Logo Background RSS

ทดสอบรถยนต์ ISUZU All New D-MAX HI LANDER 2.5 VGS Z Prestige Navi Auto

  • Written by adminadmin No Comments Comments
    Last Updated: January 17th, 2013

    ผมมีโอกาศได้ทดสอบรถยนต์ อีซูซุ All New D-MAX HI LANDER 2.5 VGS Z Prestige Navi Auto ซึ่งเป็นตัวท๊อปของโอเพ่นแค็บ ยกสูงขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร VGS Turbo 136 แรงม้า เกียร์ออโต้พร้อมระบบนำทาง เส้นทาง กรุงเทพ-ชุมพร-กรุงเทพ ระยะทางประมาณ 1050 กิโลเมตร

    รูปโฉมภายนอก ครั้งแรกที่เห็นรถผมคิดว่ามันเป็นรถกระบะที่หน้าตาดูดีมาก เส้นสายสวยงาม ไฟหน้าโปรเจ็กเตอร์ ไฟท้ายแบบ LED มีโป่งล้อขนาดใหญ่ดูดุดัน สำหรับภายนอกนั้นถือว่าสอบผ่านอย่างสบายตัวเลยครับ สวยงามลงตัว ถึงแม้ว่าผมจะไม่ค่อยชอบทรงไฟท้ายที่ทำให้ดูเหมือนกับกระบะท้ายด้านบนใหญ่กว่าด้านล่างก็ตาม

    ภายใน หลังจากขึ้นไปนั่งบนรถสำรวจภายในอย่างครบถ้วนแล้วต้องบอกเลยว่าภายในถูกใจผมมาก ทั้งการวางตำแหน่งปุ่มต่างๆที่ใช้งานได้สะดวก มาตรวัดแบบเรืองแสงมีหน้าจอปรับได้หลายแบบ พวงมาลัยหุ้มหนังสวยงาม รวมถึงวัสดุที่ใช้ภายในทั้งหมดถือว่าเกรดดีทั้งพลาสติกต่างๆ ผ้าหุ้มเบาะและแผงประตู เกียร์ออโต้แบบ 5 สปีดมีโหมดปรับเองแบบเกียร์กระปุก เครื่องเสียงของ Kenwood รองรับการต่อพ่วงอุปกรณ์ทุกรูปแบบและยังมีระบบนำทางพร้อมกล้องมองขณะถอยหลังด้วยครับ

    ผมเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพโดยใช้เส้นทางถนนนครอินทร์สู่ถนนกาญจนาภิเษกเข้าถนนพระราม2 มุ่งหน้าลงใต้ วันนี้อากาศแจ่มใสมาก รถของผมเพิ่งถูกใช้งานเพียง 677 กิโลเมตรเท่านั้น เกียร์ออโต้ 5 สปีดตัวนี้ทำงานได้นุ่มนวลแม่นยำแต่อัตราเร่งช่วงรอบต้นค่อนข้างมาช้าหน่อยตามแบบอีซูซุ พอถึงรอบกลางๆถือว่าใช้ได้ครับ เร่งแซงได้อย่างรวดเร็วต้องขอบคุณเทอร์โบแปรผัน ผมใช้ความเร็วประมาณ 120-140 กม./ชั่วโมง ช่วงล่างตอบสนองดีมากครับ โดยเฉพาะช่วงความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชั่วโมง ถือว่านุ่มนวลกว่ารถกระบะมีแค็บยี่ห้ออื่นครับ โดยส่วนตัวผมคิดว่าไม่แตกต่างจากรถเก่งขนาดเล็กเลยครับ ช่วงความเร็วกลางๆก็ถือว่าใช้ได้ครับ แต่พอความเร็วเกิน 140 กม./ชั่วโมงไปแล้วมันค่อนข้างจะยวบยาบ โดยเฉพาะในโค้งนั้นน่ากลัวพอสมควรครับ มีหลายครั้งที่เข้าโค้งความเร็วสูงโดยไม่ลดความเร็วช่วงที่เลี้ยวพวงมาลัยครั้งแรกเพื่อสบัดรถเข้าโค้งมันจะยวบลงไปเยอะจนรู้สึกเหมือนรถจะเลี้ยวไม่ได้และแหกโค้งลงข้างทาง ผมใจหายแว๊บ…จนต้องปรับเกียร์ลดลงเหลือเกียร์ 4 เมื่อใช้ไปสักพักก็เริ่มแต๊ะเบรกก่อนเข้าโค้งดีกว่า มีบางครั้งผมก็ฝืนเข้าโค้งเร็วๆโดยไม่ลดเกียร์ช่วยนะมันก็เอาอยู่แต่รถจะเอียงมากจนคนนั่งข้างตกใจเลยล่ะ ช่วงแร่งแซงบางครั้งผมเร่งขึ้นถึง 160 กม./ชั่วโมง แบบไม่รู้ตัวเลยครับ พอเหลือบดูไมล์ต้องยกทุกที

