<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>iCar Free Online Magazine &#187; เชฟโรเลต</title>
	<atom:link href="http://www.icarmagazine.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.icarmagazine.com</link>
	<description>Free Car Magazine Online - นิตยสาร รถยนต์ ออนไลน์ ฟรี! ที่รวบรวมข้อมูลเรื่อง ยานยนต์ และ สาระอื่นๆที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไว้อย่างหลากหลาย</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Dec 2011 17:12:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร เหนือกว่าด้วยขุมพลังขับเคลื่อนใหม่</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/22/02/2010/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad-16-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/22/02/2010/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad-16-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Feb 2010 18:07:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[1.6 ลิตร]]></category>
		<category><![CDATA[ขับเคลื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ขุมพลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลทางเทคนิค]]></category>
		<category><![CDATA[ช็อคอัพแก๊ส]]></category>
		<category><![CDATA[ซับคอมแพกต์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีดาน]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[อาวีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[เกียร์อัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เชฟโรเลต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=198</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว อาวีโอ สู่สาธารณชนครั้งแรกในประเทศไทย ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี โดยเชฟโรเลต ไม่หยุดนิ่ง มีการพัฒนาเพิ่มรุ่นต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการให้แก่ลูกค้าอย่างหลากหลายมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด อาวีโอ รถรุ่นเล็กจากเชฟโรเลต กลับมาอีกครั้ง พร้อมด้วยขุมพลังขับเคลื่อนใหม่ใหญ่กว่าเดิม ขนาด 1.6 ลิตร ความจุกระบอกสูบ 1,598 ซีซี ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ที่ตอบโจทย์ในด้านความปราดเปรียว เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ใช้งานในเมืองมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ขุมพลังที่ใหญ่ขึ้น ช่วยให้อาวีโอสามารถใช้งานทางไกลได้สะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร จะทำให้ผู้ขับขี่ เชฟโรเลต อาวีโอ รถยนต์ซับคอมแพกต์ซีดาน ดีไซน์หรู ได้รับประสบการณ์ใหม่ ซึ่งมีทั้งความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว ขณะใช้งานในเมือง ให้ความประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น และยังได้รับความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งจากพวงมาลัยน้ำหนักเหมาะมือที่ตอบสนองตามสั่งได้อย่างรวดเร็ว และระบบช่วงล่างอันโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเชฟโรเลต ให้ความยึดเกาะ มีความปลอดภัยมาตรฐานระดับยุโรป จุดเด่นของเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/Chevrolet-AVEO-1.6-Liter-1.jpg" alt="" /></p>
<p>หลังจากบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว อาวีโอ สู่สาธารณชนครั้งแรกในประเทศไทย ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี โดยเชฟโรเลต ไม่หยุดนิ่ง มีการพัฒนาเพิ่มรุ่นต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการให้แก่ลูกค้าอย่างหลากหลายมาอย่างต่อเนื่อง </p>
<p>ล่าสุด อาวีโอ รถรุ่นเล็กจากเชฟโรเลต กลับมาอีกครั้ง พร้อมด้วยขุมพลังขับเคลื่อนใหม่ใหญ่กว่าเดิม ขนาด 1.6 ลิตร ความจุกระบอกสูบ 1,598 ซีซี ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ที่ตอบโจทย์ในด้านความปราดเปรียว เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ใช้งานในเมืองมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ขุมพลังที่ใหญ่ขึ้น ช่วยให้อาวีโอสามารถใช้งานทางไกลได้สะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย  </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/Chevrolet-AVEO-1.6-Liter-2.jpg" alt="" /></p>
