<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>iCar Free Online Magazine &#187; เทคโนโลยี</title>
	<atom:link href="http://www.icarmagazine.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.icarmagazine.com</link>
	<description>Free Car Magazine Online - นิตยสาร รถยนต์ ออนไลน์ ฟรี! ที่รวบรวมข้อมูลเรื่อง ยานยนต์ และ สาระอื่นๆที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไว้อย่างหลากหลาย</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Dec 2011 17:12:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>2011 Lamborghini Aventador LP700-4 by Niche Cars</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/11/08/2011/2011-lamborghini-aventador-lp700-4-by-niche-cars/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/11/08/2011/2011-lamborghini-aventador-lp700-4-by-niche-cars/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Aug 2011 10:54:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Supercar & Exotic]]></category>
		<category><![CDATA[2011]]></category>
		<category><![CDATA[34 ล้านบาท]]></category>
		<category><![CDATA[Aventador]]></category>
		<category><![CDATA[Elegante]]></category>
		<category><![CDATA[Lamborghini]]></category>
		<category><![CDATA[LP700-4]]></category>
		<category><![CDATA[Niche Cars]]></category>
		<category><![CDATA[Pushrod Suspension]]></category>
		<category><![CDATA[Sole Authorized]]></category>
		<category><![CDATA[Sportivo]]></category>
		<category><![CDATA[กีกี้ ศักดิ์ นานา]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนไฟเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดับเบิ้ลวิชโบน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นิช คาร์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[รถซุปเปอร์คาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคารถ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดตัวรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[โมโนค็อก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=300</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2554 บริษัท นิช คาร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ระดับซูปเปอร์พรีเมี่ยม Lamborghini, Lotus และ Mercedes Benz Lorinser อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้จัดงานเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด Lamborghini Aventador LP 700-4 โดยได้รับเกียรติจาก คุณมานะ ตรงกมลธรรม ประธานชมรม Lamborghini Thailand Club, คุณกีกี้ ศักดิ์ นานา นักแข่งรถระดับโลก และ คุณ วิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิช คาร์ จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิด ณ ห้องแกรนด์บอลลูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล ราชประสงค์ ภายในงานได้มีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ตื่นตาตื่นใจตั้งแต่เริ่มงานสร้างความประทับใจแก่แขกผู้ร่วมงาน โดยพระเอกของงานนี้ต้องยกให้เจ้ากระทิงดุพันธุ์ใหม่ Lamborghini Aventador LP 700-4 เพราะนอกจากสีสันร้อนแรง รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวสะดุดตาแล้วยังมีการเพิ่มเติมเทคโนโลยีใหม่ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2011-lamborghini-aventador-1.jpg" alt="" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2554 บริษัท นิช คาร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ระดับซูปเปอร์พรีเมี่ยม Lamborghini, Lotus และ Mercedes Benz Lorinser อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้จัดงานเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด Lamborghini Aventador LP 700-4 โดยได้รับเกียรติจาก คุณมานะ ตรงกมลธรรม ประธานชมรม Lamborghini Thailand Club, คุณกีกี้ ศักดิ์ นานา นักแข่งรถระดับโลก และ คุณ วิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิช คาร์ จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิด ณ ห้องแกรนด์บอลลูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล ราชประสงค์</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2011-lamborghini-aventador-2.jpg" alt="" /></p>
<p>ภายในงานได้มีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ตื่นตาตื่นใจตั้งแต่เริ่มงานสร้างความประทับใจแก่แขกผู้ร่วมงาน  โดยพระเอกของงานนี้ต้องยกให้เจ้ากระทิงดุพันธุ์ใหม่  Lamborghini Aventador LP 700-4  เพราะนอกจากสีสันร้อนแรง รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวสะดุดตาแล้วยังมีการเพิ่มเติมเทคโนโลยีใหม่ๆ  ทั้งในส่วนของเครื่องยนต์และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ  ของรถเพื่อทำให้ตัวรถมีสมรรถนะที่ดีล้ำหน้ารถซุปเปอร์คาร์อื่นๆไปไกลนับทศวรรษ  และได้รับการยกย่องว่าเป็นศูนย์รวมของการนำเอาความเป็นที่สุดในทุกๆด้านมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว</p>
<p>Lamborghini Aventador LP 700 &#8211; 4 ถูกออกแบบโครงสร้างด้วยตัวถังแบบโมโนค็อกขึ้นรูปทั้งลำด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ ให้ความแข็งแกร่งกว่าโครงสร้างแชสซี และวัสดุอลูมินั่มอัลลอยด์ที่ใช้กันอยู่ในรถซุปเปอร์คาร์ทั่วไป การออกแบบนวัตกรรมตัวถังของ Lamborghini ส่งผลให้ Aventador มีบุคลิกที่คล่องตัวจากตัวถังที่ยืดหยุ่นและแข็งแรง และหนักเพียง 1475 กิโลกรัม ในส่วนของเฟรมรองรับแรงกระแทกทางด้านหน้าและด้านหลังของตัวรถขึ้นรูปจากนวัตกรรมอลูมินั่มรุ่นใหม่ล่าสุดที่ทนต่อแรงกระทำได้สูงถึง 35,000 นิวตันเมตร</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2011-lamborghini-aventador-3.jpg" alt="" /></p>
<p> เครื่องยนต์บล็อกใหม่ขนาด V12 ขนาด 6,500 ซีซี  พร้อมระบบเกียร์อัจฉริยะ ISR (Independent Shifting  Rods)  ประมวลผลฉับไวปรับเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละเกียร์เพียงเศษเสี้ยวของวินาที  คือ ใช้เวลาเพียง 0.05  วินาที  และ ยังสามารถเลือกโหมดการขับตามลักษณะการขับของผู้ขับขี่  ทั้งระบบเครื่องยนต์   ระบบขับเคลื่อน  ระบบดิฟเฟอร์เรนเทียล  ระบบบังคับเลี้ยว และ ระบบพลศาสตร์ของตัวรถ  ได้ด้วยตนเองจาก<br />
3 โหมด คือ โหมดสตราด้า Strada สำหรับการขับบนถนนหลวง โหมดสปอร์ต Sport สำหรับสนามแข่งและโหมดคอร์ซ่า Corsa สำหรับสนามแข่งและนักขับที่ต้องการใช้ทักษะในการควบคุมรถอย่างเต็มที่</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2011-lamborghini-aventador-4.jpg" alt="" /></p>
<p> 	ระบบช่วงล่างใหม่ Pushrod Suspension รองรับฝูงม้า 700 ตัว ที่ 8,250 รอบ/นาที ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของซุปเปอร์คาร์  แรงบิดมหาศาล 690 Nm @ 5500 รอบ/นาที  สามารถทำอัตราเร่งจาก<br />
0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 2.9 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุด 350 กิโลเมตร/ชั่วโมง นอกจากเครื่อง V12 ที่มาพร้อมกับแนวคิดระบบช่วงล่างที่ออกแบบมาอย่างซับซ้อน เพื่อลดแรงกระแทกและถ่ายทอดกำลังของเครื่องยนต์ ระบบสปริงแบบ Push Rod ลิงค์หลายจุด ถือเป็นการนำเอาเทคโนโลยีของรถแข่งฟอร์มูล่าวันมาใช้ เพื่อความสมบูรณ์แบบผสานกับระบบช่วงล่างอลูมินั่มแบบดับเบิ้ลวิชโบน</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2011-lamborghini-aventador-5.jpg" alt="" /></p>
<p>	บริษัท นิช  คาร์ จำกัด นำเข้าแต่ Lamborghini ใหม่เท่านั้น  โดยรถทุกคันจะถูกห่อหุ้มด้วยวัสดุพิเศษอย่างดีส่งตรงจากโรงงานประเทศอิตาลี  และสำหรับ Aventador  Lp 700-4 นี้ เมื่อรถมาถึงประเทศไทยก็จะได้รับการบำรุงรักษาโดยคุณ Sergio Scotese วิศวกรชาวอิตาเลียน และเป็นผู้จัดการ Aventador Project โดยได้รับการอบรมจาก Lamborghini ประเทศอิตาลีมาโดยตรงสำหรับดูแลรถ Aventador เท่านั้น ซึ่งคุณเซอร์จิโอ ได้ย้ำว่า  Lamborghini  พัฒนาระบบบำรุงรักษารถยนต์ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้ ผู้ที่ไม่ใช่ Sole Authorized มาลองผิดลองถูกกับรถ มีการพัฒนาซอฟท์แวร์ต่างๆขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อดูแล<br />
รถที่ล้ำอนาคตอย่าง Aventador เฉพาะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการอย่าง นิช คาร์ เท่านั้นที่สามารถมีและใช้อุปกรณ์นี้ได้ คุณเซอร์จิโอ ได้กล่าวย้ำในตอนท้าย  </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2011-lamborghini-aventador-6.jpg" alt="" /></p>
<p>Lamborghini Aventador LP 700-4 คงความเป็นเอกลักษณ์เหมือนแลมโบร์กินีรุ่นอื่นๆ ที่บ่งชี้ความเป็นตัวตนของเจ้าของผู้ที่ครอบครองได้อย่างชัดเจน โดยเจ้าของสามารถตกแต่งรถของตนได้ตามที่ต้องการได้อย่างไม่มีสิ้นสุดด้วยโปรแกรม  “ Ad Personam ”  ด้วยสีตัวรถที่โดดเด่นที่มีให้เลือกถึง  13  เฉดสี และสีวัสดุตกแต่งย่อยอีก 3 เฉดสี  ในส่วนออพชั่นในการตกแต่งภายในมีให้เลือก 2 แบบ 2 เฉดสีสไตล์ทูโทน คือ แบบสปอร์ต (Sportivo) และ แบบหรูหรา (Elegante) ในส่วนออพชั่นอื่นๆจากหลากหลายออพชั่นที่นิช คาร์สังให้ติดตั้งมากับรถทุกคัน เช่น ระบบเครื่องเสียงชั้นเลิศที่ทำงานผสานกับระบบกล้องช่วยถอย </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/2011-lamborghini-aventador-7.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ราคารถ Aventador เริ่มต้นที่ 34 ล้านบาท ส่วนรุ่นฟูลออฟชั่นที่ 36 ล้านบาท</strong></p>
<p>Aventador คือคัวแทนของ Murcielago รถยนต์รุ่นใหญ่ที่สุดในสายพานของ Lamborghini ผู้ผลิตรถซุปเปอร์คาร์ชื่อดังจากประเทศอิตาลี และแน่นอนว่ามันถูกสร้างขึ้่นมาเพื่อ เป็นตำนาน ที่จะถูกกล่าวขวัญไปอีกนานที่เดียว ผมเองเริ่มรู้จักรถยนต์ Lamborghini ครั้งแรกเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนโดยการซื้อโปสเตอร์รถยนต์รูปลิ่มสีขาวมาติดผนังที่บ้าน มันสวยงามและเชิญชวน ผมให้อยากเข้าไปสัมผัส มารู้ภายหลังว่ามันคือ Lamborghini Countach หลังจากนั้นเป็นต้นมารถยนต์ Lamborghini ก็ตามหลอหหลอนผมอยู่ภายในจิตรใจเรื่อยมา แล้วคุณล่ะรู้สึกเหมือนผมหรือเปล่า&#8230;..</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/11/08/2011/2011-lamborghini-aventador-lp700-4-by-niche-cars/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The 32nd Bangkok International Motor Show Reviews ถาค 1</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/29/03/2011/the-32nd-bangkok-international-motor-show-reviews-%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%84-1/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/29/03/2011/the-32nd-bangkok-international-motor-show-reviews-%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%84-1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Mar 2011 15:48:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car News]]></category>
		<category><![CDATA[2554]]></category>
		<category><![CDATA[9ff]]></category>
		<category><![CDATA[AAS]]></category>
		<category><![CDATA[Audi]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok International]]></category>
		<category><![CDATA[Bentley]]></category>
		<category><![CDATA[BMW]]></category>
		<category><![CDATA[Brabus]]></category>
		<category><![CDATA[Chevrolet]]></category>
		<category><![CDATA[Classic Cars]]></category>
		<category><![CDATA[Colorado]]></category>
		<category><![CDATA[Concept Cars]]></category>
		<category><![CDATA[Cruze]]></category>
		<category><![CDATA[DAD]]></category>
		<category><![CDATA[Ford]]></category>
		<category><![CDATA[Jaguar]]></category>
		<category><![CDATA[MINI]]></category>
		<category><![CDATA[Motor Show]]></category>
		<category><![CDATA[Porsche]]></category>
		<category><![CDATA[Premium Car]]></category>
		<category><![CDATA[Ranger]]></category>
		<category><![CDATA[Wiesmann]]></category>
		<category><![CDATA[ครั้งที่ 32]]></category>
		<category><![CDATA[งานโชว์รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[มอเตอร์โชว์]]></category>
		<category><![CDATA[ยนตรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถคลาสสิค]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์รุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์ดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=281</guid>
