที่ภายในกว้างขวางขึ้น นอกจากนี้ ร่องรูปทรงบูมเมอแรงบนหลังคารถช่วยลดการสั่นสะเทือน ลดเสียงภายในห้องโดยสาร ยามาเนกล่าว ด้วยเจตนาในการออกแบบที่จะสร้างความรู้สึกเดียวกันทั้งรูปลักษณ์ภายในและภายนอก ภายในห้องโดยสาร นิสสันจึงได้ใช้แนวคิด ‘Connected Cocoon’ การออกแบบแผงหน้าปัดที่ยึดตามแนวคิดของ ‘ทวิน บับเบิ้ล’ ที่หมายถึงที่ตั้งเข็มอุปกรณ์รูปกลมและตู้เก็บของรูปร่างคล้ายกันทางด้านผู้โดยสาร</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March_engine.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตรพัฒนาใหม่และระบบส่งกำลังแบบ XTRONIC CVT</strong></p>
<p>นิสสัน มาร์ช ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ใหม่รหัส HR12DE 1.2 ลิตร 3 สูบ โดยได้ประยุกต์ใช้เครื่องยนต์แบบ HR16 4 สูบ ซึ่งใช้ในรถยนต์นิสสัน ทีด้า (Tiida) โน้ต (Note) และแคชคาย (Qashqai) เครื่องยนต์ใหม่นี้จึงใช้ระบบควบคุมการเปิดปิดของวาล์ว ( continuously valve-timing control -CVTC) ด้วยความแรง 59 กิโลวัตต์ (79 ps ในขณะที่มีแรงบิด 108 นิวตันเมตร) นอกจากนี้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ในปริมาณเพียง 120 กรัม/ กิโลเมตร สำหรับรถยนต์รุ่นนี้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ถือว่าอยู่ในระดับต้นๆของโลก</p>
<p>นิสสัน มาร์ช มีให้เลือกทั้งในรูปแบบของเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือในรูปแบบของเกียร์แบบ XTRONIC CVT (Continuously Variable Transmission) รุ่นใหม่ของนิสสัน และด้วยอัตราการทดเกียร์ที่กว้างขึ้นนี้ ทำให้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร สามารถประหยัดน้ำมัน และช่วยให้อัตราเร่งเครื่องดีเยี่ยม</p>
<p>นอกจากนี้ วิศวกรของนิสสันได้พัฒนาลักษณะของการขับขี่และการควบคุมยานยนต์ซึ่งได้รวบรวมความแคล่วคล่องว่องไว ความประณีต และความแม่นยำไว้ด้วยกัน บนโครงสร้างวี แพลทฟอร์ม V-platform รุ่นใหม่ที่โดดเด่นของนิสสันนั้น โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มีความกะทัดรัด ลดการใช้เนื้อที่ด้านหลังเพื่อให้มีพื้นที่บริเวณเก็บของสูงสุด โดยที่ไม่เสียพลวัติในการขับขี่รถยนต์บนท้องถนน และยังได้ให้ความใส่ใจเป็นพิเศษต่อการดูดซับแรงกระแทก ซึ่งหมายความว่า นิสสัน มาร์ช ใหม่ สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างราบเรียบไม่ว่าสภาพพื้นผิวถนนราบหรือขรุขระ ไม่มีปัญหาเมื่อต้องวิ่งผ่านโคลนหรือน้ำ สามารถแล่นผ่านไปอย่างง่ายดายด้วยความเร็ว</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March_Interior.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>อุปกรณ์อำนวยความสะดวก</strong></p>
<p>แม้ว่านิสสัน มาร์ช จะมีสมรรถนะด้านความเร็วที่ดีเยี่ยม แต่รถยนต์รุ่นนี้ก็ยังมอบทัศนวิสัยที่เหนือกว่า และรัศมีวงเลี้ยวซึ่งถือว่าเหนือชั้น เพียง 4.5 เมตร รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆหลายประการ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์และประหยัดน้ำมัน ในขณะเดียวกับที่ช่วยให้สามารถจอดรถได้ง่ายดายยิ่งขึ้น</p>
<p>นิสสัน มาร์ช ใหม่ มาพร้อมกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่โดดเด่น ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำให้ผู้ขับขี่ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และยังมีอุปกรณ์เสริมพิเศษ อาทิ กุญแจอัจฉริยะ ระบบป้องการโจรกรรม Immobilizer Push Start Button กระจกข้างพับอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ถอยหลัง 4 จุด (Reverse Sensor) แผงหน้าปัดอัจฉริยะแสดงค่าเฉลี่ยน้ำมันที่ใช้จริง แสดงค่าระยะทางการใช้งาน (cruising range) และอุณหภูมิภายนอก</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March_air-bag.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ความปลอดภัย</strong></p>