<p>ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร จะทำให้ผู้ขับขี่ เชฟโรเลต อาวีโอ รถยนต์ซับคอมแพกต์ซีดาน ดีไซน์หรู ได้รับประสบการณ์ใหม่ ซึ่งมีทั้งความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว ขณะใช้งานในเมือง ให้ความประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น และยังได้รับความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งจากพวงมาลัยน้ำหนักเหมาะมือที่ตอบสนองตามสั่งได้อย่างรวดเร็ว และระบบช่วงล่างอันโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเชฟโรเลต ให้ความยึดเกาะ มีความปลอดภัยมาตรฐานระดับยุโรป</p>
<p>จุดเด่นของเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว หัวฉีดมัลติพอยท์ รหัส F16D3 ขนาด 1.6 ลิตร ขับเคลื่อนล้อหน้าที่เป็นหัวใจขับเคลื่อนของอาวีโอ ใหม่นี้ อยู่ที่แรงบิดสูงสุด 145 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ด้วยแรงบิดที่เพิ่มมากขึ้นอีก 15 นิวตันเมตร นี้ทำให้อาวีโอ มีสปีดต้นที่ดีขึ้น เพิ่มความคล่องตัว และขับสนุกมากขึ้นยามใช้งานในเมือง ขณะที่พละกำลังสูงสุด 102 แรงม้าที่ 5,800 รอบ/นาที ซึ่งมีกำลังมากขึ้นอีก 8 แรงม้า ทำให้อาวีโอ มีการสามารถตอบสนองการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น มีความมั่นใจในการใช้งานทางไกลอีกด้วย ขณะเดียวกัน อาวีโอ 1.6 ลิตร จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญเชื้อเพลิงดีขึ้น เนื่องจากกำลังเครื่องยนต์ ทั้งแรงม้าและแรงบิดที่สูงขึ้น ทำให้ลดการสูญเสียกำลังในการฉุดลากตัวรถ</p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/Chevrolet-AVEO-1.6-Liter-3.jpg" alt="" /></p>
<p>อาวีโอ ยังคงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของรถยนต์ เชฟโรเลต ทุกรุ่น ด้วยระบบช่วงล่างแบบ ยูโรไรด์ ซัสเพนชั่น ที่ให้ความยึดเกาะถนนและความปลอดภัยระดับมาตรฐานยุโรป ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สัน สตรัท คอยล์สปริง ช็อคอัพแก๊ส พร้อมเหล็กกันโคลง ขณะที่ด้านหลังเป็นแบบ ทอร์ชั่นบีม ยูโรปเปียนเฮลิคัล สปริง พร้อมช็อคอัพแก๊ส ซึ่งช่วงล่างของเชฟโรเลต ถูกคิดค้นพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการตอบสนองที่แน่นหนึบ แต่นุ่มนวล ลดเสียงรบกวนให้ได้มากที่สุด พร้อมมอบความมั่นคงและปลอดภัยในการขับขี่ </p>
<p>แม้ว่า อาวีโอจะเป็นรถขนาดกระทัดรัด ที่มีช่วงความยาวตัวถัง 4,310 มม. เท่านั้น แต่ทีมนักออกแบบของอาวีโอ ก็เน้นให้ช่วงฐานล้อมีความยาวถึง 2,480 มม. และมีความกว้างตัวรถ 1,710 มม. นั่นจึงทำให้ อาวีโอเป็นรถรุ่นเล็กที่มีความกว้างขวางนั่งสบายในทุกที่นั่ง เหนือกว่ารถรุ่นอื่นในระดับเดียวกัน รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป  </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/Chevrolet-AVEO-1.6-Liter-4.jpg" alt="" /></p>
<p>นอกจากสมรรถนะที่สูงขึ้นแล้ว เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร ยังคงอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ไว้อย่างครบครันเช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็น ระบบเบรค ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD ถุงลมนิรภัย กุญแจ Immobilizer สัญญาณกันขโมย ไฟตัดหมอก (เฉพาะรุ่น) ระบบเครื่องเสียงแบบ 2-Din (เครื่องเสียงทูดิน คือเครื่องเสียงที่มีฟรอนต์สองชั้น มีความหนาของเครื่องเสียง หน้าจอกว้างมากขึ้น) รองรับระบบ CD / MP3 ที่เพิ่มระบบ Bluetooth กระจกมองข้างปรับพับด้วยไฟฟ้า กระจกไฟฟ้า ฯลฯ</p>
<p>เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร มีให้เลือกใช้งานทั้งหมด 4 รุ่น เริ่มจากรุ่น LSX รุ่น LT รุ่นสปอร์ต SS และ รุ่น LUX โดยมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกแตกต่างกันออกไป สำหรับราคาของเชฟโรเลต อาวีโอ ใหม่ แบ่งออกเป็น<br />
•	เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร LSX 644,000 บาท<br />
•	เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร LT 674,000 บาท<br />
•	เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร SS 669,000 บาท<br />