		<description><![CDATA[เมื่องาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 ประจำปี 2554 มาถึงผมก็เริ่มตื่นเต้น หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง เพราะนี่เป็นงานโชว์รถยนต์ที่ยิ่งใหญ่และจัดขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น การรอคอยที่จะได้ยลโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ เทคโนโลยียานยนต์ Concept Cars รถจักรยานยนต์ รวมถึงรถยนต์แปลกๆและเรือ ทุกสิ่งได้ถูกรวบรวมไว้แ้ล้วในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 ประจำปี 2554 ครั้งนี้ถูกจัดขึ้นที่ ไบเท็ค เมืองทองธานี มีกิจกรรมต่างๆให้ได้ร่วมสนุกมากมาย ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ผมได้เก็บภาพบรรยากาศมาฝากเช่นเคยครับ ดร.ปราจิน เอี่ยมลําเนา ประธานจัดงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 ค่าย AAS ค่าย AAS ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Porsche, Jaguar และ Bentley ในประเทศไทย ขนรถสปอร์ตหรูมาโชว์อย่างคับคั่ง ค่าย Audi รถยนต์ระดับ Premium Car สัญลักษณ์ตราสี่ห่วง จากประเทศเยอรมัน มีตัวหลักที่ทำตลาดมาโชว์ครบครัน Audi A4 รถขนาดคอมแพ็คของค่าย Audi [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่องาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 ประจำปี 2554 มาถึงผมก็เริ่มตื่นเต้น หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง เพราะนี่เป็นงานโชว์รถยนต์ที่ยิ่งใหญ่และจัดขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น การรอคอยที่จะได้ยลโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ เทคโนโลยียานยนต์ Concept Cars รถจักรยานยนต์ รวมถึงรถยนต์แปลกๆและเรือ ทุกสิ่งได้ถูกรวบรวมไว้แ้ล้วในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 ประจำปี 2554 ครั้งนี้ถูกจัดขึ้นที่ ไบเท็ค เมืองทองธานี มีกิจกรรมต่างๆให้ได้ร่วมสนุกมากมาย ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ผมได้เก็บภาพบรรยากาศมาฝากเช่นเคยครับ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/DR-Prajin.jpg" alt="" /><br />
ดร.ปราจิน เอี่ยมลําเนา ประธานจัดงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32</p>
<p><strong>ค่าย AAS</strong></p>
<p>ค่าย AAS ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Porsche, Jaguar และ Bentley ในประเทศไทย ขนรถสปอร์ตหรูมาโชว์อย่างคับคั่ง</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/AAS/AAS.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/AAS/AAS-1.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/AAS/AAS-2.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/AAS/AAS-Bentley.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/AAS/AAS-Bentley-1.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/AAS/AAS-Bentley-2.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/AAS/AAS-Bentley-3.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/AAS/AAS-Porsche.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ค่าย Audi</strong></p>
<p>รถยนต์ระดับ Premium Car สัญลักษณ์ตราสี่ห่วง จากประเทศเยอรมัน มีตัวหลักที่ทำตลาดมาโชว์ครบครัน</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Audi/Audi.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Audi/Audi-A4.jpg" alt="" /><br />
Audi A4 รถขนาดคอมแพ็คของค่าย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Audi/Audi-A5.jpg" alt="" /><br />
Audi A5 รถขนาดกลางของค่าย</p>
<p><strong>ค่าย BMW และ MINI</strong></p>
<p>รถยนต์จากประเทศเยอรมันอีกค่ายหนึ่ง ที่สามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างเหนี่ยวแน่น</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW.jpg" alt="" /><br />
ครบครับทุกรุ่น</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-1.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-2.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-3.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-4.jpg" alt="" /><br />
การออกแบบที่ล้ำหน้าทำให้ BMW คงความสวยงามและมีมนต์ขลัง สกดใจผู้พบเ้ห็นได้เป็นอย่างดี</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-740Li.jpg" alt="" /><br />
Top of the line ของรถซีดานจาก BMW</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-640I.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-640I-1.jpg" alt="" /><br />
Series 6 อนุกรมใหม่ของ BMW เสริมไลน์ ปิดช่องว่างทางการตลาดได้อย่างลงตัว</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-520d.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-520d-1.jpg" alt="" /><br />
Series 5 รุ่นใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลทรงพลังและเกียร์ออโต้ 8 สปีด</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-X1.jpg" alt="" /><br />
น้ิองเล็กของตะกูล X</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-X3.jpg" alt="" /><br />
X 3 เครื่องยนต์ดีเซลพร้อมระบบ xDrive</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-X5.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-X5-1.jpg" alt="" /><br />
แข็งแรง กล้ามใหญ่ เพราะน้ำหนักตัวเยอะจึงต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ เทอร์โบ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-X6.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-X6-1.jpg" alt="" /><br />
รูปทรงดูทะมัดทะแมงกว่า X 5 จากแนวหลังคาแบบรถคูเป้</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/BMW-Z4.jpg" alt="" /><br />
ตัวชูโรงของค่าย ดูกี่ทีก็ไม่มีเบื่อ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/MINI.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/BMW-MINI/MINI-1.jpg" alt="" /><br />
บูธ MINI กับสาวสวย</p>
<p><strong>ค่าย Brabus, Wiesmann และ 9ff</strong></p>
<p>ค่ายแต่งรถยนต์ชื่อกระฉ่อนโลกจากเยอรมัน Brabus และ 9ff ที่เคยสร้างรถ Porsche ที่เร็วที่สุดในโลกมาแล้ว กับรถสปอร์ตสายพันธ์แรงจากเยอรมันเช่นกัน ที่มีรูปแบบเป็นของตัวเองไม่ซ้ำแบบใคร</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Brabus-Wiesmann-9ff/Brabus-Wiesmann-9ff.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Brabus-Wiesmann-9ff/Brabus-Wiesmann-9ff-1.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Brabus-Wiesmann-9ff/Brabus-Wiesmann-9ff-2.jpg" alt="" /><br />
Smart เวอร์ชั่น Brabus</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Brabus-Wiesmann-9ff/9ff.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Brabus-Wiesmann-9ff/9ff-1.jpg" alt="" /><br />
รถ Porsche จากฝีมือการตกแต่งจาก 9ff</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Brabus-Wiesmann-9ff/Brabus.jpg" alt="" /><br />
Mercedes Benz S Class ตกแต่งโดย Brabus ถ้ารถคุณเครื่องไม่ใหญ่พออย่าแหยม</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Brabus-Wiesmann-9ff/Brabus-1.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Brabus-Wiesmann-9ff/Brabus-2.jpg" alt="" /><br />
สัญลักษณ์บอกความแรง</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Brabus-Wiesmann-9ff/Brabus-3.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Brabus-Wiesmann-9ff/Wiesmann-MF5.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Brabus-Wiesmann-9ff/Wiesmann-MF5-1.jpg" alt="" /><br />
สวยงามเกินคำบรรยาย ยิ่งได้ทราบราคายิ่งพูดไม่ออกใหญ่เลย</p>
<p><strong>ค่าย Chevrolet</strong></p>
<p>Chevrolet มีของใหม่ ของใหญ่ มาโชว์ด้วย Colorado นั่นเอง</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Chevrolet/Chevrolet.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Chevrolet/Chevrolet-1.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Chevrolet/Chevrolet-2.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Chevrolet/Chevrolet-3.jpg" alt="" /><br />
นำรถ Chevrolet รุ่นเก่ามาโชว์ไม่ได้แค่สวยอย่างเดียว แต่ยังบอกเล่าประว้ติความเป็นมาของค่ายด้วย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Chevrolet/Chevrolet-Cruze.jpg" alt="" /><br />
Chevrolet Cruze ตกแต่งเหมือนตัวที่ได้แชมป์โลก</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Chevrolet/Chevrolet-New-Colorado.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Chevrolet/Chevrolet-New-Colorado-1.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Chevrolet/Chevrolet-New-Colorado-2.jpg" alt="" /><br />
นี่แหละ ของใหญ่ ที่ผมพูดถึง เจ้า Colorado นั่นเอง</p>
<p><strong>รถคลาสสิค Classic Cars</strong></p>
<p>บรรดารถคลาสสิคหลายรุ่น ดูแล้วทำให้คิดถึงอดีต แต่ปัจจุบันมนต์ขลังก็ยังไม่เสื่อมคลาย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Classic-Cars/Classic-Cars.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Classic-Cars/Classic-Cars-1.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Classic-Cars/Classic-Cars-2.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/Classic-Cars/Classic-Cars-3.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ค่าย ยนตรกิจ DAD</strong></p>
<p>DAD หรือ บริษัท Directional Automobiles Development ก็คือ ยนตรกิจเดิมนั่นเองครับ เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ CITROEN, SKODA, SPYKER, FOTON, MTM และ SEAT ในประเทศไทย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/DAD/DAD.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/DAD/DAD-Citroen.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/DAD/DAD-Citroen-DS3.jpg" alt="" /><br />
CITROEN CS 3 ที่กำลังมาแรงในตลาดยุโรบ ด้วยรูปทรงสวยงามสไตล์ฝรั่งเศส</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/DAD/DAD-Citroen-DS3-1.jpg" alt="" /><br />
อีกหนึ่งมุมของ DS 3</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/DAD/DAD-MTM.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/DAD/DAD-MTM-1.jpg" alt="" /><br />
MTM นำรถยนต์ Audi มาตกแต่ง</p>
<p><strong>ค่าย FORD</strong></p>
<p>ค่ายรถยนต์ Ford นำยนตกรรมของตัวเองมาโชว์อย่างพร้อมเพรียง พร้อมกับเปิดตัวรถปิคอัพ Ford Ranger ใหม่ภายในงานครั้งนี้ด้วย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/FORD/Ford.jpg" alt="" /><br />
Ford Fiesta ยังอยู่หน้าสุดเสมอ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/FORD/Ford-1.jpg" alt="" /><br />
ของเล่นมันส์ๆจาก Ford</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/FORD/Ford-2.jpg" alt="" /><br />
โชว์เทคโยโลยีการผลิต</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/FORD/Ford-3.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/FORD/Ford-New-Ranger-1.jpg" alt="" /><br />
นี่แหละพระเอกตัวจริง</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/FORD/Ford-New-Ranger-2.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/FORD/Ford-New-Ranger-3.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/motorshow2011/cars/FORD/Ford-New-Ranger.jpg" alt="" /><br />
เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร เกียร์ 6 สปีด กับรถปิคอัพขนาด 1 ตัน ที่มีตัวถังเท่ากับ 1.5 ตัน แสดงให้เห็นเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ที่ทันสมัย ให้กำลังได้มาก ในขณะที่ความจุกระบอกสูบลดลง และจะเป็นเทรนรถปิคอัพในบ้านเราไปอีกนานเลยครับ</p>
<p>แล้วพบกันต่อ ภาค 2 ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/29/03/2011/the-32nd-bangkok-international-motor-show-reviews-%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%84-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>MOTOR EXPO 2010</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/30/11/2010/motor-expo-2010/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/30/11/2010/motor-expo-2010/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 30 Nov 2010 11:08:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car News]]></category>
		<category><![CDATA[CAR STEREO]]></category>
		<category><![CDATA[MOTOR EXPO 2010]]></category>
		<category><![CDATA[SUBARU STUNT SHOW]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ผลิตรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[มหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์รุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเสียงรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=251</guid>