<p>การใช้โครงสร้าง V-platform เป็นปัจจัยหลักประการหนึ่ง ที่ช่วยให้รถมีความปลอดภัยจากแรงกระแทกมากยิ่งขึ้น รถยนต์รุ่นนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้รองรับการชนด้านหน้า อันเนื่องมาจากบริเวณส่วนรับแรงกระแทกที่ถูกออกแบบให้ตอบรับการใช้งานได้ดี และยังคงรักษาความแข็งแรงของห้องโดยสารด้วยตัวถังรถยนต์ที่แข็งแกร่ง นิสสัน มาร์ชใช้ระดับมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย UNECE 94 และ 95 (การกระแทกด้านหน้าและด้านข้าง) และยังมีถุงลม SRS ในทุกรุ่น ระบบเบรคป้องกันล้อล็อค (ABS) ระบบควบคุมและกระจายแรงเบรคด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) และ ระบบเสริมแรงเบรค (BA)</p>
<p>รถยนต์นิสสัน มาร์ช จะเปิดตัวและนำออกจำหน่ายประกอบด้วย 4 รุ่นมาตรฐาน และ 2 รุ่นออปชั่น โดยมีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March-3.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ราคาจำหน่ายของนิสสัน มาร์ช</strong></p>
<p>รุ่น 1.2 S MT ราคา 375,000 บาท<br />
รุ่น 1.2 E MT ราคา  425,000 บาท<br />
รุ่น 1.2 E CVT ราคา  459,000 บาท<br />
รุ่น 1.2 EL CVT ราคา  489,000 บาท<br />
รุ่น 1.2 V CVT ราคา  507,000 บาท<br />
รุ่น 1.2 VL CVT ราคา  537,000 บาท</p>
<p>ท่านที่รอโครงการ ECO Car อยู่ เตรียมตัวและเงินในกระเป๋ารอจับจองเจ้า นิสสัน มาร์ช ได้เลยครับ คิดว่าน่าจะเปิดให้จองในงาน Motor Show ปลายเดือนนี้ และหลังจากนั้นจึงจะลงโชว์รูมนิสสันครับ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March_back-door.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/16/03/2010/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%8a-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-eco-car/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>2010 Toyota New VIOS &#8211; make it happen</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/14/03/2010/2010-toyota-new-vios-make-it-happen/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/14/03/2010/2010-toyota-new-vios-make-it-happen/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Mar 2010 16:50:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[2010]]></category>
		<category><![CDATA[New VIOS]]></category>
		<category><![CDATA[toyota]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ภายนอก]]></category>
		<category><![CDATA[ภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์นั่งขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกันสะเทือน]]></category>
		<category><![CDATA[วีออส]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า มอเตอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=203</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบัน รถยนต์นั่งขนาดเล็ก กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากราคาน้ำมันได้ถีบตัวสูงขึ้นอย่างมากจนไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปถูกเหมือนในอดีตที่ผ่านมาได้เลย ผู้ผลิตรถยนต์ทุกค่ายจึงให้ความสำคัญกับตลาดนี้ค่อนข้างมาก และหนึ่งในรถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดนิยม ต้องมีชื่อ โตโยต้า วีออส อยู่ในลำดับต้นๆแน่นอน หลังจากทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2007 ก็ได้เวลาปรับโฉมใหม่ ถึงแม้จะเป็นการปรับเล็กหรือที่เรียกกันว่า Minor Change แต่ก็น่าสนใจไม่น้อยเลย มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย มร.