•	เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร LUX 709,000 บาท </p>
<p><img src="http://www.thecarsworld.com/image/Chevrolet-AVEO-1.6-Liter.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ข้อมูลทางเทคนิค เชฟโรเลต อาวีโอ 1.6 ลิตร</strong><br />
เครื่องยนต์ 				รหัส F16D3 บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว (VGIS)<br />
กระบอกสูบ x ช่วงชัก (มม.)		79.0 x 81.5<br />
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี)		1,598<br />
อัตราส่วนกำลังอัด			9.5:1<br />
แรงม้าสูงสุด				102 แรงม้าที่ 5,800 รอบ/นาที<br />
แรงบิดสูงสุด				145 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบ/นาที<br />
ระบบเกียร์				อัตโนมัติ 4 สปีด<br />
ล้อและยาง				รุ่น LSX, LT และ LUX ล้ออัลลอย 15 นิ้ว พร้อมยาง 185/55 R15<br />
					รุ่น SS ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง 195/45 R16<br />
ตัวถังกว้าง x ยาว x สูง (มม.) 		4,310 x 1,710 x 1,505<br />
ฐานล้อ (มม.)				2,480<br />
น้ำหนักรถเปล่า (กก.)			1,161<br />
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง		45 ลิตร</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/22/02/2010/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad-16-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เชฟโรเลต คามาโร มัสเซิลคาร์</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/26/01/2010/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/26/01/2010/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Jan 2010 19:14:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Supercar & Exotic]]></category>
		<category><![CDATA[คามาโร]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงลมนิรภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ทรานส์ฟอร์เมอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[มัสเซิลคาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถสปอร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบความปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[เกียร์อัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เชฟโรเลต]]></category>
		<category><![CDATA[ไดเร็กอินเจ็คชั่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=194</guid>
		<description><![CDATA[รถสปอร์ตเชฟโรเลต “คามาโร” โฉมปี 2010 ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นตามนโยบายทิศทางใหม่สำหรับทั่วโลกของ จีเอ็ม เพื่อขยายแพล็ตฟอร์มรถยนต์ประเภทนั่งโดยสาร โดยเป็นโมเดลที่สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาด้านยานยนต์และกระบวนการดีไซน์อันก้าวไกลของจีเอ็มในระดับสากล สำหรับแนวคิดเบื้องต้นของคามาโรนั้นมีพื้นฐานมาจากรถมัสเซิลคาร์ ดูดุดันสไตล์อเมริกัน ผสานด้วยที่สุดแห่งเทคโนโลยีวิศวรรมยานยนต์ที่คิดค้นร่วมกันระหว่างทีมนักวิศวกรชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย โดยได้ทำการตรวจสอบสมรรถนะบนพื้นถนนจริงในหลายประเทศทั่วโลก และประกอบขึ้นภายในโรงงานที่ได้รับรางวัลการันตีของจีเอ็มในเมืองโอชาวา เขตออนตาริโอ ประเทศแคนาดา จุดเด่นด้านดีไซน์ ด้วยรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ตกทอดมาจากคามาโรรุ่นก่อนๆ ทำให้สปอร์ตคูเป้สองประตูรุ่นนี้ โดดเด่นด้วยขนาดฐานล้อ 2,852 มิลลิเมตรและความยาวตลอดช่วงตัวถัง 4,836 มิลลิเมตร ความกว้างและความสูงของรถอยู่ที่ 1,918 และ 1,376 มิลลิเมตรตามลำดับ โดยคามาโรรุ่นที่ใช้ขุมพลัง วี6 มีระดับค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ 0.37 Cd. ในขณะที่รุ่น SS ที่ใช้ขุมพลัง วี8 มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน 0.35 Cd. สำหรับรุ่นที่เป็นโมเดล SS จะมีช่องรับอากาศอยู่บนฝากระโปรงหน้า และช่องรับอากาศด้านล่างที่มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น เพิ่มทั้งความดุดัน ให้ประโยชน์ในเรื่องการดักอากาศเข้าเครื่องยนต์ และเพิ่มความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ คามาโร มาพร้อมเสาหลังคากลาง หรือ B Pillar ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้าง พ่วงมาด้วยนวัตกรรมล้ำประสิทธิภาพอันเป็นกรรมวิธีการปั๊มขึ้นรูปตัวถังด้วยโลหะแผ่นเดียว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Chevrolet/Chevrolet-Camaro-1.jpg" alt="" /></p>