		<description><![CDATA[แนวคิดของงาน ในอุตสาหกรรมยานยนต์มีผู้เกี่ยวข้องสำคัญ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ผู้ผลิต รัฐ และผู้บริโภค ทั้ง 3 ฝ่ายต่างมีบทบาทหน้าที่ของตนเอง แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องตอบสนองความต้องการของกันและกันด้วย อุตสาหกรรมจึงจะสามารถเติบโต และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้ผลิตมักรับบทหนักที่สุด เพราะต้องสร้างสรรค์ยานยนต์ที่ผู้บริโภคพึงพอใจ ภายใต้กรอบกติกา และเงื่อนไขที่รัฐตราไว้ กระนั้น การกำหนดมาตรการต่างๆ ของรัฐ ก็จำต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ และความอยู่รอดของผู้ประกอบอุตสาหกรรม รวมถึงต้องไม่เป็นอุปสรรคขัดขวางพัฒนาการด้านเทคโนโลยีของผู้ผลิต อีกด้วย เมื่อพิจารณาถึงความเป็นจริงดังกล่าว ฝ่ายที่เป็นผู้กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างแท้จริง ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ก็คือ ผู้บริโภคนั่นเอง ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ความต้องการที่หลากหลาย และไม่สิ้นสุดของผู้บริโภค ได้นำอุตสาหกรรมยานยนต์เข้าสู่การแข่งขัน ที่นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นการพยายามเอาชนะกันด้านความเร็ว แรง และความหรูหรา สะดวกสบาย แต่ขณะที่ผู้บริโภคกำลังมีความสุขกับยานยนต์ที่ถึงพร้อมด้วยเทคโนโลยี ทันสมัย สภาพแวดล้อมรอบตัวเรากลับถูกคุกคามจากเทคโนโลยีเดียวกันนั้น เพราะความเร็ว ความแรง ย่อมต้องแลกด้วยอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และอัตราการปล่อยมลพิษที่สูงขึ้น ส่วนความหรูหราสะดวกสบาย ก็เรียกร้องการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย กล่าวให้ชัดเจน โลกกำลังถูกทำร้ายจากเทคโนโลยียานยนต์ที่คิดค้นขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน ภัยธรรมชาติ และความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศที่ในทุกภูมิภาค [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/Expo-2010_white.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>แนวคิดของงาน</strong></p>
<p>ในอุตสาหกรรมยานยนต์มีผู้เกี่ยวข้องสำคัญ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ผู้ผลิต รัฐ และผู้บริโภค<br />
ทั้ง 3 ฝ่ายต่างมีบทบาทหน้าที่ของตนเอง แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องตอบสนองความต้องการของกันและกันด้วย  อุตสาหกรรมจึงจะสามารถเติบโต และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง<br />
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้ผลิตมักรับบทหนักที่สุด เพราะต้องสร้างสรรค์ยานยนต์ที่ผู้บริโภคพึงพอใจ ภายใต้กรอบกติกา และเงื่อนไขที่รัฐตราไว้<br />
กระนั้น การกำหนดมาตรการต่างๆ ของรัฐ ก็จำต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ และความอยู่รอดของผู้ประกอบอุตสาหกรรม รวมถึงต้องไม่เป็นอุปสรรคขัดขวางพัฒนาการด้านเทคโนโลยีของผู้ผลิต<br />
อีกด้วย</p>
<p>เมื่อพิจารณาถึงความเป็นจริงดังกล่าว ฝ่ายที่เป็นผู้กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างแท้จริง ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ก็คือ ผู้บริโภคนั่นเอง<br />
ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ความต้องการที่หลากหลาย และไม่สิ้นสุดของผู้บริโภค ได้นำอุตสาหกรรมยานยนต์เข้าสู่การแข่งขัน ที่นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นการพยายามเอาชนะกันด้านความเร็ว แรง และความหรูหรา สะดวกสบาย</p>
<p>แต่ขณะที่ผู้บริโภคกำลังมีความสุขกับยานยนต์ที่ถึงพร้อมด้วยเทคโนโลยี ทันสมัย สภาพแวดล้อมรอบตัวเรากลับถูกคุกคามจากเทคโนโลยีเดียวกันนั้น<br />
เพราะความเร็ว ความแรง ย่อมต้องแลกด้วยอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และอัตราการปล่อยมลพิษที่สูงขึ้น ส่วนความหรูหราสะดวกสบาย ก็เรียกร้องการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย<br />
กล่าวให้ชัดเจน โลกกำลังถูกทำร้ายจากเทคโนโลยียานยนต์ที่คิดค้นขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน ภัยธรรมชาติ และความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศที่ในทุกภูมิภาค เป็นสัญญาณเตือนว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหยุดทำร้ายโลกเสียที  </p>
<p>เริ่มจากผู้บริโภคซึ่งเป็นเสมือนต้นตอของปัญหาทั้งหมด ต้องรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว เลือกใช้เฉพาะยานยนต์ที่มีสมรรถนะและประสิทธิภาพสูง แต่ประหยัดเชื้อเพลิง ปล่อยมลพิษต่ำ และไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร พร้อมทั้งลดละความต้องการยานยนต์ที่เร็วกว่า แรงกว่า และสะดวกสบายกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ตราบเท่าที่เทคโนโลยีแบบ “ได้อย่างเสียอย่าง” ยังไม่ได้รับการพัฒนา<br />
ผู้ผลิตต้องพร้อมใจกันเร่งสร้างสรรค์ “ยานยนต์รักโลก” ออกมาทดแทนยานยนต์รุ่นเก่า ให้เท่าทันกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค<br />
ส่วนภาครัฐ  ก็มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการผลิตยานยนต์รักโลก ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น  กำหนดอัตราภาษีที่เหมาะสม และเงื่อนไขการผลิตที่เป็นไปได้ สนับสนุนเงินแก่ผู้ใช้ยานยนต์มลพิษต่ำ แสวงหาตลาดใหม่ๆ ให้ผู้ผลิต ฯลฯ</p>
<p>“สื่อสากล”  ในฐานะสื่อกลางระหว่าง 3 ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ปรารถนาจะเห็นบรรยากาศแห่งภราดรภาพในสังคมยานยนต์ เพื่อร่วมดูแลรักษาสภาพแวดล้อมบริสุทธิ์สดใส ให้คงอยู่คู่โลกของเราสืบไป  จึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะมอบงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 27” ให้เป็นเวทีใหญ่สำหรับการแสดงออก ถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของทั้ง 3 ฝ่าย ภายใต้แนวคิด “น้ำหนึ่งใจเดียว&#8230;สร้างสรรค์ยานยนต์รักโลก” </p>
<p><strong>กิจกรรมภายในงาน</strong></p>
<p><strong>THE 1st MOTOR EXPO AUTOMOTIVE INNOVATION AWARD</strong></p>
<p>ปีนี้ โครงการประกวดนวัตกรรมยานยนต์ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 1 (THE 1st MOTOR EXPO AUTOMOTIVE INNOVATION AWARD 2010) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมหาวิทยาลัยรังสิต เป็นผู้สนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงานของนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ งานนี้น้องๆ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5<br />
ผลงาน จะนำผลงานของตนมาจัดแสดง และนำเสนอต่อผู้ชมงาน ผู้ที่สนใจไปชมผลงานของน้องๆ ได้ที่อาคารชาลเลนเจอร์ 2 บูธ B12 (ติดกับบูธรถยนต์ BRG)</p>
<p><strong>MOTOR EXPO-CANON PHOTO CONTEST 201</strong>0</p>
<p>บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับผู้จัดงาน ชักชวนผู้ชมงานส่งภาพถ่ายเข้าประกวดในหัวข้อ &#8220;ความประทับใจในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 27&#8243; เพื่อชิงรางวัล กล้องถ่ายรูป CANON รุ่น EOS 7D EFS 18-135IS มูลค่ากว่า 60,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ และรางวัลอื่นๆ อีกมาก ใครสนใจส่งผลงานได้ที่บูธ CANON บูธ B11 (ติดกับ บูธ GRAND CARRYBOY) ตั้งแต่วันที่ 1-11 ธันวาคม 2553</p>
<p><strong>SKILL DRIVING EXPERIENCE</strong></p>
<p>โครงการขับเป็น&#8230;ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล (SKILL DRIVING EXPERIENCE) เปิดโอกาสให้ผู้สนใจลงทะเบียนเรียนล่วงหน้าในราคาพิเศษ โดยครูฝึกมืออาชีพสอนเกี่ยวกับทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัย ทั้งรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า ล้อหลัง และ 4 ล้อ ผู้ชมงานที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บูธ B16 (ติดกับบูธ อัลฟา โรเมโอ) บริเวณอาคารชาลเลนเจอร์ 1 </p>
<p><strong>โครงการ &#8220;ลมหายใจไร้มลทิน&#8221;/&#8221;LOMHAIJAI&#8221; PROJECT</strong></p>
<p>หลังจากคณะกรรมการตัดสินรางวัลได้พิจารณากันอย่างเข้มข้น ได้ผู้ชนะในแต่ละสาขาการประกวดกิจกรรมในโครงการ ฯ ในงานนี้จึงได้จัดการแสดงของน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร  ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมของโครงการ ฯ  รวมถึงการร้องเพลง &#8220;ลมหายใจ ไร้มลทิน&#8221; ของผู้ชนะ ร่วมพูดคุยกับน้องๆ ที่ชนะเลิศจากการประกวด ผู้ชมงานที่สนใจ สามารถติดตามได้บริเวณลานศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ไทย หน้าอาคารชาลเลนเจอร์ 2 นอกจากนี้ วันพุธที่ 1 ธันวาคม จะเป็นวันมหากุศล (GRAND CHARITY DAY) ผู้จัดจะนำรายได้จากการจำหน่ายบัตรทั้งหมดมอบให้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา และร่วมสมทบเข้าโครงการ ฯ<br />
<strong><br />
ลานศิลปวัฒนธรรม ฯ/THAI ARTS AND CULTURAL GROUND </strong></p>
<p>สมาคมศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ไทย ร่วมจัดกิจกรรมการแสดงดนตรีไทย ดนตรีพื้นบ้าน การแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทย กระบี่กระบอง และการแสดงนาฏศิลป์จากน้องๆ ที่ยังคงมีหมุนเวียนสลับเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน ผู้ชมงานที่สนใจสามารถติดตามตารางการแสดงได้บริเวณลานศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ไทย โดยการแสดงจะเริ่มประมาณ 15.00 น. ของทุกวัน บริเวณเวทีหน้าอาคารชาลเลนเจอร์ 2</p>
<p><strong>ศิลปินน้อย MOTOR EXPO/MOTOR EXPO YOUNG ARTISTS</strong></p>
<p>ผู้จัดงาน ฯ ร่วมกับชมรมสร้างสรรค์ศิลปินน้อย ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 8 จัดแสดงผลงานศิลปะของน้องๆ โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร หากท่านใดสนใจผลงานภาพวาดศิลปินน้อย สามารถติดต่อซื้อได้ โดยรายได้จากการจำหน่ายภาพนำไปมอบแก่กองทุนการศึกษาภาคศิลปะของชมรมสร้างสรรค์ศิลปินน้อย และทุนสนับสนุนการเรียนการสอนภาคศิลปะบำบัด สำหรับเด็กพิเศษ </p>
<p><strong>มุมของที่ระลึก MOTOR EXPO/MOTOR EXPO SOUVENIR</strong></p>
<p>บริษัท คโรม จำกัด ผู้จำหน่ายสินค้าที่ระลึกของงานมหกรรมยานยนต์อย่างเป็นทางการ จัดเตรียมของที่ระลึกภายในงานปีนี้ไว้มากมาย ผู้ชมงานที่สนใจ และรักการสะสมของพรีเมียมต้องไม่พลาด เพราะเป็นสินค้าที่ถูกผลิตขึ้นเฉพาะงานนี้ บริเวณบูธ B12 อาคารชาลเลนเจอร์ 2 </p>
<p><strong>สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย/VINTAGE CAR CLUB OF THAILAND</strong></p>
<p>สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ยกขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค เข้าร่วมงาน โดยจัดแสดงรถยนต์ยุคก่อนสงคราม ยุคหลังสงคราม และยุคคลาสสิค เพื่อนำเสนอให้ผู้ชมได้ทราบประวัติความเป็นมา จุดเด่นของรถในยุคนั้นๆ รวมถึงพัฒนาการของรถยนต์ในแต่ละยุคสมัยอีกด้วย</p>
<p><strong>MOTOR SPORT ZONE</strong></p>
<p>กิจกรรมเอาใจคนรักรถแข่ง ทั้งทางเรียบ และทางฝุ่น รถแข่งดริฟท์ มาโชว์พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับรถแข่งนอกจากจะได้ชมรถแข่งในรุ่นต่างๆ แล้ว ยังสามารถซื้ออุปกรณ์เกี่ยวเนื่องกับรถแข่งได้ภายในงานอีกด้วย พลาดไม่ได้สำหรับคนที่มีหัวใจมอเตอร์สปอร์ทเต็มร้อย โดยจัดขึ้นที่บริเวณอาคารชาลเลนเจอร์ 3 อิมแพคท์ เมืองทองธานี<br />
<strong><br />
SUBARU STUNT SHOW </strong></p>
<p>บริษัท มอเตอร์ อิมเมจ ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม SUBARU STUNT SHOW มาสร้างความอึ้ง ทึ่ง เสียว ให้แก่ผู้ชมกันเป็นปีที่ 2 สำหรับการแสดงผาดโผนครั้งนี้ รัสส์ สวิฟท์ ยังคงใช้รถยนต์สมรรถนะสูง ซูบารุ อิมพเรซา โดยจัดแสดงระหว่างวันที่ 4-6 ธันวาคม 2553 วันละ 3 รอบ รัสส์ สวิฟท์ ครองสถิติกินเนสส์ บุค เวิร์ลด์ เรคอร์ด ถึง 3 สถิติ คือ การทำโดนัท 10 รอบ ในระยะเวลา 16.07 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่น้อยที่สุดของโลก การเข้าจอดระหว่างรถ 2 คัน โดยการสไลด์รถ หรือเรียกว่า &#8220;พาราลเรล พาร์คิง&#8221; (PARALLEL PARKING) ในพื้นที่ที่ยาวกว่ารถเพียง 33 ซม. การกลับรถแบบเจ-เทิร์น หรือการถอยหลังแล้วกลับรถ 180 องศา โดยใช้พื้นที่แคบสุดเพียง 172 ซม. สนใจติดต่อได้ที่บูธ ซูบารุ</p>
<p><strong>ชุมนุมคลับดังทั่วไทย/MEETING OF FAMOUS THAI CAR CLUBS </strong></p>
<p>มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 27 เปิดโอกาสให้สมาชิกคาร์คลับทั่วสารทิศจับจองพื้นที่บริเวณ DROP OFF ชั้น 2 ของอาคารชาลเลนเจอร์ เพื่อเป็นจุดนัดพบ สังสรรค์พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมทั้งให้ผู้ชมงานที่สนใจ ร่วมชมรถสวยที่นำมาสร้างสีสันภายในงาน โดยในแต่ละวันจะมีคาร์คลับมาโชว์ 2 รอบด้วยกัน รอบแรกเวลา 12.00-16.00 น. และรอบที่ 2 เวลา 17.00-21.00 น. ของทุกวัน<br />
<strong><br />
CAR STEREO ALLEY &#038; ACTIVITES</strong></p>
<p>บริเวณลานแอคทีฟสแควร์ บริษัทเครื่องเสียงรถยนต์ชั้นนำของเมืองไทย นำรถยนต์ที่ตกแต่งด้วยเครื่องเสียงคุณภาพสูง มาร่วมโชว์พลังคับคั่งเช่นเดิม พร้อมแดนเซอร์สาวสวยสุดเซกซีที่มาโชว์ลีลาให้แก่ผู้นิยมเครื่องเสียงได้ชื่นชมกัน นอกจากนี้ผู้จัดงาน ฯ ยังคงเข้มงวดเรื่องการแต่งกาย ลีลาการเต้นของ<br />
แดนเซอร์ รวมถึงระดับเสียง ตั้งแต่ช่วงค่ำจนถึง 4 ทุ่ม </p>
<p><strong>SPIRIT OF THE 4&#215;4 DRIVING SCHOOL</strong></p>