มิจิฮิโกะ ซาโต้ หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าวแนะนำ “วีออส” ใหม่ ทำทุกสิ่งให้เป็นจริง เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2553 ที่ โรงแรมเรเนสซอง กรุงเทพฯ เส้นทางสู่ความเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดนิยม บริษัท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/2010-Toyota-New-VIOS-1.jpg" alt="" /></p>
<p>ปัจจุบัน รถยนต์นั่งขนาดเล็ก กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากราคาน้ำมันได้ถีบตัวสูงขึ้นอย่างมากจนไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปถูกเหมือนในอดีตที่ผ่านมาได้เลย ผู้ผลิตรถยนต์ทุกค่ายจึงให้ความสำคัญกับตลาดนี้ค่อนข้างมาก และหนึ่งในรถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดนิยม ต้องมีชื่อ โตโยต้า วีออส อยู่ในลำดับต้นๆแน่นอน หลังจากทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2007 ก็ได้เวลาปรับโฉมใหม่ ถึงแม้จะเป็นการปรับเล็กหรือที่เรียกกันว่า Minor Change แต่ก็น่าสนใจไม่น้อยเลย</p>
<p>มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  พร้อมด้วย มร.มิจิฮิโกะ ซาโต้ หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  ร่วมแถลงข่าวแนะนำ “วีออส” ใหม่  ทำทุกสิ่งให้เป็นจริง เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2553 ที่ โรงแรมเรเนสซอง กรุงเทพฯ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/2010-Toyota-New-VIOS-2.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>เส้นทางสู่ความเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดนิยม</strong></p>
<p>บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับตลาดรถยนต์เมืองไทยอีกครั้ง ด้วยการแนะนำ วีออส สุดยอดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก รถยนต์ยอดนิยมของคนไทยและเอเชียแปซิฟิก  จากการร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาของวิศวกรชาวไทยและชาวญี่ปุ่น จนกระทั่งได้รถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มีความประหยัด คุ้มค่าสูงสุดในการเป็นเจ้าของ ภายใต้โครงการ AFC : “Affordable Family Car”  โดยใช้ชื่อรุ่น “โซลูน่า”  ได้รับการแนะนำเข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ ประสบความสำเร็จอย่าง     ล้นหลามภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว สามารถสร้างยอดขายสะสมมากกว่า 81,000 คัน หลังจากนั้นเพียง 5 ปี โตโยต้า ก็กลับมาสร้างปรากฏการณ์ให้กับตลาดรถยนต์เมืองไทยอีกครั้ง ด้วยการแนะนำเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของ “โซลูน่า” ที่ปรับปรุงใหม่หมดรอบคัน ให้เป็นรถยนต์สปอร์ตซีดาน โดยใช้ชื่อรุ่น “โซลูน่า วีออส” สามารถตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของลูกค้า และได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทย ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 180,000 คัน นับว่าเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญ ที่ผลักดันให้ โตโยต้า ครองอันดับ 1 ทั้งในตลาดรถยนต์นั่ง และตลาดรถยนต์รวมของไทย และยังขยายความนิยมด้วยการส่งออกจำหน่ายยังตลาดในแถบอาเซียน</p>