<p>รถสปอร์ตเชฟโรเลต “คามาโร” โฉมปี 2010 ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นตามนโยบายทิศทางใหม่สำหรับทั่วโลกของ จีเอ็ม เพื่อขยายแพล็ตฟอร์มรถยนต์ประเภทนั่งโดยสาร โดยเป็นโมเดลที่สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาด้านยานยนต์และกระบวนการดีไซน์อันก้าวไกลของจีเอ็มในระดับสากล สำหรับแนวคิดเบื้องต้นของคามาโรนั้นมีพื้นฐานมาจากรถมัสเซิลคาร์ ดูดุดันสไตล์อเมริกัน ผสานด้วยที่สุดแห่งเทคโนโลยีวิศวรรมยานยนต์ที่คิดค้นร่วมกันระหว่างทีมนักวิศวกรชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย โดยได้ทำการตรวจสอบสมรรถนะบนพื้นถนนจริงในหลายประเทศทั่วโลก และประกอบขึ้นภายในโรงงานที่ได้รับรางวัลการันตีของจีเอ็มในเมืองโอชาวา เขตออนตาริโอ ประเทศแคนาดา</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Chevrolet/Chevrolet-Camaro-2.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>จุดเด่นด้านดีไซน์</strong><br />
ด้วยรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ตกทอดมาจากคามาโรรุ่นก่อนๆ ทำให้สปอร์ตคูเป้สองประตูรุ่นนี้ โดดเด่นด้วยขนาดฐานล้อ 2,852 มิลลิเมตรและความยาวตลอดช่วงตัวถัง 4,836 มิลลิเมตร ความกว้างและความสูงของรถอยู่ที่ 1,918 และ 1,376 มิลลิเมตรตามลำดับ โดยคามาโรรุ่นที่ใช้ขุมพลัง วี6 มีระดับค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ 0.37 Cd. ในขณะที่รุ่น SS ที่ใช้ขุมพลัง วี8 มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน 0.35 Cd. สำหรับรุ่นที่เป็นโมเดล SS จะมีช่องรับอากาศอยู่บนฝากระโปรงหน้า และช่องรับอากาศด้านล่างที่มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น เพิ่มทั้งความดุดัน ให้ประโยชน์ในเรื่องการดักอากาศเข้าเครื่องยนต์ และเพิ่มความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ </p>
<p>คามาโร มาพร้อมเสาหลังคากลาง หรือ B Pillar ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้าง พ่วงมาด้วยนวัตกรรมล้ำประสิทธิภาพอันเป็นกรรมวิธีการปั๊มขึ้นรูปตัวถังด้วยโลหะแผ่นเดียว เอื้อประโยชน์ให้ได้รูปทรงด้านข้างของรถมีความสวยงามหมดจด โดดเด่นด้วยกันชนด้านข้างรถทรงครีบปลาหรือ “Gills” อันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของคามาโร พร้อมสีสันสะดุดตาให้เลือกได้ถึง 10 เฉดสี</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Chevrolet/Chevrolet-Camaro-Interior.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>การตกแต่งภายใน</strong><br />
ห้องโดยสารมาตรฐานสำหรับ 4 ที่นั่งได้รับการดีไซน์ให้เกิดความสมดุลย์ระหว่างรูปแบบเดิมของคามาโรและการออกแบบที่ล้ำสมัยในสไตล์เรียบง่ายแต่ยังคงรายละเอียดปลีกย่อยเพื่อความประณีตสวยงาม แสงสีที่ใช้ภายในพื้นที่โดยสารมาจากระบบไฟแอลอีดีอันทันสมัย พร้อมแผงควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย “ไดร์ฟเวอร์อินฟอร์เมชั่นเซ็นเตอร์” ที่สามารถออกเสียงได้โดยอัตโนมัติ และแผงควบคุมต่างๆ ผ่านปุ่มข้างพวงมาลัยแบบ มัลติฟังชั่นส์ สำหรับรุ่น LS สามารถเลือกออพชั่นติดตั้งเกจ์วัดบนแผงคอนโซล ทั้งเกจ์วัดอุณหภูมิและระดับค่าโวลต์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์สแตนดาร์ดในรุ่น LT และ SS  รถสปอร์ตคามาโรใหม่ทุกรุ่นโดดเด่นด้วยสมรรถนะเหนือชั้นจากระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ครูสคอนโทรล มาพร้อมพวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังแท้ ทรงประสิทธิภาพแห่งการขับเคลื่อนด้วยระบบควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติ รวมถึงรีโมทสตาร์ทเครื่องยนต์อัตโนมัติและพอร์ตสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ ไอพอด บลูทูธ และยูเอสบี ที่รวมอยู่ในแพ็คเกจ Driver Convenience and Connectivity เพื่อความสะดวกสบายเหนือระดับต่อผู้ขับขี่ นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถสั่งซื้อคันเกียร์แบบระยะสั้นจากเฮิร์ส (Hurst) เป็นออพชั่นเพิ่มเติมเพื่อเติมประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสุดมันส์ไปอีกขั้น</p>