<p>โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (SPIRIT OF THE 4&#215;4 DRIVING SCHOOL) จำลองสนามฝึกสอนของโรงเรียน ฯ มาไว้ที่ด้านข้างอาคารชาลเลนเจอร์ โดยเปิดการสอนหลักสูตรแบบเร่งรัดเพื่อให้ผู้สนใจเรียนรู้ รวมถึงผู้ที่อยากซื้อรถขับเคลื่อน 4 ล้อ แล้วต้องการทดสอบความสามารถของรถก่อนตัดสินใจซื้อ ทุกวันจะมีครูฝึกผู้เชี่ยวชาญคอยให้ความรู้ ความเข้าใจตลอดทั้งวัน สามารถพูดคุยกับครูฝึก หรือลงทะเบียนเรียนล่วงหน้าได้ที่ บูธ B16 อาคารชาลเลนเจอร์ 1 (ติดกับบูธ อัลฟา โรเมโอ) </p>
<p><strong>ฟรี ! รถรับส่ง</strong></p>
<p>ผู้จัดงาน ฯ มีบริการรถรับ/ส่งปรับอากาศ ฟรีสำหรับผู้จะเดินทางมาชมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 27 การเดินทางสามารถขึ้นรถได้ที่สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต สังเกตที่ด้านหน้ารถเขียนว่า &#8220;รถบริการฟรี ไปงาน MOTOR EXPO 2010&#8243; มีบริการหมุนเวียนตลอดทั้งวัน โดยรถจะออกทุกๆ 30 นาที หรือเร็วกว่านั้น ถ้าที่นั่งเต็มแล้วออกรถทันที ส่วนขากลับขึ้นที่หน้าอาคารชาลเลนเจอร์ 3 (ใต้สะพานเชื่อมระหว่างฮอลล์) </p>
<p>นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อีกหลายรุ่น เนื่องจากตลาดรถยนต์ในบ้านเราเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ต่างก็พยายามหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาเสริมการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง รับรองปีนี้จุใจแน่นอน รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายของค่ายต่างๆที่ออกมาก็ถือเป็น โปรโมชั่นที่ดีที่สุดในรอบปีก็แทบจะพูดได้ครับ<br />
<strong><br />
อย่าพลาดนะครับ งานนี้มีเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น แล้วพบกันในงานครับ</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/30/11/2010/motor-expo-2010/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นิสสัน มาร์ช ใหม่ รถยนต์ ECO Car คันแรกของไทย</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/16/03/2010/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%8a-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-eco-car/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/16/03/2010/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%8a-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-eco-car/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Mar 2010 10:02:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[ECO Car]]></category>
		<category><![CDATA[March]]></category>
		<category><![CDATA[Nissan]]></category>
		<category><![CDATA[V-platform]]></category>
		<category><![CDATA[XTRONIC CVT]]></category>
		<category><![CDATA[นิสสัน]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์ช]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาจำหน่าย]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=205</guid>
		<description><![CDATA[เปิดตัวเป็นรายแรกในโครงการ ECO Car ที่ดูเหมือนภาครัฐจะไม่ได้ช่วยอะไรผู้ผลิตรถยนต์เลย กับนิสสัน มาร์ช ใหม่ ที่ค่อนข้างดูดีเกินตัว เหมาะสำหรับผู้ที่รักความเรียบง่าย ได้รับการออกแบบมาให้เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่เชื่อถือได้ มีสไตล์ โฉบเฉี่ยว ในด้านวิศวกรรมนิสสัน มาร์ช ปราดเปรียวคล่องตัว มาพร้อมระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ โดยเครื่องยนต์มีขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ รหัส HR12DE ระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และเกียร์ระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะ XTRONIC CVT บนโครงสร้างวี แพลทฟอร์ม (V-platform) ใหม่ล่าสุด การออกแบบ มร. มาโกโตะ ยามาเน รองหัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ความเห็นว่า “รถยนต์รุ่นนี้ต้องมีสไตล์และกลิ่นไอของความพิถีพิถัน” การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้คือ – มีกระจังหน้าสองชั้น—ตอบสนองความมีสไตล์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามรูปทรงที่สวยงามคลาสสิกยังคงเป็นสิ่งสำคัญ และนี่คือเหตุผลที่มาร์ชยังคงมีเส้นโค้งบริเวณขอบหน้าต่าง (Arched side window)ที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาร์ช ดึงดูดใจผู้พบเห็น ด้วยความพยายามที่จะรักษาขนาดที่พอเหมาะไว้ นิสสัน มาร์ช ใหม่นี้ มีขนาดยาวขึ้นและความสูงลดลงเพียงเล็กน้อย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March-1.jpg" alt="" /></p>
<p>เปิดตัวเป็นรายแรกในโครงการ ECO Car ที่ดูเหมือนภาครัฐจะไม่ได้ช่วยอะไรผู้ผลิตรถยนต์เลย กับนิสสัน มาร์ช ใหม่ ที่ค่อนข้างดูดีเกินตัว เหมาะสำหรับผู้ที่รักความเรียบง่าย ได้รับการออกแบบมาให้เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่เชื่อถือได้ มีสไตล์ โฉบเฉี่ยว ในด้านวิศวกรรมนิสสัน มาร์ช ปราดเปรียวคล่องตัว มาพร้อมระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ โดยเครื่องยนต์มีขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ รหัส HR12DE ระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และเกียร์ระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะ XTRONIC CVT บนโครงสร้างวี แพลทฟอร์ม (V-platform) ใหม่ล่าสุด</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March-2.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>การออกแบบ</strong></p>
<p>มร. มาโกโตะ ยามาเน รองหัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ความเห็นว่า “รถยนต์รุ่นนี้ต้องมีสไตล์และกลิ่นไอของความพิถีพิถัน” การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้คือ – มีกระจังหน้าสองชั้น—ตอบสนองความมีสไตล์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามรูปทรงที่สวยงามคลาสสิกยังคงเป็นสิ่งสำคัญ และนี่คือเหตุผลที่มาร์ชยังคงมีเส้นโค้งบริเวณขอบหน้าต่าง (Arched side window)ที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาร์ช ดึงดูดใจผู้พบเห็น</p>
<p>ด้วยความพยายามที่จะรักษาขนาดที่พอเหมาะไว้ นิสสัน มาร์ช ใหม่นี้ มีขนาดยาวขึ้นและความสูงลดลงเพียงเล็กน้อย ในขณะที่ฐานล้อซึ่งยาวขึ้นนั้น ทำให้นิสสัน มาร์ชมีพื้นที่ภายในกว้างขวางขึ้น นอกจากนี้ ร่องรูปทรงบูมเมอแรงบนหลังคารถช่วยลดการสั่นสะเทือน ลดเสียงภายในห้องโดยสาร ยามาเนกล่าว ด้วยเจตนาในการออกแบบที่จะสร้างความรู้สึกเดียวกันทั้งรูปลักษณ์ภายในและภายนอก ภายในห้องโดยสาร นิสสันจึงได้ใช้แนวคิด ‘Connected Cocoon’ การออกแบบแผงหน้าปัดที่ยึดตามแนวคิดของ ‘ทวิน บับเบิ้ล’ ที่หมายถึงที่ตั้งเข็มอุปกรณ์รูปกลมและตู้เก็บของรูปร่างคล้ายกันทางด้านผู้โดยสาร</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March_engine.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตรพัฒนาใหม่และระบบส่งกำลังแบบ XTRONIC CVT</strong></p>
<p>นิสสัน มาร์ช ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ใหม่รหัส HR12DE 1.2 ลิตร 3 สูบ โดยได้ประยุกต์ใช้เครื่องยนต์แบบ HR16 4 สูบ ซึ่งใช้ในรถยนต์นิสสัน ทีด้า (Tiida) โน้ต (Note) และแคชคาย (Qashqai) เครื่องยนต์ใหม่นี้จึงใช้ระบบควบคุมการเปิดปิดของวาล์ว ( continuously valve-timing control -CVTC) ด้วยความแรง 59 กิโลวัตต์ (79 ps ในขณะที่มีแรงบิด 108 นิวตันเมตร) นอกจากนี้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ในปริมาณเพียง 120 กรัม/ กิโลเมตร สำหรับรถยนต์รุ่นนี้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ถือว่าอยู่ในระดับต้นๆของโลก</p>
<p>นิสสัน มาร์ช มีให้เลือกทั้งในรูปแบบของเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือในรูปแบบของเกียร์แบบ XTRONIC CVT (Continuously Variable Transmission) รุ่นใหม่ของนิสสัน และด้วยอัตราการทดเกียร์ที่กว้างขึ้นนี้ ทำให้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร สามารถประหยัดน้ำมัน และช่วยให้อัตราเร่งเครื่องดีเยี่ยม</p>
<p>นอกจากนี้ วิศวกรของนิสสันได้พัฒนาลักษณะของการขับขี่และการควบคุมยานยนต์ซึ่งได้รวบรวมความแคล่วคล่องว่องไว ความประณีต และความแม่นยำไว้ด้วยกัน บนโครงสร้างวี แพลทฟอร์ม V-platform รุ่นใหม่ที่โดดเด่นของนิสสันนั้น โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มีความกะทัดรัด ลดการใช้เนื้อที่ด้านหลังเพื่อให้มีพื้นที่บริเวณเก็บของสูงสุด โดยที่ไม่เสียพลวัติในการขับขี่รถยนต์บนท้องถนน และยังได้ให้ความใส่ใจเป็นพิเศษต่อการดูดซับแรงกระแทก ซึ่งหมายความว่า นิสสัน มาร์ช ใหม่ สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างราบเรียบไม่ว่าสภาพพื้นผิวถนนราบหรือขรุขระ ไม่มีปัญหาเมื่อต้องวิ่งผ่านโคลนหรือน้ำ สามารถแล่นผ่านไปอย่างง่ายดายด้วยความเร็ว</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March_Interior.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>อุปกรณ์อำนวยความสะดวก</strong></p>
<p>แม้ว่านิสสัน มาร์ช จะมีสมรรถนะด้านความเร็วที่ดีเยี่ยม แต่รถยนต์รุ่นนี้ก็ยังมอบทัศนวิสัยที่เหนือกว่า และรัศมีวงเลี้ยวซึ่งถือว่าเหนือชั้น เพียง 4.5 เมตร รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆหลายประการ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์และประหยัดน้ำมัน ในขณะเดียวกับที่ช่วยให้สามารถจอดรถได้ง่ายดายยิ่งขึ้น</p>
<p>นิสสัน มาร์ช ใหม่ มาพร้อมกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่โดดเด่น ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำให้ผู้ขับขี่ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และยังมีอุปกรณ์เสริมพิเศษ อาทิ กุญแจอัจฉริยะ ระบบป้องการโจรกรรม Immobilizer Push Start Button กระจกข้างพับอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ถอยหลัง 4 จุด (Reverse Sensor) แผงหน้าปัดอัจฉริยะแสดงค่าเฉลี่ยน้ำมันที่ใช้จริง แสดงค่าระยะทางการใช้งาน (cruising range) และอุณหภูมิภายนอก</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March_air-bag.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ความปลอดภัย</strong></p>
<p>การใช้โครงสร้าง V-platform เป็นปัจจัยหลักประการหนึ่ง ที่ช่วยให้รถมีความปลอดภัยจากแรงกระแทกมากยิ่งขึ้น รถยนต์รุ่นนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้รองรับการชนด้านหน้า อันเนื่องมาจากบริเวณส่วนรับแรงกระแทกที่ถูกออกแบบให้ตอบรับการใช้งานได้ดี และยังคงรักษาความแข็งแรงของห้องโดยสารด้วยตัวถังรถยนต์ที่แข็งแกร่ง นิสสัน มาร์ชใช้ระดับมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย UNECE 94 และ 95 (การกระแทกด้านหน้าและด้านข้าง) และยังมีถุงลม SRS ในทุกรุ่น ระบบเบรคป้องกันล้อล็อค (ABS) ระบบควบคุมและกระจายแรงเบรคด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) และ ระบบเสริมแรงเบรค (BA)</p>
<p>รถยนต์นิสสัน มาร์ช จะเปิดตัวและนำออกจำหน่ายประกอบด้วย 4 รุ่นมาตรฐาน และ 2 รุ่นออปชั่น โดยมีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March-3.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>ราคาจำหน่ายของนิสสัน มาร์ช</strong></p>
<p>รุ่น 1.2 S MT ราคา 375,000 บาท<br />
รุ่น 1.2 E MT ราคา  425,000 บาท<br />
รุ่น 1.2 E CVT ราคา  459,000 บาท<br />
รุ่น 1.2 EL CVT ราคา  489,000 บาท<br />
รุ่น 1.2 V CVT ราคา  507,000 บาท<br />
รุ่น 1.2 VL CVT ราคา  537,000 บาท</p>
<p>ท่านที่รอโครงการ ECO Car อยู่ เตรียมตัวและเงินในกระเป๋ารอจับจองเจ้า นิสสัน มาร์ช ได้เลยครับ คิดว่าน่าจะเปิดให้จองในงาน Motor Show ปลายเดือนนี้ และหลังจากนั้นจึงจะลงโชว์รูมนิสสันครับ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/nissan/Nissan_March_back-door.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/16/03/2010/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%8a-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-eco-car/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Proton Exora MPV 7 ที่นั่ง</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/02/01/2010/proton-exora-mpv-7-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/02/01/2010/proton-exora-mpv-7-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Jan 2010 17:41:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[Exora]]></category>
		<category><![CDATA[MPV 7 ที่นั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[Proton]]></category>
		<category><![CDATA[ท่อไอดีแปรผัน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์อเนกประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[วาล์วแปรผัน]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์มาตรฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=191</guid>