<p>ล่าสุดกับการพัฒนารถยนต์นั่งขนาดเล็ก ด้วยการแนะนำเจนเนอเรชั่นที่ 3 ของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยในชื่อรุ่น “วีออส” ซึ่งกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ภายใต้สโลแกน “My Design,My Pride”  ที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้น ภายใต้แนวคิดที่รวบรวมคุณสมบัติของความคุ้มค่านั่นคือ ดีไซน์ที่ก้าวล้ำ ความประหยัดน้ำมัน การขับขี่ที่คล่องแคล่ว ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ความปลอดภัยระดับโลก และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทำให้ วีออส เป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กใหม่ล่าสุด ที่ก้าวล้ำเหนือชั้นกว่ารถระดับเดียวกัน และหลังจากรุ่นปัจจุบันที่แนะนำเข้าสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2550 นั้นได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างสูงด้วยยอดจำหน่ายกว่า 144,000 คัน (ตั้งแต่มีนาคม 2550 ถึง กุมภาพันธ์ 2553)</p>
<p>วีออสเป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กและตลาดรถยนต์นั่งของประเทศไทย จากการประสบความสำเร็จทางด้านการขายมากมายเช่นนี้ โตโยต้าจึงได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนา วีออส ใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “Make It Happen” ที่เป็นความท้าทายในการสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริง ทั้งการออกแบบ และพัฒนาคุณภาพให้มีมาตรฐานระดับโลก ดีไซน์ที่ โดดเด่น สปอร์ตหรูหราทั้งภายนอกและภายใน เทคโนโลยีล้ำสมัยระดับโลก สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเหนือระดับ และมั่นใจในการขับขี่ด้วยอุปกรณ์อันทันสมัยทางด้านความปลอดภัย เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า วีออส ใหม่ จะได้รับการยอมรับ และสามารถครองใจลูกค้าทั้งชาวไทย และต่างประเทศได้อย่างภาคภูมิ</p>
<p><strong>ภายนอก&#8230;สะท้อนความโดดเด่นทุกองศา เพิ่มความหรูหราในทุกมุมมอง</strong></p>
<p>• กระจังหน้าใหม่พร้อมแถบโครเมี่ยม ดีไซน์ใหม่ สไตล์สปอร์ตหรู<br />
• ไฟท้ายแบบมัลติรีเฟลกเตอร์ดีไซน์ใหม่ ลงตัวอย่างมีเอกลักษณ์ สว่าง ปลอดภัย<br />
• คิ้วฝากระโปรงท้ายใหม่ โฉบเฉี่ยวด้วยคิ้วโครเมี่ยม หรูหราทุกมุมมอง<br />
• ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ พร้อมยางขนาด 185/60R15<br />
• ไฟตัดหมอกหน้า ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ในขณะฝนตกหรือหมอกจัด<br />
• กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว หรูหรา ชัดเจน เพิ่มความปลอดภัย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/2010-Toyota-New-VIOS-interior.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ภายใน&#8230;เพลิดเพลินไปกับห้องโดยสารสไตล์สปอร์ตหรู</strong></p>
<p>• แผงคอนโซลกลางและประตูตกแต่งแบบเมทัลลิกใหม่ เท่ห์ลงตัว<br />
• หัวเกียร์หุ้มหนัง พร้อมฐานเกียร์โครเมียมใหม่ หรูหรา ภูมิฐาน<br />
• พวงมาลัยหุ้มหนังสไตล์สปอร์ตพร้อมสวิทซ์ควบคุมเครื่องเสียง เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยขณะขับขี่<br />
• จอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID (Multi-information Display) แสดงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการขับขี่ อาทิ ระยะทางรวม อัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย และความเร็วเฉลี่ยเป็นต้น<br />