<p>ระบบเพื่อความบันเทิงภายในของคามาโรประกอบด้วยวิทยุเครื่องเล่นแผ่นซีดีแบบแผ่นเดียวพร้อมลำโพง 6 ตัวสำหรับโมเดลรุ่น LS, LT และ SS ส่วนสุดยอดระบบเสียง “บอสตัน อาคูสติคส์” (Boston Acoustics) 245 วัตต์ พร้อมลำโพง 9 ตัวนั้น มีให้เลือกเป็นออพชั่นสำหรับโมเดลรุ่น LT และ SS</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Chevrolet/Chevrolet-Camaro-Tail-Light.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>พลังเหนือสมรรถนะ</strong><br />
ทั้งคามาโรรุ่น LT และ LS ต่างมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด วี6 ความจุ 3.6 ลิตร ไดเร็กอินเจ็คชั่น พละกำลังสูงสุด 304 แรงม้า แรงบิด 370 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นสเปกเครื่องยนต์รุ่นเดียวกับคามาโร สีเหลือง หรือ “บัมเบิลบี” จากเรื่อง ทรานส์ฟอร์เมอร์ส ที่ทางเชฟโรเลต ประเทศไทยนำมาแสดงในงานนี้ แม้ว่าคามาโรใหม่จะมีอัตราส่วนกำลังอัดที่ 11.3:1 แต่ขุมพลังจากเครื่องยนต์ 3.6 ลิตร DI รุ่นนี้ก็ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อการขับเคลื่อนอันลื่นไหลแบบไม่มีสะดุดโดยใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่ว</p>
<p>คามาโร โมเดล SS นั้นใช้เครื่องยนต์ 2 รุ่นที่มีประสิทธิภาพเร้าใจ เป็นบล็อก วี8 เอียงทำมุม 90 องศา ความจุมหาศาล 6.2 ลิตร ผลิตจากอลูมิเนียมพร้อมกล่องลูกสูบทรงกระบอกทำจากเหล็กพร้อมหัวสูบอลูมิเนียม แข็งแรงทนทาน รวมถึงที่รองน้ำมันใต้เครื่องยนต์ทำจากอลูมิเนียมหล่อ และหัวสูบสองวาล์วที่ดีไซน์มาจากหลักพลศาสตร์การไหลเวียนอากาศซึ่งได้รับการทดสอบและรับรองด้วยมาตรฐานอันน่าเชื่อถือสำหรับรถแข่งแนสคาร์โดยเฉพาะ</p>
<p>ขุมพลังของคามาโร SS รุ่นแรกใช้รหัส L99 มีพละกำลังสูงสุดถึง 400 แรงม้า ที่ 5,900 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 556 นิวตันเมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ส่วนอีกหนึ่งรุ่นรหัส LS3 ได้รับการพัฒนาให้มีพละกำลังสูงสุดถึง 426 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 569 นิวตันเมตร เอ้าท์พุทของเครื่องยนต์ L99 จะต่ำกว่าโดยผ่านอัตราส่วนกำลังอัดที่ 10.4:1 ต่อ 10.7:1 มีระบบจัดการการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบพิเศษหรือ Active Fuel Management System ที่จะช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงในรอบต่ำ ซึ่งเครื่องยนต์ L99 นี้ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด</p>
<p>ทั้งคามาโรรุ่น LT และ LS ใช้ระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดที่มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดเป็นออพชั่นพิเศษ ส่วนในโมเดลที่ใช้เครื่องยนต์ 3.6 ลิตร จะใช้ระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด AY6 จาก Aisin พร้อมเสริมออพชั่นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Hydra-Matic 6L50 ขณะที่รุ่น SS ใช้ระบบเกียร์ธรรมดาแบบช่วงสั้น 6 สปีด Tremec TR 6060 พร้อมออพชั่นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Hydra-Matic 6L80 ให้เลืือกพิเศษ</p>
<p>ระบบเกียร์อัตโนมัติทั้งสองรุ่นเน้นการผสานนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการการเร่งเครื่องและการประหยัดน้ำมันที่เหนือกว่า โดยคันบังคับเกียร์จะติดตั้งอยู่ที่พวงมาลัยรถและควบคุมด้วยระบบอันเหนือชั้น Performance Algorithm Shifting</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Chevrolet/Chevrolet-Camaro-3.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>แซสซิสและระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือน</strong><br />