		<description><![CDATA[บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Proton ในประเทศไทย นำเข้ารถยนต์ตัวใหม่ล่าสุด Proton Exora ยานยนต์เหนือระดับ สัมผัสประสบการณ์ความกว้างสบายใหม่กับ MPV 7 ที่นั่ง ซึ่งจะเปิดตัว อย่างเป็นทางการครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 26 ต้นเดือนธันวาคมนี้ Proton Exora จากค่ายโปรตอน นับเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย Exora เป็นผลิตผลของโปรตอนที่ได้จากการวิจัยและพัฒนาอย่างละเอียดรอบคอบเป็นเวลาหลายปี โดยได้รวมองค์ประกอบเรื่องพื้นที่ รูปแบบ สมรรถนะและความปลอดภัย จึงได้รับการออกแบบให้เป็นสุดยอดยานยนต์เหนือระดับ ผสานเทคโนโลยีช่วงล่างจากรถ Lotus ประเทศอังกฤษ Exora มีความเหมือนกับโปรตอน Gen 2 และ Neo คือ ใช้การทดลองและทดสอบกับเครื่องยนต์ที่ให้พละกำลัง 1.6 ลิตรเหมือนกัน แต่ Exora มีการเพิ่มเทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผัน (CPS : Cam Profile Switching) สำหรับในส่วนของเครื่องยนต์มีการใช้เทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมสองแบบ คือ เทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผัน (CPS or [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-1.jpg" alt="" /></p>
<p>บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Proton ในประเทศไทย นำเข้ารถยนต์ตัวใหม่ล่าสุด Proton Exora ยานยนต์เหนือระดับ สัมผัสประสบการณ์ความกว้างสบายใหม่กับ MPV 7 ที่นั่ง ซึ่งจะเปิดตัว อย่างเป็นทางการครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 26 ต้นเดือนธันวาคมนี้</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-2.jpg" alt="" /></p>
<p>Proton Exora จากค่ายโปรตอน นับเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย Exora เป็นผลิตผลของโปรตอนที่ได้จากการวิจัยและพัฒนาอย่างละเอียดรอบคอบเป็นเวลาหลายปี  โดยได้รวมองค์ประกอบเรื่องพื้นที่ รูปแบบ สมรรถนะและความปลอดภัย  จึงได้รับการออกแบบให้เป็นสุดยอดยานยนต์เหนือระดับ ผสานเทคโนโลยีช่วงล่างจากรถ Lotus ประเทศอังกฤษ</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-3.jpg" alt="" /></p>
<p>Exora มีความเหมือนกับโปรตอน Gen 2 และ Neo  คือ ใช้การทดลองและทดสอบกับเครื่องยนต์ที่ให้พละกำลัง 1.6 ลิตรเหมือนกัน แต่ Exora มีการเพิ่มเทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผัน (CPS : Cam Profile Switching) สำหรับในส่วนของเครื่องยนต์มีการใช้เทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมสองแบบ คือ เทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผัน (CPS or Cam Profile Switching) และเทคโนโลยีท่อไอดีแปรผัน (Variable Intake Manifold technology) ทำให้กำลังและแรงบิดของเครื่องยนต์เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่สามารถดำรงประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงไว้ได้ เทคโนโลยีการรวมเครื่องยนต์ทั้งสองอย่างที่แตกต่างกันมาอยู่ในชุดเดียวกันนี้ ทำให้ Exora มีความโดดเด่นที่ได้จากการรวมเทคโนโลยีทั้งสอง กล่าวคือ สามารถใช้ช่องของท่อไอดีที่มีขนาดยาว ช่วยทดแทนแรงบิดที่ลดลงอันเกิดจากเพลาลูกเบี้ยวยกตัวสูงขึ้น ในขณะที่ช่องของท่อไอดีที่มีขนาดสั้น ช่วยให้เครื่องยนต์มีพลังขับเคลื่อนด้วยความเร็วที่สูงขึ้น</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-4.jpg" alt="" /></p>
<p>Exora  ได้รับการออกแบบสำหรับการเดินทางไกลของครอบครัว มีการปรับการขับขี่ที่ช่วยให้ผู้ขับมั่นใจและมีความสะดวกสบายในการขับขี่ทางไกลบนท้องถนน ในแง่ของความปลอดภัย ทั้งผู้ขับและผู้โดยสารที่นั่งส่วนหน้าจะสัมผัสถึงมาตรฐานความปลอดภัยของ Exora จากการมีถุงลมนิรภัยคู่ด้านหน้าพร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ (Pre-tensioner seat-belts)  ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่นมีเดียมไลน์ (Medium Line) และรุ่นไฮไลน์( High Line) ในส่วนของอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆ ได้แก่ ระบบเบรกทั้ง ABS  (Anti-lock Braking System)  และ EBD (Electronic Brake-force Distribution) ที่ช่วยให้รถยนต์ที่ขับขี่มาด้วยความเร็วสูงสามารถหยุดได้อย่างรวดเร็วด้วยความปลอดภัย และที่สำคัญที่สุด คือ ห้องโดยสารมีความแข็งแรงและใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบโครงสร้างป้องกันการชน ซึ่งช่วยให้รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นนี้มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดความปลอดภัยของ ยูโร เอ็นแคป (Euro-Ncap) ระดับ 4 ดาว สำหรับความโดดเด่นของเทคโนโลยีด้านอื่นๆ ได้แก่ การใช้ส่วนประกอบเหล็กกล้าที่เป็นการผสมผสานระหว่างไฮโดรฟอร์ม ( Hydro-formed) และ โครงสร้างเสริมแบบพิเศษด้านหน้า ที่มีความแข็งแกร่งสูง เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ Exora เป็นรถยนต์ที่มีน้ำหนักเบา แต่เพียบพร้อมด้วยความแข็งแกร่งและปลอดภัย</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-5.jpg" alt="" /></p>
<p>สำหรับห้องโดยสารภายใน มีการใช้เทคโนโลยีอันทันสมัย ปรับปรุงทั้งในด้านการกันเสียงรบกวนจากภายนอก ซึ่งระบบเก็บเสียงที่มีคุณภาพสูงนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถสนทนากันด้วยระดับเสียงปกติ และสามารถรับฟังเพลงหรือชมภาพยนตร์ (เฉพาะรุ่น High Line) ที่ชื่นชอบได้อย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ ยังให้ความรู้สึกสบายในการขับขี่ระยะไกล Exora  จึงได้ติดตั้งที่วางเครื่องดื่มถึง 10 จุด เพื่อช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถวาง และหยิบขวดเครื่องดื่มได้สะดวกสบายมากขึ้น ในส่วนของสัมภาระ Exora  มีพื้นที่กว้าง โดยออกแบบให้เก้าอี้ทั้ง  6  ที่นั่งสามารถปรับพับได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้มากขึ้น กลไกการพับพนักที่นั่งนั้นช่วยให้การพับพนักที่นั่งแถวที่สองทำได้ง่ายขึ้น  เปิดช่องกว้างให้ผู้โดยสารเข้าไปยังแถวที่นั่งที่สามได้ ประตูหลังสามารถเปิดได้กว้างถึง 80 องศา  เอื้อต่อการขึ้นลงของผู้โดยสาร นอกจากนี้ Exora จัดให้มีช่องระบบปรับอากาศให้กับทุกแถวที่นั่ง ช่วยให้ผู้โดยสารได้รับความเย็นสบายทั่วถึงในวันที่มีอากาศร้อนอบอ้าว</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-6.jpg" alt="" /></p>
<p>จุดเด่นอีกจุดหนึ่งของ Exora คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แบบ BCM หรือ the Body Control Module  ซึ่งติดตั้งในรถยนต์ยุโรประดับสูง   Exora เป็นรถรุ่นแรกในค่ายโปรตอนที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ BCM พร้อมตัวเลือกและอุปกรณ์ใหม่อื่นๆ มากมายเพื่อเพิ่มการใช้งานและความปลอดภัย BCM  ทำหน้าที่ได้มากกว่า 20 ฟังก์ชั่น  อาทิ  ไฟนำทางเข้าบ้าน การตั้งโปรแกรมการล็อกประตู การควบคุมการทำงานที่ปัดน้ำฝน การทำงานของสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติระหว่างการหยุดโดยฉุกเฉินจากความเร็วที่ 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-7.jpg" alt="" /></p>
<p>Proton Exora ทุกรุ่น มีสีให้เลือก 4 สี ได้แก่<br />
•	สีเงิน (Genetic Silver)<br />
•	สีดำ (Tranquility Black)<br />
•	สีขาว (Solid White)<br />
•	สีฟ้า (Gaia Blue)</p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/รถยนต์/Proton/Proton-EXORA-8.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/02/01/2010/proton-exora-mpv-7-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคโนโลยี VN Turbo ของค่าย โตโยต้า</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/12/09/2009/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-vn-turbo-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/12/09/2009/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-vn-turbo-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Sep 2009 09:18:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Car News]]></category>
		<category><![CDATA[VN Turbo]]></category>
		<category><![CDATA[คอมมอนเรล]]></category>
		<category><![CDATA[รถกระบะ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์ดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=165</guid>
		<description><![CDATA[มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และ นายนิกร ประเสริฐสม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมแถลงข่าวแนะนำ เทคโนโลยีรถกระบะใหม่ล่าสุด “ไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VN เทอร์โบ ใหม่” เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ศกนี้ ที่ ห้องบอลรูม โรงแรม อินเตอร์ คอนติเนลตัล กรุงเทพฯ ผู้นำแห่งเทคโนโลยีคอมมอนเรล สู่พัฒนาการที่ไม่หยุดยั้ง ด้วยยอดขายเครื่องยนต์คอมมอนเรลทั่วโลกกว่า 1.6 ล้านคัน บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่นำเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล มาติดตั้งในรถกระบะในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ในรุ่นโตโยต้า ไฮลักซ์ ไทเกอร์ ดีโฟร์ดี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/VN_Turbo_Engine.jpg" alt="" /></p>
<p>มร.เคียวอิจิ   ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  พร้อมด้วย นายวิเชียร  เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส นายวุฒิกร  สุริยะฉันทนานนท์   ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส  และ นายนิกร ประเสริฐสม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่  ร่วมแถลงข่าวแนะนำ เทคโนโลยีรถกระบะใหม่ล่าสุด  “ไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VN เทอร์โบ ใหม่” เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ศกนี้ ที่ ห้องบอลรูม โรงแรม อินเตอร์ คอนติเนลตัล กรุงเทพฯ </p>
<p><strong>ผู้นำแห่งเทคโนโลยีคอมมอนเรล สู่พัฒนาการที่ไม่หยุดยั้ง ด้วยยอดขายเครื่องยนต์คอมมอนเรลทั่วโลกกว่า 1.6 ล้านคัน</strong></p>
<p>บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่นำเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล มาติดตั้งในรถกระบะในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ในรุ่นโตโยต้า ไฮลักซ์ ไทเกอร์ ดีโฟร์ดี ด้วยจุดเด่นของเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ในด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์ การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนความทนทานในการใช้งาน ทำให้ ไฮลักซ์ ไทเกอร์ ดีโฟร์ดี และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้ารถกระบะ ต่อมาในปี 2547 โตโยต้า ก้าวล้ำไปอีกขั้น ในการพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล เจนเนอเรชั่นที่ 2 มาติดตั้งในรถกระบะ ไฮลักซ์ วีโก้ ซึ่งเป็นรถยนต์ในโครงการ “IMV: Innovative International Multi Purpose Vehicle” ซึ่งเป็นโครงการผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน รถอเนกประสงค์ เครื่องยนต์ และชิ้นส่วนอะไหล่ เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกด้วยมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 30,000ล้านบาทและได้แนะนำเข้าสู่ตลาดในประเทศ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2547 ภายใต้แนวคิด “To the Perfect Drive..สู่การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ“  สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถกระบะเมืองไทย ด้วยยอดจองสูงถึง 22,000 คัน ในช่วงการเปิดตัวเพียง 3 วัน ไฮลักซ์ วีโก้ นับเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 7 ของรถกระบะไฮลักซ์ ที่ได้ผ่านการทุ่มเท วิจัย และพัฒนา เพื่อให้ได้สุดยอดรถกระบะที่ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าในทุกภูมิภาคทั่วโลก และได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดีเยี่ยม สร้างประวัติศาสตร์ให้กับตลาดรถกระบะเมืองไทย มียอดจำหน่ายทั่วโลก 1,380,721 คัน* โดยมียอดจำหน่ายภายในประเทศเป็นจำนวนทั้งสิ้น 699,181 คัน** ครองอันดับ 1 ในตลาดรถกระบะ 3 ปีซ้อน และส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆทั่วโลกเป็นจำนวนทั้งสิ้น 681,540 คัน*** พร้อมได้รับการรับรองความเป็นสุดยอดรถกระบะคุณภาพอันดับ 1 จากรางวัลรถยนต์คุณภาพยอดเยี่ยม จาก 3 สถาบันระดับสากล 3ปี ซ้อน ถือเป็นรถกระบะที่ลูกค้าทั่วโลกต่างให้การยอมรับในเรื่องของสมรรถนะการขับขี่ ความประหยัดน้ำมัน ประโยชน์ใช้สอย ความทนทาน และการดูแลรักษา จนทำให้เป็นรถกระบะที่ได้รับความนิยมและเป็นรถกระบะอันดับหนึ่งของไทย    และส่งผลให้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มียอดจำหน่ายของรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ทั้งในประเทศและส่งออกไปทั่วโลกนับตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้นกว่า 1,600,000 คัน</p>
<p><strong>ไฮลักซ์ วีโก้ ผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีรถกระบะ</strong></p>
<p>- ปี 2544   เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่นำเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลมาติดตั้งใน<br />
รถกระบะรุ่น ไฮลักซ์ ไทเกอร์ D4D<br />