• ช่องเสียบ AUX สำหรับเครื่องเล่น MP3 ตอบสนองชีวิตทันสมัย ตลอดการเดินทาง </p>
<p><strong>เครื่องยนต์ และระบบกันสะเทือน</strong></p>
<p>• พลังขับเคลื่อนที่ลงตัว จากพลังของเครื่องยนต์ ที่ให้อัตราเร่งโดดเด่น และประหยัดน้ำมัน<br />
• เครื่องยนต์ 1NZ-FE DOHC 16 วาล์ว VVT-i ความจุกระบอกสูบ 1,497 ซีซี แรงม้าสูงสุด 80 กิโลวัตต์ (109ps) ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที<br />
• ควบคุมได้ดั่งใจ ให้ทุกการเดินทางราบรื่น นุ่มนวล ด้วยระบบกันสะเทือนหน้า แม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และระบบกันสะเทือนหลังแบบ ทอร์ชั่นบีม </p>
<p><strong>ความปลอดภัยแบบป้องกัน</strong></p>
<p>• ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกระทันหันหรือเบรกบนถนนลื่น<br />
• ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ช่วยกระจายแรงเบรกในแต่ละล้อให้ทำงานได้อย่างสมดุล เพื่อ ให้ควบคุมรถได้ดีแม้เบรกในขณะเข้าโค้ง<br />
• ระบบเสริมแรงเบรก (BA) จะช่วยเพิ่มแรงเบรกมากขึ้น ในกรณีเบรกกระทันหัน เพื่อให้หยุดรถได้ในระยะที่สั้นกว่า </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/2010-Toyota-New-VIOS-3.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ความปลอดภัยแบบปกป้อง</strong></p>
<p>• โครงสร้างนิรภัย GOA โครงสร้างห้องโดยสารที่แข็งแกร่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับแรงกระแทกจากการชน<br />
• ระบบดูดซับแรงกระแทก โครงสร้างตัวถังนิรภัยที่สามารถดูดซับแรงกระแทก ลดความรุนแรงจากการชนด้วยการกระจายแรงสู่ตัวถัง พร้อมคานนิรภัยด้านหน้าและด้านข้าง<br />
• ระบบลดแรงกระแทกศีรษะด้านข้าง ออกแบบเพื่อช่วยลดแรงกระแทกที่ศีรษะของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเมื่อเกิดการชน<br />
• ถุงลมเสริมความปลอดภัยคู่หน้า  SRS ปกป้องทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร<br />
• โครงสร้างเบาะนั่งแบบ WIL (Whiplash Injury Lessening) ติดตั้งที่เบาะนั่งด้านหน้า เพื่อลดการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอ เมื่อเกิดการชนจากด้านหลัง<br />
• เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าพร้อมระบบกลไกดึงกลับและผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ ช่วยรั้งร่างกายผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้แนบกับเบาะเมื่อเกิดการชนและลดการบาดเจ็บจากการรัดดึง ของระบบเข็มขัดนิรภัย </p>
<p><strong>วีออส ใหม่ มีสีให้เลือก 7 สี รวม 2 สีใหม่</strong></p>
<p>• สีแดง.. Blackish Red Mica ใหม่<br />
• สีฟ้า..Light Blue Mica Metallic ใหม่<br />
• สีขาว..Super white<br />
• สีเงิน..Silver Metallic<br />
• สีเทา..Medium Silver Metallic<br />
• สีดำ..Black Mica<br />
• สีทอง..Beige Metallic </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/2010-Toyota-New-VIOS-4.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>8 รุ่น ให้ครอบครอง</strong></p>
<p>• 1.5G Limited &#8211; เกียร์อัตโนมัติ<br />
• 1.5G &#8211; เกียร์อัตโนมัติ<br />
• 1.5ES &#8211; เกียร์อัตโนมัติ<br />
• 1.5E &#8211; เกียร์อัตโนมัติ<br />
• 1.5E &#8211; เกียร์ธรรมดา<br />
• 1.5J &#8211; เกียร์อัตโนมัติ<br />
• 1.5J มาตรฐาน &#8211; เกียร์อัตโนมัติ<br />
• 1.5J มาตรฐาน &#8211; เกียร์ธรรมดา</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/14/03/2010/2010-toyota-new-vios-make-it-happen/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