คามาโร โฉมใหม่ได้อัพเกรดระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือนทั้งในส่วนหน้าและส่วนหลังของตัวรถที่ทำงานแยกเป็นอิสระอย่างเต็มที่ด้วยซัสเพนชั่นลิงค์ 4.5 รองรับแรงกระแทกตรงส่วนหลัง โดยรถโมเดลที่ใช้ขุมพลัง วี6 จะมีแพ็คเกจระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือน FE2 สำหรับรถสปอร์ต และรถโมเดลที่ใช้ขุมพลัง วี8 จะใช้แพ็คเกจ FE3 สำหรับรถสมรรถนะสูงสุดโดยเฉพาะ ทั้งนี้ ระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือนในส่วนหน้าประกอบด้วยแท่นรักษาสมดุลย์การทรงตัวโดยตรงของตัวถัง ในขณะที่ในส่วนหลังจะมีหน้าที่ในการสร้างการยึดเกาะถนนที่ดีในแนวขวางเพื่อการควบคุมการขับขี่ที่เสถียรยิ่งขึ้น โดยมีโช้คอัพพร้อมขดลวดสปริงติดตั้งอยู่ในส่วนหลังนี้ด้วย พื้นที่ส่วนหน้าของรถคามาโรทุกโมเดลมีความยาว 1,618 มิลลิเมตร ส่วนด้านหลังของโมเดล LS และ LT ยาว 1,628 มิลลิเมตร และ 1,618 มิลลิเมตรสำหรับรุ่น SS </p>
<p>อุปกรณ์พิเศษอื่นๆ รวมถึงดิสก์เบรค 4 ล้อ โดยใช้เบรคจากเบรมโบ (Brembo) 4 ลูกสูบในรุ่น SS พร้อมระบบไฮโดรลิกช่วยเบรค ระบบควบคุมความเสถียรอิเล็คทรอนิคส์ StabiliTrak และเพอร์ฟอร์มมานซ์ ลอนช์ คอนโทรลในรุ่น SS ที่ใช้เกียร์ธรรมดา</p>
<p>ในรุ่น LS และ LT ใช้ยางขนาด 18 นิ้วหรือเลือกออพชั่นเป็น 19 นิ้วได้ และสำหรับรุ่น SS ใช้ยางขนาด 19 นิ้วเป็นสแตนดาร์ดพร้อมเลือกเปลี่ยนออพชั่นเป็น 20 นิ้ว ส่วนยางรถยนต์ขนาด 21 นิ้ว มีวางจำหน่ายพิเศษโดยเฉพาะ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Chevrolet/Chevrolet-Camaro-Front.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ระบบความปลอดภัย</strong><br />
คามาโร เน้นระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสมบูรณ์แบบ นอกจากโครงสร้างบอดี้รถอันแข็งแกร่งที่มาพร้อมห้องโดยสารที่มีความปลอดภัยสูงสุดแล้ว ระบบรักษาความปลอดภัยของคามาโรยังประกอบไปด้วย</p>
<p>•	ถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบสองจังหวะ<br />
•	ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับที่นั่งคู่หน้าแบบติดตั้งที่เบาะนั่ง<br />
•	ม่านถุงลมนิรภัยสำหรับที่นั่งคู่หน้าและคู่หลัง<br />
•	เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าระบบดึงกลับอัตโนมัติ<br />
•	ระบบตรวจจับผู้โดยสารเบาะหน้าที่สามารถระบุได้ว่าเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่รูปร่างเล็กนั่งอยู่ เพื่อทำการปรับระดับการพองตัวออกของถุงลมนิรภัยในกรณีฉุกเฉินอย่างเหมาะสม </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/26/01/2010/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%9f%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Chevrolet Volt Concept</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/24/11/2008/chevrolet-volt-concept/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/24/11/2008/chevrolet-volt-concept/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Nov 2008 10:04:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Concept Car]]></category>
		<category><![CDATA[Chevrolet]]></category>
		<category><![CDATA[Concept]]></category>
		<category><![CDATA[Electric Vehicle]]></category>
		<category><![CDATA[Fuel Cell]]></category>
		<category><![CDATA[Volt]]></category>
		<category><![CDATA[จีเอ็ม]]></category>
		<category><![CDATA[มอเตอร์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เจนเนอรัล มอเตอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[เชฟโรเลต]]></category>
		<category><![CDATA[โวลต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=44</guid>
		<description><![CDATA[ฮือฮากันตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นต้นแบบ และยิ่งฮือฮามากขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา เพราะดันมีภาพคันจริงหลุดออกมาเผยแพร่ตามอินเตอร์เน็ต จนส่งผลให้จีเอ็ม หรือเจนเนอรัล มอเตอร์ส ไม่รออีกต่อไป ตัดสินใจนำคันจริงของเชฟโรเลต โวลต์ออกเปิดตัวให้ชาวโลกได้ยลโฉม ก่อนที่จะมีการวางตลาดขายจริงในปี 2010 การเปิดตัวมีขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกับการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของจีเอ็ม และโวลต์ถือเป็นการพาอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่รูปแบบใหม่ของการเดินทางด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แบบปลั๊ก-อิน (Plug-in) และถือเป็นโปรดักต์ชันคาร์ที่ผลิตในเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลกที่มากับการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่นับจากการเปิดตัวของรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง หรือ Fuel Cell ในปี 2002 (แต่ ณ ปัจจุบัน เทคโนโลยีนี้ก็ยังไม่สามารถผลิตได้ในเชิงพาณิชย์) นอกจากนั้น สิ่งที่สำคัญคือ โวลต์เป็นรถยนต์ที่มาพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของพลังงานไฟฟ้าที่นำมาใช้กับรถยนต์ ด้วยการยกระดับตัวเอง ให้เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้เป็นระยะทางไกลขึ้น (E-REV : Extended-Range Electric Vehicle) นั่นเท่ากับว่าปัญหาเดิมๆ ในเรื่องระยะทางของการใช้งานที่จีเอ็มเคยประสบกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของตัวเองอย่าง EV1 จนถึงขั้นถอนปลั๊กและยุบไลน์ผลิตไปเมื่อทศวรรษที่ 1990 สามารถหาทางออกได้แล้ว ตัวรถได้รับการออกแบบและปรับปรุงรูปลักษณ์มาจากต้นแบบที่เปิดตัวในปี 2006 และยึดรูปแบบตัวถังในสไตล์แฮทช์แบ็ก 5 ประตูเหมือนเดิม เพียงแต่มีการปรับปรุงรายละเอียดรอบคันให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงมากขึ้น และรองรับกับการบรรทุกทั้งคนและสัมภาระได้ ส่วนไฮไลต์หลักของตัวรถเห็นจะหนีไม่พ้นขุมพลัง ซึ่งยึดรูปแบบเดียวกับต้นแบบที่เปิดตัวเมื่อ 2 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img116.imageshack.us/img116/8129/chevroletvolt1is2.jpg" alt="" /></p>
<p> <strong>ฮือฮากันตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นต้นแบบ และยิ่งฮือฮามากขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา เพราะดันมีภาพคันจริงหลุดออกมาเผยแพร่ตามอินเตอร์เน็ต จนส่งผลให้จีเอ็ม หรือเจนเนอรัล มอเตอร์ส ไม่รออีกต่อไป ตัดสินใจนำคันจริงของเชฟโรเลต โวลต์ออกเปิดตัวให้ชาวโลกได้ยลโฉม ก่อนที่จะมีการวางตลาดขายจริงในปี 2010</strong></p>
<p>การเปิดตัวมีขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกับการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของจีเอ็ม และโวลต์ถือเป็นการพาอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่รูปแบบใหม่ของการเดินทางด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แบบปลั๊ก-อิน (Plug-in) และถือเป็นโปรดักต์ชันคาร์ที่ผลิตในเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลกที่มากับการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่นับจากการเปิดตัวของรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง หรือ Fuel Cell ในปี 2002 (แต่ ณ ปัจจุบัน เทคโนโลยีนี้ก็ยังไม่สามารถผลิตได้ในเชิงพาณิชย์)</p>
<p>       นอกจากนั้น สิ่งที่สำคัญคือ โวลต์เป็นรถยนต์ที่มาพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของพลังงานไฟฟ้าที่นำมาใช้กับรถยนต์ ด้วยการยกระดับตัวเอง ให้เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้เป็นระยะทางไกลขึ้น (E-REV : Extended-Range Electric Vehicle)</p>
<p>       นั่นเท่ากับว่าปัญหาเดิมๆ ในเรื่องระยะทางของการใช้งานที่จีเอ็มเคยประสบกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของตัวเองอย่าง EV1 จนถึงขั้นถอนปลั๊กและยุบไลน์ผลิตไปเมื่อทศวรรษที่ 1990 สามารถหาทางออกได้แล้ว</p>
<p><img src="http://img122.imageshack.us/img122/1604/chevroletvolt2ml1.jpg" alt="" /></p>
<p>ตัวรถได้รับการออกแบบและปรับปรุงรูปลักษณ์มาจากต้นแบบที่เปิดตัวในปี 2006 และยึดรูปแบบตัวถังในสไตล์แฮทช์แบ็ก 5 ประตูเหมือนเดิม เพียงแต่มีการปรับปรุงรายละเอียดรอบคันให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงมากขึ้น และรองรับกับการบรรทุกทั้งคนและสัมภาระได้</p>
<p>       ส่วนไฮไลต์หลักของตัวรถเห็นจะหนีไม่พ้นขุมพลัง ซึ่งยึดรูปแบบเดียวกับต้นแบบที่เปิดตัวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว กับการสลับแนวคิดของเทคโนโลยีไฮบริด พร้อมกับปรับปรุงให้เหนือกว่า ที่บอกว่าเป็นอย่างนั้นก็เพราะ ส่วนประกอบของระบบยังมีเครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่เหมือนกัน แต่สลับหน้าที่ในการทำงาน</p>