- สิงหาคม 2547  แนะนำรถกระบะ ไฮลักซ์ วีโก้ ดีเซลคอมมอนเรล เจนเนอเรชั่นที่ 2<br />
ภายใต้แนวคิด “To the Perfect Drive..สู่ การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ”<br />
สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับตลาดรถกระบะด้วยยอดจอง 22,000คัน ในช่วงการเปิดตัวเพียง 3 วัน<br />
- พฤศจิกายน 2548 แนะนำรถกระบะ ไฮลักซ์ วีโก้ รุ่นพรีรันเนอร์ ขับเคลื่อน 2 ล้อ ยกสูง<br />
- สิงหาคม 2549  แนะนำรถกระบะ ไฮลักซ์ วีโก้ รุ่นเอ๊กซ์ตร้าแค็บ 4&#215;2 เครื่องยนต์ดีเซล<br />
คอมมอนเรล 2500 ซีซี เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์<br />
- สิงหาคม 2550  ยอดขายเครื่องยนต์คอมมอนเรล ครบ 1 ล้านคัน (รวมยอดขายทั้ง<br />
ภายในประเทศและยอดส่งออกไปต่างประเทศ)<br />
- กันยายน 2551  แนะนำรถกระบะ ไฮลักซ์ วีโก้ รุ่นปรับปรุงโฉม ภายใต้แนวคิด “The<br />
Peak of Pick-up Evolution..เทคโนโลยีเพื่อขีดสุดแห่งรถกระบะ”<br />
     • แนะนำรถกระบะ ไฮลักซ์ วีโก้ ใหม่ รุ่นสมาร์ท แค็บ ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยวิศวกรชาวไทย จากศูนย์วิจัยและพัฒนา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิกเอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอร์ริ่ง ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ตอบสนองการใช้งานในหลากหลายรูปแบบของลูกค้าชาวไทย สะดวกสบายทุกการเข้าออกและการใช้งานด้วยประตูและบานเปิด Smart Cab แข็งแรง ทนทาน<br />
     • รถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 4 ประตู รายแรกที่ติดตั้งอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยครบครัน ทั้งระบบควบคุมการทรงตัวของรถ VSC / ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC / และระบบเสริมแรงเบรก BA </p>
<p><img src="http://www.icarmagazine.com/images/toyota/VN_Turbo_Engine-1.jpg" alt="" /></p>
<p> มร.เคียวอิจิ    ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VN Turbo ใหม่ ได้ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้มาตรฐานคุณภาพการผลิตระดับโลกเพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในตลาดรถกระบะรุ่นเครื่องยนต์ 2500 ซีซี โดย ไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VN Turbo ใหม่ มีจุดเด่นอยู่ที่สมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 2500 ซีซี เทอร์โบแปรผัน ที่ให้พละกำลังของเครื่องยนต์ที่แรงขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ตลอดจนความอเนกประสงค์เปี่ยมอรรถประโยชน์ใช้สอยของรถกระบะไฮลักซ์ วีโก้ สะท้อนความคุ้มค่าที่เหนือระดับสำหรับลูกค้า นอกจากนี้ ไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VN Turbo ใหม่ ยังจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยกระตุ้นยอดขายรถกระบะของโตโยต้าในปีนี้ และครองความเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะเมืองไทยได้เป็นผลสำเร็จ”</p>
<p>นายนิกร ประเสริฐสม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เครื่องยนต์ 2.5 VN Turbo ใหม่ มีกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นจากเครื่องยนต์ 2.5 I/C ถึง 20% และมีแรงบิดสูงสุดเทียบเท่ากับเครื่องยนต์รุ่น 1KD สามารถส่งแรงบิดสูงสุดต่อเนื่อง (Flat Torque) ที่ความเร็วรอบ 1,600 – 2,800 rpm และที่สำคัญ ในส่วนของอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น เครื่องยนต์ 2.5 VN Turbo ทำได้ดีกว่าเครื่องยนต์ 2.5 I/C  8% และมีอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 10% ซึ่งนอกจากสมรรถนะของเครื่องยนต์และความประหยัดแล้ว เรามั่นใจว่าเครื่องยนต์ใหม่นี้จะสามารถตอบสนองความต้องการได้ทั้งในเรื่องของความทนทานและความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีอีกด้วย”</p>
<p>“ในส่วนของเทอร์โบแปรผัน ที่สามารถปรับองศาการเปิดปิดได้ของครีบ ด้วยการควบคุมของมอเตอร์ไฟฟ้าที่สั่งงานโดยกล่องอีเล็คโทรนิค ECU 32bit เพื่อให้การทำงานของเทอร์โบ มีความสัมพันธ์กับทุกๆความเร็วรอบของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะที่รอบเครื่องยนต์ต่ำนั้น การทำงานของเทอร์โบแปรผันจะปรับองศาของครีบให้แคบลงเพื่อเร่งอัตราการไหลของอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ส่งผลให้การทำงานของเครื่องยนต์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ จากกำลังสูงสุด อัตราเร่ง ตลอดจนการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ถือได้ว่าเครื่องยนต์ 2.5 VN Turbo สามารถตอบสนองต่อทุกสภาพการใช้งานอย่างแท้จริง”</p>
<p>นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “ด้วยความโดดเด่นของไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VN Turbo ใหม่ ที่มาพร้อมกับสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ให้ทั้งกำลังแรงและความประหยัดน้ำมัน ควบคู่กับจุดขายที่เหนือกว่าคู่แข่งในด้านต่างๆ เช่น บานเปิด ที่เปี่ยมอรรถประโยชน์ใช้สอย เรามั่นใจว่า ไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VN Turbo ใหม่ จะเป็นทางเลือกใหม่ที่พร้อมจะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ เราได้จัดกิจกรรมการตลาดอย่างเข้มข้น เพื่อให้ลูกค้าได้ทราบถึงสมรรถนะและความโดดเด่นของเครื่องยนต์ 2.5 VN Turbo ใหม่ อาทิ การจัดงานเปิดตัวที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่าย พร้อมกับเตรียมรถทดสอบเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ใหม่ได้อย่างทั่วถึง และกิจกรรมโร้ดโชว์ VIGO Smart Power Day ที่จะนำโลกแห่งเทคโนโลยีรถกระบะ พร้อมกิจกรรมอื่นๆมากมาย ไปสู่ลูกค้าในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ” </p>
<p><strong>สู่อีกขั้นแห่งเทคโนโลยี คอมมอนเรล แรงจัด ประหยัดกว่า กับเครื่องยนต์ 2.5 VN เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ใหม่</strong></p>
<p>เครื่องยนต์ 2KD VN Turbo 2500 ซีซี ดีเซลคอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์</p>
<p>แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที  เพิ่มขึ้น 20% จากรุ่น 2.5 I/C<br />
  (106  กิโลวัตต์ ที่ 3,400 รอบ/นาที)<br />
 แรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที เพิ่มขึ้น  6% จากรุ่น 2.5 I/C<br />
 ผ่านมาตรฐานมลพิษจากไอเสียรถยนต์ ยูโร สเต็ป 3<br />
- ระบบเทอร์โบแปรผัน (Variable Nozzle Turbo) ด้วยการทำงานของครีบที่สามารถปรับเปลี่ยนองศาการเปิด/ปิดได้ ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ ECU 32 บิท ช่วยให้กังหันลมของเทอร์โบชาร์จเจอร์สามารถปั๊มอากาศส่งไปยังเครื่องยนต์ได้ตลอดเวลา ส่งผลให้เครื่องยนต์มีกำลังแรงขึ้น ทั้งในรอบต่ำ และรอบสูง เพื่อตอบสนองในทุกสภาพการใช้งาน<br />
- ปั๊มจ่ายน้ำมันแรงดันสูง (Higher Pressure Supply Pump) จ่ายน้ำมันด้วยแรงดันสูง ฉีดน้ำมันเป็นละอองฝอยละเอียด ช่วยให้การเผาไหม้น้ำมันได้อย่างหมดจดและประหยัดน้ำมัน<br />
- ระบบอินเตอร์คูลเลอร์ (I/C) ช่วยลดอุณหภูมิของอากาศที่ส่งมาจากเทอร์โบชาร์จเจอร์ให้ต่ำลง ก่อนจะถูกส่งไปยังห้องเผาไหม้ ทำให้มวลอากาศมีความความหนาแน่นมากขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณอากาศและออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เครื่องยนต์มีกำลังแรงจัดยิ่งกว่าเดิม และมีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มมากขึ้นด้วย</p>
<p>เตรียมพบกับมหกรรม “VIGO Smart Power Day” ทุกสัปดาห์ ตลอดทั้งปี ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ<br />
ตั้งแต่ วันที่ 22 สิงหาคม – 19 ธันวาคม 2552 ที่โชว์รูม ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ทั่วประเทศ กว่า 100 ครั้ง<br />
- สู่ที่สุดแห่งระบบเทอร์โบแปรผัน สัมผัสชีวิตเหนือระดับ เพื่อความคุ้มค่าของวันนี้และวันหน้ากับ รถกระบะไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VN Turbo ใหม่ และ ไฮลักซ์ วีโก้ ทุกรุ่น ทุกแบบ<br />
- ชมการจัดแสดงเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล กับ New 2.5 VNT Showcase<br />
- พบกับคอนเสิร์ตของกลุ่มศิลปินชื่อดัง ค่ายอาร์สยาม อาทิ กุ้ง สุทธิราช, บ่าววี, หลวงไก่ และ น้องบิว กัลยาณี<br />
- ทดลองขับรถกระบะไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VN Turbo ใหม่ พร้อมลุ้นรับของรางวัล<br />
- พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษจากผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ภายใต้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและดูแลอย่างไกล้ชิดของพนักงานขาย<br />
- กิจกรรมบันเทิงต่างๆสำหรับลูกค้ามากมาย ร่วมลุ้นรับโชคทองคำ</p>
<p>สัมผัสพัฒนาการ  อีกขั้นแห่งเทคโนโลยีคอมมอนเรล<br />
“ไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VN เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ใหม่”<br />
Best combination of Powerful &#038; Fuel economy…แรงจัด ประหยัดกว่า<br />
วันนี้ ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 311 แห่งทั่วประเทศ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/12/09/2009/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-vn-turbo-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Honda Click I &#8211; เอ.ที.เจ็นใหม่ เพื่อคุณ เพื่อโลก</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/14/03/2009/honda-click-i-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/14/03/2009/honda-click-i-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Mar 2009 07:13:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[2 Wheels Corner]]></category>
		<category><![CDATA[Built in Liquit Cooled]]></category>
		<category><![CDATA[Honda Click I]]></category>
		<category><![CDATA[V-Matic]]></category>
		<category><![CDATA[รถจักรยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบายความร้อนด้วยน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[หัวฉีด PGM-FI]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอนด้าคลิก ไอ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เอ.ที.เจ็น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=106</guid>
		<description><![CDATA[ฮอนด้าคลิก ไอ โฉมใหม่ทั้งคัน เฉียบขึ้นทุกองศา ดีไซน์ใหม่สไตล์โรบอท สะท้อนความเป็นหุ่นยนต์ โดดเด่นไม่เหมือนใครคมขึ้นด้วยการจ่ายน้ำมัน เชื้อเพลิงระบบหัวฉีด PGM-FI สิทธิบัตรเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของฮอนด้า ที่ถูกติดตั้งในรถ เอ.ที. เป็นครั้งแรกในประเทศไทยช่วยให้ออกตัว ดีขึ้น ให้ความประหยัดเหนือกว่ารถ เอ.ที. ทั่วไป และยังรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ Built-in เพิ่มสมรรถนะดีขึ้น ขับขี่ระยะไกลได้สบาย ฮอนด้า คลิก ไอ เครื่องยนต์ 110 ซีซี 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ Built-in ระบบส่งกำลังแบบ V-Matic ขับเคลื่อนด้วยสายพาน V-Belt เสริมใยเหล็ก Ray Duo Head Light ไฟหน้าตาคู่คมเฉี่ยวอย่างมีเอกลักษณ์เชื่อมต่อกับไฟเลี้ยวที่ เพิ่มขนาดความโค้งนูนให้แสงส่องสว่างเห็นได้รอบด้านดูน่า เกรงขามสยบทุกสายตา Robotic Passion ฉีกทุกแนวดีไซน์ด้วยเส้นสายลายกราฟิกเติมคาแร็คเตอร์ สไตล์โรบอทให้ดูแกร่งแมนเฉียบไม่เหมือนใคร Luminous Meter เรือนไมล์ออกแบบใหม่ล้ำยุคไปอีกขั้น พร้อมเข็มไมล์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img13.imageshack.us/img13/7645/hondaclicki1.jpg" alt="" /></p>
<p>ฮอนด้าคลิก ไอ โฉมใหม่ทั้งคัน เฉียบขึ้นทุกองศา ดีไซน์ใหม่สไตล์โรบอท สะท้อนความเป็นหุ่นยนต์ โดดเด่นไม่เหมือนใครคมขึ้นด้วยการจ่ายน้ำมัน เชื้อเพลิงระบบหัวฉีด PGM-FI สิทธิบัตรเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของฮอนด้า ที่ถูกติดตั้งในรถ เอ.ที. เป็นครั้งแรกในประเทศไทยช่วยให้ออกตัว ดีขึ้น ให้ความประหยัดเหนือกว่ารถ เอ.ที. ทั่วไป และยังรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ Built-in เพิ่มสมรรถนะดีขึ้น ขับขี่ระยะไกลได้สบาย </p>
<p>ฮอนด้า คลิก ไอ เครื่องยนต์ 110 ซีซี 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ Built-in ระบบส่งกำลังแบบ V-Matic ขับเคลื่อนด้วยสายพาน V-Belt เสริมใยเหล็ก</p>
<p><img src="http://img17.imageshack.us/img17/6968/hondaclicki2.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>Ray Duo Head Light</strong></p>
<p>ไฟหน้าตาคู่คมเฉี่ยวอย่างมีเอกลักษณ์เชื่อมต่อกับไฟเลี้ยวที่ เพิ่มขนาดความโค้งนูนให้แสงส่องสว่างเห็นได้รอบด้านดูน่า เกรงขามสยบทุกสายตา </p>
<p><img src="http://img17.imageshack.us/img17/6714/hondaclicki3.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>Robotic Passion</strong></p>
<p>ฉีกทุกแนวดีไซน์ด้วยเส้นสายลายกราฟิกเติมคาแร็คเตอร์ สไตล์โรบอทให้ดูแกร่งแมนเฉียบไม่เหมือนใคร </p>
<p><img src="http://img8.imageshack.us/img8/4746/hondaclicki4.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>Luminous Meter</strong></p>