    ผมเปิดเพลง MP3 จากแฟลชไดร์พร้อมกับระบบนำทางตลอดเวลา สังเกตุดูว่าระบบนำทางค่อนข้างแม่นยำทีเดียวทั้งระยะทางบนแผนที่ ความเร็วของรถ และเส้นทางต่างๆ ระดับเสียงเพลงผมเปิดความดังระดับ 15 จากไฟล์เพลง MP3 ก็ได้ยินชัดเจนผมลองลดเสียงลง ภายในห้องโดยสารก็ยังเงียบ เสียงเครื่องยนต์ก็เงียบ คงต้องชมอีซูซุที่ออกแบบห้องโดยสารได้ดีมาก อย่าลืมนะครับว่าผมขับรถแบบโอเพ่นแค็บนะครับไม่ใช่รถกระบะ 4 ประตู คิดว่าแบบ 4 ประตูคงจะเงียบกว่านี้อีกครับ เมื่อได้ยินเสียงเพลงชัดเจนมันทำให้การเดินทางมีความรู้สึกดีมากความเมื่อยล้าก็น้อยลง บวกกับเบาะนั่งที่สบายและปุ่มอุปกรณ์ต่างๆที่ไม่ต้องขยับตัวเพื่อปรับมันยิ่งเป็นสวรรค์ของคนที่ชอบขับรถท่องเที่ยวจริงๆครับ สิ่งที่ขาดไปอย่างก็คือระบบหนุนหลังภายในเบาะถ้ามีตัวนี้ด้วยจะช่วยลดอาการปวดหลังจากการนั่งหลังงออยู่ท่าเดียวเป็นเวลานานได้อย่างดีครับ

    เมื่อมาถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ผมแวะพักชมความงามของอ่าวมะนาว แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์หลังขับรถมาเป็นเวลานานพอสมควร เมื่อได้เห็นทะเลสวยๆ น้ำใสๆ ท้องฟ้าสีครามสดใส มันทำให้ผมถึงกับหายเหนื่อย หามุมถ่ายภาพรถยนต์ ISUZU All New D-MAX HI LANDER 2.5 VGS Z Prestige Navi Auto กับท้องทะเลของอ่าวมะนาวมันช่างเข้ากันได้อย่างเหลือเชื่อจริงๆครับ

    ผมออกเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดชุมพรจุดมุ่งหมายคือหาดทรายรีซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งทหารเรือไทย เพราะผมเคยเป็นทหารเรือครับ ผมเดินทางมาถึงหาดทรายรีเวลาประมาณ 18.30 น.ครับ ทำการสักการะ อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์พร้อมจุดประทัดเรียบร้อยแล้วจึงหาที่พักบริเวณหาดทรายรีนั้นเองครับ ได้ห้องพักติดทะเลในราคา 800 บาทผมจึงตกลงเข้าพัก