<p>เพราะมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 37.7 กก.-ม.จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว โดยที่เครื่องยนต์สันดาปภายในซึ่งใช้เชื้อเพลิงแบบ E85 จะทำหน้าที่เป็นตัวปั่นกระแสไฟฟ้าเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออนขนาด 220 เซลล์เพื่อชดเชยกับกระแสไฟฟ้าที่ถูกใช้ไฟในขณะเดินทาง ส่วนสมรรถนะในการขับเคลื่อนก็ไม่เป็นรองรถยนต์ปกติ เพราะสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง</p>
<p>       ปัญหาในเรื่องระยะทางในการใช้งานที่เคยเป็นอุปสรรคชิ้นโตของรถยนต์พลังไฟฟ้ารุ่นเก่าๆ ก็จะหมดไปทันที เพราะตราบใดที่เครื่องยนต์ยังทำงานในการชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้ามาเก็บในระบบ ตัวรถก็ยังขับเคลื่อนต่อไปได้ ถ้าน้ำมันหมด ก็เข้าปั๊มเติม ไม่ต้องหาปลักเสียบและรอชาร์จอีกค่อนวันให้วุ่นวาย</p>
<p><img src="http://img116.imageshack.us/img116/2096/chevroletvolt3oy7.jpg" alt="" /></p>
<p>ดังนั้นเวลาเปิดฝากระโปรงหน้าขึ้นมาแล้วเจอเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ข้างในแล้ว ก็อย่าตกอกตกใจคิดว่าจีเอ็มหลอกลวงว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่</p>
<p>       ส่วนที่ว่าเหนือชั้นกว่าก็เห็นจะเป็นเรื่องที่ลูกค้าสามารถใช้งานรถยนต์รุ่นนี้โดยที่บิลล์ค่าน้ำมันไม่ขยับเลยก็ได้ นั่นเป็นเพราะตัวระบบถูกออกแบบให้ระยะทาง 65 กิโลเมตรแรกจะพึ่งพลังจากกระแสไฟฟ้าที่อยู่ในแบตเตอรี่ (ซึ่งถูกชาร์จจนเต็มเมื่อเจ้าของขับถึงบ้านหรือออฟฟิศแล้วเสียบปลั๊กชาร์จ) เพียงอย่างเดียว โดยที่เครื่องยนต์ไม่ถูกสตาร์ทขึ้นมา</p>
<p>นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่เดินทางด้วยระยะทางไม่เกินจากนี้แล้วพอถึงที่หมายก็เสียบปลั๊กชาร์จ ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องยนต์เลย แต่ถ้าขับเกิน เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมดเครื่องยนต์ก็จะทำหน้าที่ชาร์จกลับเข้ามาชดเชย โดยตัวเลขนี้มาจากค่าเฉลี่ยในการใช้รถยนต์ใน 1 วันของคนอเมริกัน</p>
<p>       จากข้อมูลของจีเอ็มระบุว่า โวลต์สามารถชาร์จไฟฟ้าได้ด้วยการเสียบในบ้านที่ใช้ไฟ 120 โวลต์ทั่วไป หรือ 240 โวลต์ โดยใช้เวลาน้อยกว่า 3 ชั่วโมงสำหรับแบบแรกและ 8 ชั่วโมงสำหรับแบบหลัง ส่วนค่าใช้จ่ายในการใช้งานโวลต์จะอยู่ที่ประมาณ 27.20 บาท ต่อวัน (เมื่อคิดจากค่าไฟในสหรัฐอเมริกาที่ประมาณ 3.40 บาท ต่อ กิโลวัตต์ชั่วโมง) ในการชาร์จแบตเตอรีให้เต็ม ซึ่งจีเอ็มคาดว่าการชาร์จไฟฟ้าของโวลต์มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการซื้อกาแฟดื่มต่อถ้วยด้วยซ้ำ และถ้าชาร์จ 1 ครั้งต่อวันในทุกวันตลอดทั้งปีจะใช้ปริมาณไฟฟ้าที่น้อยกว่าการใช้ไฟของตู้เย็นหรือตู้แช่หนึ่งตู้เสียอีก</p>
<p>       จากการประเมินของจีเอ็ม ค่าใช้จ่ายในการขับโวลต์อยู่ที่ 0.43 บาทต่อกิโลเมตร ถูกกว่าการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งอยู่ที่ 2.55 บาทต่อกิโลเมตร (คิดตามราคาน้ำมันในสหรัฐอเมริกาที่แกลลอนละ 3.60 ดอลลาร์) หากคำนวนจากการใช้รถยนต์เฉลี่ย 65 กิโลเมตรต่อวัน หรือ 24,750 กิโลเมตรต่อปี สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 51,000 บาท ต่อปี</p>
<p><img src="http://img116.imageshack.us/img116/4831/chevroletvolt4zz2.jpg" alt="" /></p>
<p>ถ้าใช้โหมดไฟฟ้าให้ได้มากที่สุด จะมีค่าใช้จ่ายเพียง 1 ใน 6 เท่าเมื่อเทียบกับรถที่ใช้น้ำมันทั่วไป นอกจากนี้ ถ้าเลือกชาร์จไฟในช่วงเวลาที่มีคนใช้ไฟน้อย ค่าไฟก็จะถูกลงด้วยเพราะค่าไฟในช่วงดังกล่าวจะถูกกว่าเวลาปกติ</p>
<p>       แน่นอนว่าราคายังไม่เปิดเผยและยังเป็นที่ถกเถียงว่าจีเอ็มจะสามารถกดให้ลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ คือ ประมาณ 30,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือไม่เกิน 1 ล้านบาทได้หรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับการอุดหนุนของภาครัฐในการช่วยเหลือทางด้านภาษีด้วย เพราะถ้าไม่ช่วยแล้วและจีเอ็มต้องขายในราคาแบบไม่ขาดทุนแล้ว ราคาจะขยับขึ้นมาอยู่ในระดับ 40,000-50,000 สหรัฐฯ หรือ 1.3-1.65 ล้านบาทเลยทีเดียว</p>
<p>ข้อมูลจาก <a href="http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9510000113310">ผู้จัดการ Online</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/24/11/2008/chevrolet-volt-concept/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