<p>เรือนไมล์ออกแบบใหม่ล้ำยุคไปอีกขั้น พร้อมเข็มไมล์ เรืองแสง โดดเด่นแม้ในยามค่ำคืน พร้อมโชว์ระบบ การทำงานของเครื่องยนต์ แตกต่างอย่างมีสไตล์ </p>
<p><img src="http://img13.imageshack.us/img13/7427/hondaclicki5.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>Jet Tail Light</strong></p>
<p>ลุคใหม่ของไฟท้าย เห็นตัวเรือนไฟรอบชิ้น เพิ่มความสปอร์ต สไตล์โรบอท ด้วยดีไซน์สะดุดตา เฉียบคม </p>
<p><strong>Rear Grab</strong></p>
<p>ที่จับขนาดใหญ่กระชับมือลงตัวกับดีไซน์ </p>
<p><img src="http://img16.imageshack.us/img16/3653/hondaclicki6.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>U-Box</strong></p>
<p>กล่องเก็บของอเนกประสงค์ใต้เบาะ ปริมาตรความจุ 5.2 ลิตร </p>
<p><strong>Front Inner Box</strong></p>
<p>ที่เก็บของด้านหน้า ซ้าย-ขวา เพิ่มความจุใจใช้ประโยชน์ได้ หลากหลาย ความจุ 2 ข้างรวมกัน 3:4 ลิตร ใส่น้ำได้ 3 ขวด</p>
<p><img src="http://img24.imageshack.us/img24/4316/hondaclicki7.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>Sport Cover</strong></p>
<p>แผ่นกันความร้อนลุคสปอร์ตโดนใจ </p>
<p><strong>Modern Radiator Cover</strong></p>
<p>โมเดิร์น ราดิเอเตอร์ โคเวอร์ ฝาครอบหม้อน้ำ เท่ลงตัวไม่เหมือนใคร<br />
<strong><br />
Key Shutter</strong></p>
<p>ระบบกุญแจนิรภัย 2 ชั้น มั่นใจเต็มร้อย </p>
<p><strong>ครั้งแรกกับการปฏิวัติวงการรถจักรยานยนต์ A.T.ของเมืองไทยด้วยระบบจ่ายน้ำมันแบบ หัวฉีด PGM-FI เอกสิทธิ์เฉพาะของฮอนด้า พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ </strong></p>
<p><strong>ระบบการจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI ( Programmed Fuel Injection )</strong></p>
<p>คือระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีดที่ควบคุมการทำงานโดยคอมพิวเตอร์หรือสมองกล ECU (Engine Control Unit ) เพิ่มประสิทธิภาพการคำนวณอัตราการจ่ายน้ำมันที่เที่ยงตรง และแม่นยำ ทำให้เครื่องยนต์ทำงานเต็มกำลัง ตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ด้วยแรงบิดที่ดีเยี่ยม แรง เร้าใจ เผาไหม้หมดจด ไอเสียสะอาด มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมแต่ต่างจากเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบจ่ายน้ำมันแบบธรรมดา เพิ่มความมั่นใจในสมรรถนะและการใช้งานแบบเต็มร้อย ฮอนด้าการันตีคุณภาพรับประกันอุปกรณ์ระบบหัวฉีด PGM-FI ด้วยการรับประกันถึง 5 ปื หรือที่ 50,000 กิโลเมตร </p>
<p><img src="http://img16.imageshack.us/img16/1627/hondaclicki8.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>Built in Liquid Cooled</strong></p>
<p>เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ Built in Liquit Cooled ให้อัตราเร่งดี สมรรถนะสูง ขับขี่ได้ระยะไกลกว่า แค่บิดชีวิตก็พุ่งทะยาน </p>
<p><img src="http://img8.imageshack.us/img8/2023/hondaclicki9.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>V-Matic Transmission</strong></p>
<p>ด้วยสายพาน V-Belt เสริมใยเหล็กให้ความคงทนเป็นเป็นเยี่ยมใช้งานได้อย่างทนทาน ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสภาพถนน </p>
<p>ปฏิวัติการขับขี่กับรถจักรยานยนต์ A.T. คันแรกของเมืองไทย ที่ติดตั้งระบบจ่ายน้ำมัน แบบหัวฉีด PGM-FI </p>
<p>การใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิง แบบหัวฉีด ของทางฮอนด้า ที่จะปรับใช้ระบบนี้กับ รถจักรยานยนต์ ทุกรุ่นในค่าย นั้นตอบโจทในเรื่องของ สิ่งแวดล้อม ได้เป็นอย่างดี เพราะระบบหัวฉีดช่วยลดปริมาณไอเสีย ที่ปล่อยออกมาได้ดีกว่าระบบ คาร์บูเรเตอร์ เป็นอย่างมาก และยังช่วยในด้านของการ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย ถึงแม้ว่าการ บำรุงรักษาเครื่องยนต์ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียวครับ สำหรับภาพรวมของโลกที่เราอาศัยอยู่นี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/14/03/2009/honda-click-i-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิกฤตพลังงานกับทางแยกที่เราต้องเลือก(หรือเปล่า) ตอน 2</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/06/02/2009/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%97-2/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/06/02/2009/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%97-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Feb 2009 09:32:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Special Feature]]></category>
		<category><![CDATA[electric car]]></category>
		<category><![CDATA[Fuel Cell]]></category>
		<category><![CDATA[Hybrid Car]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์คาร์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[มอเตอร์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ลูกผสม]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์สันดาปภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=85</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้เรามาดูเกี่ยวกับ ระบบเครื่องยนต์ และ การใช้พลังงาน อย่างที่ทิ้งท้ายไว้ในตอนที่ 1 เกี่ยวกับ เครื่องยนต์สันดาปภายใน ก็เริ่มที่ตัวนี้แหละ เครื่องยนต์สันดาปภายใน คือเครื่องยนต์ที่ใช้วิธีนำเชื้อเพลิงผสมกับอากาศ แล้วจุดระเบิดขึ้นภายใน แรงระเบิดก็จะผลักดันลูกสูบ ผ่านก้านสูบมาหมุนข้อเหวี่ยง ทำให้เกิดกำลังจากการหมุนรอบของข้อเหวี่ยงมายัง ชุดขับเคลื่อน หรือ ชุดเกียร์ นั่นเอง แล้วก็ส่งผ่าน เพลาขับ มาหมุนล้อที่ขับเคลื่อน ทำให้รถสามารถเคลื่อนที่ได้ จะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องยนต์ที่ใช้ ว่ามีกำลังมากน้อยแค่ไหน เครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยจุดกำเนิดนั้นมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ได้จากปิโตรเลียมนะครับ และได้ถูกพัฒนามาเรื่อยๆ จนปัจจุบันถือว่าล้ำหน้ามากเมื่อเทียบกับจุดกำเนิดของมัน อาจเป็นเพราะเวลาที่ผ่านมา เกิดสงครามขึ้นบ่อยครั้ง เครื่องยนต์ จึงถูกพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดเพื่อใช้กับ รถยนต์ทางทหาร และ อากาศยาน โดยการพัฒนาของ เครื่องยนต์สันดาปภายใน มีจุดประสงค์ในการใช้ น้ำมันปิโตรเลียม เป็นเชื้อเพลิงหลัก ดังนั้นการเปลี่ยนไปใช้ เชื้อเพลิงทางเลือกต่างๆต้องมีการปรับแต่ง ดัดแปลง ให้ได้ลงตัวที่สุดทั้งด้าน กำลัง และ ความทนทาน โดยอาจใช้เวลาอีกหลายปีทีเดียว เพราะต้องมีคนใช้ เชื้อเพลิงทางเลือกต่างๆในวงกว้างซะก่อนครับ แต่เครื่องยนต์สันดาปภายใน ยังไม่ถึงขีดสุดของมันนะครับ มันยังสามารถพัฒนาได้อีกมากมายนัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img13.imageshack.us/img13/4871/enginert6.jpg" alt="" /></p>
<p>วันนี้เรามาดูเกี่ยวกับ ระบบเครื่องยนต์ และ การใช้พลังงาน อย่างที่ทิ้งท้ายไว้ในตอนที่ 1 เกี่ยวกับ เครื่องยนต์สันดาปภายใน ก็เริ่มที่ตัวนี้แหละ</p>
<p><strong>เครื่องยนต์สันดาปภายใน</strong> คือเครื่องยนต์ที่ใช้วิธีนำเชื้อเพลิงผสมกับอากาศ แล้วจุดระเบิดขึ้นภายใน แรงระเบิดก็จะผลักดันลูกสูบ ผ่านก้านสูบมาหมุนข้อเหวี่ยง ทำให้เกิดกำลังจากการหมุนรอบของข้อเหวี่ยงมายัง ชุดขับเคลื่อน หรือ ชุดเกียร์ นั่นเอง แล้วก็ส่งผ่าน เพลาขับ มาหมุนล้อที่ขับเคลื่อน ทำให้รถสามารถเคลื่อนที่ได้ จะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องยนต์ที่ใช้ ว่ามีกำลังมากน้อยแค่ไหน</p>
<p><strong>เครื่องยนต์สันดาปภายใน</strong> โดยจุดกำเนิดนั้นมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ได้จากปิโตรเลียมนะครับ และได้ถูกพัฒนามาเรื่อยๆ จนปัจจุบันถือว่าล้ำหน้ามากเมื่อเทียบกับจุดกำเนิดของมัน อาจเป็นเพราะเวลาที่ผ่านมา เกิดสงครามขึ้นบ่อยครั้ง เครื่องยนต์ จึงถูกพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดเพื่อใช้กับ รถยนต์ทางทหาร และ อากาศยาน โดยการพัฒนาของ เครื่องยนต์สันดาปภายใน มีจุดประสงค์ในการใช้ น้ำมันปิโตรเลียม เป็นเชื้อเพลิงหลัก ดังนั้นการเปลี่ยนไปใช้ เชื้อเพลิงทางเลือกต่างๆต้องมีการปรับแต่ง ดัดแปลง ให้ได้ลงตัวที่สุดทั้งด้าน กำลัง และ ความทนทาน โดยอาจใช้เวลาอีกหลายปีทีเดียว เพราะต้องมีคนใช้ เชื้อเพลิงทางเลือกต่างๆในวงกว้างซะก่อนครับ แต่เครื่องยนต์สันดาปภายใน ยังไม่ถึงขีดสุดของมันนะครับ มันยังสามารถพัฒนาได้อีกมากมายนัก ทั้งจากความรู้ด้าน โลหะวิทยา ที่เพิ่มมากขึ้นของมนุษย์เรา จนเกิดโลหะชนิดต่างๆขึ้นมากมาย และการแก้ไขคัดแปลงตัวเครื่องยนต์เองทั้ง ระบบการจุดระเบิด ระบบดูดอากาศ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง รวมไปถึง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้ควบคุมเครื่องยนต์ด้วย โดยเฉพาะ เครื่องยนต์ดีเซล นั้นน่าจับตามองทีเดียว เพราะกำลังที่ได้มากับ อัตราการใช้เชื้อเพลิง นั้นคุ้มค่าที่จะพัฒนาจริงๆครับ</p>
<p><strong>รถยนต์ลูกผสม(hybrid car)</strong> คือรถยนต์ที่มีทั้ง เครื่องยนต์ และ มอเตอร์ไฟฟ้า อยู่ในคันเดียวกัน สามารถขับเคลื่อนได้โดยใช้ มอเตอร์ไฟฟ้า ในช่วงที่ไม่ต้องการกำลังมากนักหรือ ในช่วงความเร็วต่ำ และในช่วงที่รถต้องการกำลังในการขับเคลื่อน ก็จะสลับมาใช้เครื่องยนต์แทน รถยนต์ลูกผสม หรือ Hybrid Car จึงมีความสามารถในการใช้เชื้อเพลิงได้อย่าง ประหยัดและคุ้มค่า ในอนาคตรถยนต์ลูกผสม แบบ Full Hybrid เติมน้ำมันเต็มถังอาจจะวิ่งได้ระยะทางหลายพันกิโลเมตรทีเดียว แต่รถยนต์ลูกผสม ก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน คือเนื่องจากมันมีทั้ง เครื่องยนต์ และ มอเตอร์ไฟฟ้า อยู่ในคันเดียวกัน จึงทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป ทั้งยังมีน้ำหนักตัวมากกว่าอีกด้วย การทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้นั้น จึงมีโอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย สรุปแล้วคือคนที่มีเงินมากกว่ากลับได้ใช้รถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันกว่า เออ&#8230;.ฟังดูแปลกๆแหะ แต่ไม่เป็นไรครับ คนจนอย่างผมคงต้องฝากความหวังไว้กับ รถยนต์ในข้อต่อไปครับ</p>
<p><strong>รถยนต์ไฟฟ้า(electric car)</strong> คือรถยนต์ที่ใช้ ไฟฟ้า เป็นพลังในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวส่งกำลัง รถยนต์ไฟฟ้ามีค่าใช้จ่าย ต่อ ระยะทาง ที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน และยังมีค่ามลพิษเป็นศูนย์อีกด้วยไม่นับรวมตอนทิ้งแบตเตอรี่นะ ตอนนี้ผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายกำลังทุ่มงบประมาณ เพื่อใช้พัฒนา แบตเตอรี่ สำหรับใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะอยู่ครับ คาดว่าคงใช้เวลาอีกไม่นานนัก เราคงได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบซะที และเมื่อเทคโนโลยีนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายจนมี ต้นทุนในการผลิตลดลงแล้ว การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า นั้นจะมีต้นทุนที่ต่ำมาก จนคนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็น รถเพื่อประชาชน อย่างแท้จริงในอนาคต ส่วนเรื่องการเปลี่ยนแบตเตอรี่ เมื่อถึงเวลานั้นแล้วคงจะมี ผู้ผลิตแบตเตอรี่หลายค่ายผลิตออกมาวางจำหน่ายมากมายหลายเกรด เหมือนแบตเตอรี่มือถือในปัจจุบันนี้แหละครับ แต่ไม่รู้จะมีแบบที่ระเบิดได้หรือเปล่านะ</p>
<p>ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า ก็มีอยู่หลายอย่าง เช่น ใช้งานได้อย่างจำกัด เมื่อไฟหมดก็ต้องหาที่ชาร์จไฟ แถมยังใช้เวลาชาร์จไฟในแต่ละครั้งนานหลายชั่วโมงทีเดียว แต่ข้อนี้ไม่ต้องเป็นห่วงไปครับ เพราะมันเป็น รถเพื่อประชาชน จุดประสงค์ในการใช้งานหลักๆก็คือ การขับไปทำงานแล้วขับกลับบ้าน หรือทำธุระใกล้ๆอย่างเช่น การไปห้างสรรพสินค้า เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เสียบปลั๊กชาร์จไฟไว้ พอรุ่งเช้าก็ดึงปลั๊กออก พร้อมใช้งานต่อไป สิ่งที่น่าห่วงคือ รถยนต์ไฟฟ้ามันจะใช้งานได้ระยะทางน้อยลงเรื่อยๆในการชาร์จไปหนึ่งครั้ง เนื่องจากการเสื่อมของแบตเตอรี่นั่นเอง แต่ถึงอย่างไรก็ตามคงต้องมีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของ แบตเตอรี่ และ มอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นตัวส่งกำลัง ในอนาคตอาจจะมี มอเตอร์ไฟฟ้าที่ระบายความร้อนด้วยของเหลว เพื่อป้องกันการไหม้ในการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานก็เป็นไปได้ แหม&#8230;.พูดแล้วผมรู้สึกตื่นเต้นจัง ที่จะได้เข้าไปขับ รถบังคับวิทยุ เหมือนอย่างที่เคยจินตนาการไว้ในตอนเด็ก</p>
<p><strong>รถยนต์ไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิง(fuel cell)</strong> เจ้านี่แหละครับที่จะเป็น พระเอกตัวจริง ในอนาคต แต่ไม่ใกล้นะครับ เพราะเจ้าเทคโนโลยี เซลล์เชื้อเพลิง หรือ Fuel Cell นั้นมีราคาสูงมากในปัจจุบัน กว่าจะมีราคาลดลงจนคนทั่วไปเข้าถึงได้ คงใช้เวลาอีกนานโขเลยทีเดียว รถยนต์ไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิงมีรูปแบบคล้ายกับ รถยนต์ไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก ต่างกันที่การได้มาของไฟฟ้าซึ่งเกิดจาก การเติมไฮโดรเจนเข้าสู่ระบบ เพื่อทำปฏิกิริยาทางเคมี เกิดเป็นไฟฟ้าไหลเข้าสู่ระบบขับเคลื่อน ซึ่งเซลล์เชื้อเพลิงสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้สูงมาก และมีกระแสที่ค่อนข้างเสถียร จึงทำให้รถยนต์ไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิงมีความแรงเทียบเท่า รถซูเปอร์คาร์ เกินขีดจำกัดของการใช้แบตเตอรี่เก็บไฟฟ้าแบบธรรมดาโดยสิ้นเชิง และยังมีไอเสียที่ปล่อยออกมาจากระบบ เป็นเพียงน้ำบริสุทธิ์เท่านั้น สามารถใช้งานได้ไม่ต่างจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน</p>