    เช้าวันต่อมาอากาศไม่เป็นใจแต่เช้าเลยครับ เมฆฝนอึมครึมมองไปทางไหนไม่เห็นแสงแดดเลย พอเวลาประมาณ 8.30 น. ฝนก็เทลงมาอย่างหนักจนเวลาล่วงเลยมาถึง 9.30 น. ก็เริ่มซาลงผมจึงสั่งอาหารเช้ามาทานในห้องพักแล้วก็ออกเดินทางกลับกรุงเทพ ฝนเจ้ากรรมก็ยังตกอยู่ตลอดเวลาเบาบ้าง หนักบ้างสลับกันไป ออกจากหาดทรายรีมาได้พักหนึ่งก็ถึงเส้นทางราดยางเปียกๆคดเคี้ยวขึ้นเนิน ลงเนินสลับกันไป ผมจึงเปลี่ยนโหมดเกียร์มาเป็นแบบเปลี่ยนเอง ใช้เกียร์ต่ำเพื่อเลี้ยงรอบสูงๆจัดการกับโค้งซ้าย โค้งขวา โค้งแล้วโค้งเล่าจนผ่านช่วงนั้นมาได้ รถอีซูซุ All New D-MAX HI LANDER 2.5 VGS Z Prestige Navi Auto ของผมก็ตอบสนองได้เป็นดี เกาะถนนเปียกได้ดีมาก บวกกับน้ำหนักของพวงมาลัยเพาร์เวอร์ที่กำลังดีไม่เบาโหวงเหวง ทำให้รถยังรู้สึกมั่นคงไม่ออกอาการลื่นไถลให้เห็นเลย เนื่องจากฝนตกตลอดผมจึงใช้ความเร็วได้ไม่มากประมาณ 90-120 กม./ชั่วโมง เท่านั้นครับ

    เมื่อมาถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ช่วงหัวหินผมจึงแวะไหว้พระที่วัดห้วยมงคล พอไหว้พระแล้วฝนก็หยุดตก ผมเดินแล่นอยู่พักใหญ่แล้วจึงออกเดินทางต่อ คราวนี้ถนนเริ่มแห้งแล้วผมจึงกลับมาใช้ความเร็วเดินทางระหว่าง 120-140 กม./ชั่วโมง เหมือนเดิมครับ

    ผมแวะซื้อของฝากและทานข้าวที่จังหวัดเพชรบุรีแล้วมุ่งหน้าสู่จังหวัดสมุทรสงครามใช้ถนนพระราม2 กลับสู่กรุงเทพโดยสวัสดิภาพ ระยะทางทั้งหมดของทริบนี้ประมาณ 1050 กิโลเมตร รถ All New D-MAX HI LANDER 2.5 VGS Z Prestige Navi Auto ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไป 78.88 ลิตร เฉลี่ย 13.31 กม./ลิตร หรือ กิโลเมตรละ 2.238 บาท คิดจากราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 27.79 บาท โดยที่ผมวิ่งรถเปล่า มีผู้โดยสาร 2 คน ลมยาง 35 ปอนด์/ตารางนิ้ว โดยคันนี้เป็นเกียร์ออโต้ด้วย ถือว่ารถยนต์อีซูซุตัวใหม่นี้ให้ความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในระดับคุ้มค่าที่เดียวครับ

    บทสรุปรถยนต์ ISUZU All New D-MAX HI LANDER 2.5 VGS Z Prestige Navi Auto
    ภาพรวมภายนอก สวยงามลงตัว
    ภาพรวมภายใน สวยงาม วัสดุชั้นดี
    อัตราเร่ง อืดไปหน่อยแต่ปลายไหลดี
    ช่วงล่าง เกาะถนนดีแต่นิ่มไปนิด
    ระบบเบรก ดีมาก
    ความประหยัด ถือว่าดี คุ้มค่า
    ถือได้ว่ารถยนต์ ISUZU All New D-MAX HI LANDER 2.5 VGS Z Prestige Navi Auto คันนี้ เป็นรถกระบะที่น่าสนใจทีเดียวครับ ใช้งานได้หลากหลาย คุ้มค่ากับการลงทุน โดยเฉพาะการใช้ระยะยาวเมื่อเปรียบเทียบเวลาขายต่อแล้วถือว่าขาดทุนน้อยมาก ค่าบำรุงรักษาไม่แพงถ้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่พังนะครับ ความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในเกณฑ์ดี

    คราวหน้าผมจะมีโอกาศทดสอบรถยนต์อะไรอีก ต้องคอยติดตามครับ

    หมายเหตุ: รถที่ใช้ทดสอบเป็นรถยนต์ส่วนตัวนะครับ

    แล้วพบกันใหม่ครับ

Leave a Comment

ติดต่อลงโฆษณาโทร 097-992-5455