<p>ทีนี้มาดูข้อเสียของระบบเซลล์เชื้อเพลิงกันบ้าง อย่างแรกเลยคือ ราคาแพงมากมาย จนคนรุ่นผมอาจจะรอไม่ไหว&#8230;อิอิ&#8230; และการผลิตไฮโดรเจน นั้นใช้พลังงานในกระบวนการสูงมาก จึงไม่น่าจะมีราคาถูกกว่า น้ำมันมากนัก รวมถึงการปรับเปลี่ยนสถานีบริการเชื้อเพลิง ซึ่งต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ ระบบเซลล์เชื้อเพลิง หรือ Fuel Cell นั้นยังเข้าถึงได้ยาก ส่วนข้อสุดท้าย ผมไม่รู้ว่ามันเป็นข้อดี หรือข้อเสียกันแน่ คือระบบนี้มันไม่มีเสียงครับ อย่างที่บอกครับ ว่าระบบเซลล์เชื้อเพลิง นั้นสามารถผลิตกำลังได้เทียบเท่ากับ รถซูเปอร์คาร์ เลยนะครับ ลองนึกภาพรถ Ferrari หรือ รถแข่งในสนาม วิ่งแบบเงียบๆดูสิครับ</p>
<p>รถยนต์แบบอื่นๆ ที่ใช้พลังงานแตกต่างออกไปจากนี้ เช่น พลังงานจากถ่าน(ถ่านที่เป็นคาร์บอน) พลังงานจากขยะ พลังงานจากลม รวมถึงพลังงานแสงอาทิตย์นั้น มีความเป็นไปได้ในการผลิตน้อยมากๆครับ แล้วถ้าในอนาคตข้างหน้า คุณเห็นรถยนต์ที่เป็น พลาสติก ทั้งคันก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับ เพราะในอุตสาหกรรมยานยนต์ มีแนวโน้มที่จะนำ พลาสติก เข้ามาแทนชิ้นส่วนที่เป็น โลหะ มากขึ้นเรื่อยๆครับ พอจะนึกภาพรถบังคับวิทยุที่เราเข้าไปขับได้ ออกหรือยังครับ</p>
<p>แล้วพบกันใหม่นะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/06/02/2009/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%97-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Toyota Camry Hybrid CNG ไม่ต้องง้อน้ำมันอีกต่อไป</title>
		<link>http://www.icarmagazine.com/14/12/2008/toyota-camry-hybrid-cng-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.icarmagazine.com/14/12/2008/toyota-camry-hybrid-cng-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Dec 2008 13:59:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Concept Car]]></category>
		<category><![CDATA[Bi-Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[Camry]]></category>
		<category><![CDATA[CNG]]></category>
		<category><![CDATA[E85]]></category>
		<category><![CDATA[Hybrid]]></category>
		<category><![CDATA[toyota]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[คัมรี่]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮบริด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.icarmagazine.com/?p=52</guid>
		<description><![CDATA[นอกจากการใช้น้ำมันเบนซินแบบปกติแล้ว ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายต่างพยายามพัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดในส่วนของเครื่องยนต์สันดาปภายในให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถในการใช้พลังงานแบบอื่นๆ เช่น น้ำมันดีเซล ไปจนถึงแก๊สโซฮอล์แบบ E85 แต่นั่นยังดูธรรมดาเมื่อเปรียบเทียบกับผลผลิตใหม่ล่าสุดของโตโยต้าซึ่งจัดการนำระบบก๊าซธรรมชาติอัดหรือ CNG มาใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักสำหรับการขับเคลื่อนในรถยนต์ไฮบริด ผลผลิตนี้ถูกเปิดตัวออกมาในแอลเอ มอเตอร์โชว์ 2008 เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และสามารถเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย เพราะว่าเป็นการนำโตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด รถยนต์ขนาดกลางยอดนิยมในตลาดสหรัฐอเมริกาและมีข่าวว่าจะขึ้นไลน์ผลิตในบ้านเราช่วงปีหน้า มาดัดแปลงในส่วนของเครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยเมินน้ำมันเบนซินและหันมาใช้ก๊าซ CNG เป็นเชื้อเพลิงหลักในการขับเคลื่อนแทน โตโยต้าเคยเปิดเผยโปรเจ็กต์นี้ออกมาที่งานสัมมนา Sustainable Mobility Seminar โดยเอิร์ฟ มิลเลอร์ รองประธานกลุ่มบริษัท โตโยต้า กล่าวว่า โตโยต้าพยายามหาทางออกในการนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าในอเมริกาเหนือ และการนำเครื่องยนต์สันดาปภายในของระบบไฮบริดมาจับคู่กับก๊าซธรรมชาติถือเป็นอีกทางออกทางด้านวิกฤตพลังงานที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และตัวจริงของจริงที่เปิดตัวในแอลเอ มอเตอร์โชว์คือสิ่งที่ยืนยันถึงการเอาจริงของโตโยต้า ซึ่งแม้ว่าตอนนี้จะเป็นแค่ต้นแบบสำหรับจัดแสดงเพื่อหยั่งเชิงกระแสความต้องการในตลาด แต่โอกาสที่จะผลิตจริงในอนาคตก็พอมีความเป็นไปได้ เมื่อการให้บริการด้านสถานีบริการก๊าซธรรมชาติในเมืองลุงแซมเริ่มมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ดูเรียบและธรรมดาเกินไป โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด ซีเอ็นจี คอนเซ็ปต์ จึงมากับรูปลักษณ์สุดสปอร์ตด้วยการติดตั้งชุดแต่งและปรับรูปลักษณ์ภายนอกให้แตกต่างจากเวอร์ชันปกติที่ขายอยู่ในตลาด และเสริมความเร้าใจด้วยล้อแม็กขนาด 7.5X19 นิ้ว แถมลดความสูงเพื่อความปราดเปรียวอีกด้วย โดยที่กันชนท้ายมีการติดสติกเกอร์คำว่า Compressed Natural Gas Hybrid [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img244.imageshack.us/img244/2271/toyotacamryhybridcng1wb8.jpg" alt="" /></p>
<p>นอกจากการใช้น้ำมันเบนซินแบบปกติแล้ว ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายต่างพยายามพัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดในส่วนของเครื่องยนต์สันดาปภายในให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถในการใช้พลังงานแบบอื่นๆ เช่น น้ำมันดีเซล ไปจนถึงแก๊สโซฮอล์แบบ E85</p>
<p>แต่นั่นยังดูธรรมดาเมื่อเปรียบเทียบกับผลผลิตใหม่ล่าสุดของโตโยต้าซึ่งจัดการนำระบบก๊าซธรรมชาติอัดหรือ CNG มาใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักสำหรับการขับเคลื่อนในรถยนต์ไฮบริด</p>
<p>       ผลผลิตนี้ถูกเปิดตัวออกมาในแอลเอ มอเตอร์โชว์ 2008 เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และสามารถเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย เพราะว่าเป็นการนำโตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด รถยนต์ขนาดกลางยอดนิยมในตลาดสหรัฐอเมริกาและมีข่าวว่าจะขึ้นไลน์ผลิตในบ้านเราช่วงปีหน้า มาดัดแปลงในส่วนของเครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยเมินน้ำมันเบนซินและหันมาใช้ก๊าซ CNG เป็นเชื้อเพลิงหลักในการขับเคลื่อนแทน</p>
<p>       โตโยต้าเคยเปิดเผยโปรเจ็กต์นี้ออกมาที่งานสัมมนา Sustainable Mobility Seminar โดยเอิร์ฟ มิลเลอร์ รองประธานกลุ่มบริษัท โตโยต้า กล่าวว่า โตโยต้าพยายามหาทางออกในการนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าในอเมริกาเหนือ และการนำเครื่องยนต์สันดาปภายในของระบบไฮบริดมาจับคู่กับก๊าซธรรมชาติถือเป็นอีกทางออกทางด้านวิกฤตพลังงานที่น่าสนใจอย่างยิ่ง</p>
<p>       และตัวจริงของจริงที่เปิดตัวในแอลเอ มอเตอร์โชว์คือสิ่งที่ยืนยันถึงการเอาจริงของโตโยต้า ซึ่งแม้ว่าตอนนี้จะเป็นแค่ต้นแบบสำหรับจัดแสดงเพื่อหยั่งเชิงกระแสความต้องการในตลาด แต่โอกาสที่จะผลิตจริงในอนาคตก็พอมีความเป็นไปได้ เมื่อการให้บริการด้านสถานีบริการก๊าซธรรมชาติในเมืองลุงแซมเริ่มมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img src="http://img205.imageshack.us/img205/6772/toyotacamryhybridcng2av1.jpg" alt="" /></p>
<p>เพื่อไม่ให้ดูเรียบและธรรมดาเกินไป โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด ซีเอ็นจี คอนเซ็ปต์ จึงมากับรูปลักษณ์สุดสปอร์ตด้วยการติดตั้งชุดแต่งและปรับรูปลักษณ์ภายนอกให้แตกต่างจากเวอร์ชันปกติที่ขายอยู่ในตลาด และเสริมความเร้าใจด้วยล้อแม็กขนาด 7.5X19 นิ้ว แถมลดความสูงเพื่อความปราดเปรียวอีกด้วย โดยที่กันชนท้ายมีการติดสติกเกอร์คำว่า Compressed Natural Gas Hybrid หรือ CNGH เพื่อระบุถึงประเภทของตัวรถ</p>
<p>       การปรับปรุงเรื่องของตัวถังมีแน่นอนและเป็นหน้าที่ของ TMS Advanced Product Strategy เพราะว่าโตโยต้าต้องติดตั้งถังเก็บ CNG ถึง 2 ใบ (ซึ่งมีความจุเทียบเท่าน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 8 แกลลอน หรือ 31.8 ลิตรเอาไว้ในรถ ซึ่งถังนี้สามารถทนแรงดันสูงและได้รับการผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์คอมโพสิตสามารถรับแรงดันได้ 3,600 psi และถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งของยางอะไหล่ จึงไม่เบียดบังพื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสารและห้องเก็บสัมภาระ ส่วนปัญหาเรื่องยางอะไหล่ถูกถอดออกไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่อย่างไร เพราะว่าเลือกใช้ยาง 225/30ZR19 ของบริดจสโตนรุ่นโพเทนซ่าที่เป็นแบบ Run Flat</p>
<p>งานทั้งหมดเกิดขึ้นที่ Metal Crafters of Fountain Valley ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย และส่วนของเครื่องยนต์สันดาปภายในมีการดัดแปลงหลายอย่าง โดยเฉพาะการถอดชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงออกและแทนที่ด้วยชิ้นส่วนสำหรับใช้กับก๊าซ CNG ซึ่งรถยนต์ต้นแบบรุ่นนี้วิ่งโดยใช้เชื้อเพลิงแบบเดียว ไม่ใช่ 2 ระบบ หรือ Bi-Fuel</p>
<p><img src="http://img205.imageshack.us/img205/1355/toyotacamryhybridcng3xm0.jpg" alt="" /></p>
<p>ในส่วนการทำงานของระบบไฮบริดก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เครื่องยนต์ 4 สูบ 2,400 ซีซี VVT-I ที่เป็นขุมพลังหลักของการขับเคลื่อนมาพร้อมกับความประหยัด และเมื่อจับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าในการทำงาน สามารถรีดกำลังออกมาได้ 170 แรงม้า แต่นั่นยังไม่เท่ากับความประหยัดที่จะได้รับซึ่งเหนือกว่าระบบไฮบริดที่ใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพราะ CNG 1 ชุดจากการเติมจนเต็ม สามารถแล่นทำระยะทางได้มากกว่า 250 ไมล์ หรือกว่า 400 กิโลเมตร</p>
<p>ส่วนตัวเลขความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 13.4 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับการขับในเมือง 13.8 กิโลเมตรต่อลิตร และแบบผสมในระดับ 13.4 กิโลเมตรต่อลิตร แน่นอนว่าไม่ใช่ตัวเลขที่หวือหวาหรือน่าตกใจแต่อย่างใด เพราะคัมรี่ ไฮบริดที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงก็ทำได้ประมาณนี้ แต่ถ้ามองในแง่ที่ของความพยายามในการมองหาพลังงานทดแทนเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับตลาดสำหรับแทนที่การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ถือว่า CNG ทำผลงานได้ดี</p>
<p>       นอกจากนั้นเรื่องของตัวเลขของความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมก็น่าสนใจ เพราะว่าคัมรี่ ไฮบริด ซีเอ็นจี คอนเซ็ปต์มีระดับของการปลดปล่อยทั้งไนตรัสออกไซด์, คาร์บอนมอนออกไซด์, คาร์บอนไดออกไซด์ และนอน-มีเธน ออร์แกนิก แก๊ส หรือ NMOG น้อยกว่ารุ่นไฮบริดธรรมดา เพราะว่าจุดวาบไฟ (Flash Point) หรืออุณหภูมิของการจุดระเบิดของ CNG สูงกว่าน้ำมันเชื้อเพลิง ก็เลยทำให้สามารถออกแบบเครื่องยนต์ให้มีอัตราส่วนการอัดได้ ทำให้การเผาไหม้มีความสมบูรณ์มากกว่า</p>
<p><img src="http://img244.imageshack.us/img244/7673/toyotacamryhybridcng4vx9.jpg" alt="" /></p>
<p>โปรเจ็กต์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่โตโยต้าให้ความสนใจกับการนำก๊าซธรรมชาติอัดมาใช้เป็นเชื้อเพลิง เพราะว่าในปี 1999 โตโยต้าเคยพัฒนารถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงออกสู่ตลาด ซึ่งเครื่องยนต์ 4 สูบของรถยนต์คัมรี่ได้ถูกพัฒนาและปรับปรุงเพื่อส่งขายให้กับลูกค้าแบบ Fleet เฉพาะมลรัฐแคลิฟอร์เนีย แต่ก็ขายได้ไม่นานเพราะว่าในปีต่อมา โครงการนี้ถูกยกเลิกเพราะว่ามีความยุ่งยากในการหาสถานีบริการ และราคาน้ำมันตอนนั้นก็ยังไม่แพง แต่สำหรับสภาพปัจจุบัน ที่สถานีบริการ CNG มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้พลังงานทางเลือกประเภทนี้ได้รับความสนใจอีกครั้ง</p>
<p>       นอกจากนั้น โตโยต้าเชื่อว่า CNG จะมีศักยภาพเพิ่มขึ้นในอนาคตทั้งตลาดสหรัฐอเมริกา และทั่วโลก เพราะว่ามีแหล่งสำรองในธรรมชาติเป็นจำนวนมาก และด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถนำมาใช้ได้อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งถึงปี 2100 แต่ถ้ามีการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีความประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีขึ้น ก็น่าจะใช้กันยาวจนถึงปี 2200 เลยทีเดียว</p>
<p>ข้อมูลจาก <a href="http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9510000142503">ผู้จัดการ Online</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.icarmagazine.com/14/12/2008/toyota-camry-hybrid-cng-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

